19 กันยายน 2563 เวลา 04:34
ส.ส.คงกฤษ ฉัตรมาลีรัตน์ อภิปรายขอสงวนคำแปรญัตติงบประมาณกระทรวงมหาดไทย งบประมาณปี 2564 (มาตรา 20)
เมื่อวันที่ 18 กันยายน 2563 นายคงกฤษ ฉัตรมาลีรัตน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดระนอง พรรคภูมิใจไทย แปรญัตติปรับลดงบประมาณ ในมาตรา 20 งบประมาณรายจ่ายของกระทรวงมหาดไทย จำนวน 1 เปอร์เซ็นต์ของงบประมาณ ซึ่งในส่วนของกรมการปกครองได้ตั้งงบประมาณไว้อยู่ที่ 9,100 กว่าล้านบาท โดยจะขอหยิบประเด็นที่ย่อยลงมานั่นคือ แผนงานต่าง ๆ และแผนงานของกรมการปกครอง ที่สำคัญ และใกล้ชิดกับประชาชน คือ แผนงานพื้นฐานด้านการปรับสมดุล และการพัฒนาระบบการบริหารการจัดการของภาครัฐ ซึ่งตั้งงบประมาณไว้อยู่ที่ 3 พันกว่าล้านบาท ในส่วนนี้แผนงานและภารกิจของกรมการปกครองมีทั้งหมด 7 ภารกิจ โดยจะขอหยิบยกออกมา คือ การบริการประชาชน ด้านงานทะเบียนราษฎร บัตรประชาชน ทะเบียนทั่วไป และทะเบียนอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการรักษาความสงบเรียบร้อยและความมั่นคงภายใน และภารกิจที่ 5 คือ การบริหารจัดการด้วยระบบเทคโนโลยีการปฏิบัติงานการบริการ และการพัฒนาฐานข้อมูล การให้คุณภาพ หรือการใช้ประโยชน์ร่วมกับการบูรณาการของภาครัฐ ภาคเอกชน รวมถึงการเชื่อมโยงข้อมูลระหว่างประเทศ

ส.ส.คงกฤษ กล่าวต่อว่า ในส่วนของตนจะเปรียบเทียบงบประมาณในปี 63 กับ ปี 64 ของแผนงานพื้นฐานที่ได้นำเรียน และปี 64 ได้ตั้งงบประมาณไว้ถึง 3,100 กว่าล้านบาท แต่ในส่วนของปี 63 ได้ตั้งงบประมาณอยู่แค่ 2,900 กว่าล้านบาท ซึ่งมีข้อแตกต่างระหว่างปี 63 กับ 64 ปี นั่นคือ ปี 64 มีการตั้งประมาณเกือบ 200 ล้านบาท ในส่วนที่ได้กล่าวข้างต้นนี้ จะเห็นได้ว่าการตั้งงบประมาณ น่าจะเป็นการตั้งงบซ้ำซ้อนกับการกระจายอำนาจ และการถ่ายโอนภารกิจให้กับท้องถิ่น โดยเฉพาะอย่างยิ่งเทศบาลต่าง ๆ ซึ่งในส่วนของเทศบาลต่าง ๆ ก็มีพระราชบัญญัติต่าง ๆ ที่ออกมา ไม่ว่าจะเป็นพระราชบัญญัติกําหนดแผน และขั้นตอนการกระจายอํานาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น พ.ศ.2542 หรืออาจจะเป็นพระราชบัญญัติ ในส่วนของการกระจายอํานาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นฉบับที่ 2 พ.ศ 2551 ที่มีเป้าหมายในการถ่ายโอนภารกิจ และงานทะเบียนทั่วไปให้กับเทศบาล และมีเป้าหมายในการให้ดูแลรับผิดชอบให้กับประชาชนต่าง ๆ ในท้องถิ่นนั้น ๆ ซึ่งกฎหมายที่ว่าไว้หรือพ.ร.บ.ที่ว่าไว้ ก็มีผลในการรับมอบหมายงานหรือการปฏิบัติทั่วไปได้ทันทีที่มีความพร้อม

ปัจจุบันเทศบาลมีความพร้อม และมีการถ่ายโอนภารกิจมา แต่ว่าในการถ่ายโอนภารกิจมา แต่มาไม่หมด ประชาชนไม่สามารถที่จะเข้าไปรับการบริการได้เหมือนกับที่เคยเป็นอยู่ นั่นก็คือ เมื่อก่อนประชาชนทราบมาว่าเมื่อจะไปติดต่อเกี่ยวกับทะเบียนราษฎรต่าง ๆ ก็ต้องไปที่อำเภอ แต่วันนี้ประชาชนสับสนว่า ตกลงแล้วประชาชนจะไปรับบริการที่เทศบาล หรือที่อำเภอดี เพราะว่าในการถ่ายโอนมา คือ การถ่ายโอนภารกิจมาไม่หมด แม้แต่การถ่ายโอนในเรื่องของการกระจายอำนาจ หรือแม้แต่งบประมาณด้วยเช่นกัน ทำให้ประชาชนเสียเวลา เสียโอกาสในส่วนนี้