รมช.ศึกษาธิการ กล่าวว่า ขอแสดงความชื่นชมการดำเนินงานของ กศน.จังหวัดบุรีรัมย์ และ กศน.อำเภอสตึก ที่นำนโยบาย กศน.WOW ไปสู่การปฏิบัติอย่างมีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง โครงการอาชีพปันสุข ตามความสนใจ สู้ภัยโควิด ที่ส่งเสริมการเรียนรู้การจัดการศึกษาต่อเนื่อง ด้านการพัฒนาอาชีพให้ทันกับการเปลี่ยนแปลงของสถานการณ์ปัจจุบัน และตามความต้องการของประชาชนทุกกลุ่มเป้าหมาย เพื่อลดรายจ่าย เพิ่มรายได้ สร้างงาน สร้างอาชีพ รวมทั้งยังได้จัดการศึกษาผู้พิการ ควบคู่ไปกับการสร้างงาน สร้างอาชีพตามความถนัด และสนับสนุนการมีงานทำของนักศึกษาในระหว่างเรียน นอกจากนี้ ยังสร้างอาชีพให้กับคนในชุมชน กลุ่มแม่บ้าน กลุ่มผู้สูงอายุ อีกด้วย
"กศน.จังหวัดบุรีรัมย์ และ กศน.ทุกจังหวัดในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ต้องให้ความสำคัญกับการนำผลสรุปจากการทำประชาพิจารณ์การพัฒนาการจัดการศึกษาของ กศน.ในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ยึดโยงสู่การปฏิบัติงานจริงอย่างรอบด้าน ทั้งการศึกษาพื้นฐาน การศึกษาต่อเนื่อง และการศึกษาตามอัธยาศัย โดยสร้างเสริมในส่วนที่ขาดหาย ขณะเดียวกัน ก็พัฒนาต่อยอดสิ่งที่ดีอยู่แล้วให้เข้มแข็งยิ่งขึ้น
ในส่วนของการปฏิบัติงานในหน้าที่ของผู้บริหาร ครู และบุคลากร กศน.ทุกคน ให้ประพฤติและปฏิบัติตนอย่างเหมาะสม ยึดมั่นจรรยาบรรณความเป็นครูในทุกมิติ ตั้งแต่การแต่งกาย การวางตัว การสื่อสาร การใช้เทคโนโลยีต่าง ๆ เพื่อเป็นแบบอย่างที่ดีให้ลูกศิษย์ นักศึกษา และประชาชน ที่จะสร้างความเคารพและน่าเชื่อถือ ไม่ว่าจะอยู่ในสถานศึกษาหรือไม่ก็ตาม
เพราะครูเป็นผู้ให้การศึกษา ให้โอกาสในการพัฒนาการเรียนรู้ ให้แนวทางในการดำเนินชีวิต ดังนั้น ครูเปรียบเสมือนผู้นำทางชีวิตไปสู่หนทางที่ดีของลูกศิษย์ ครูจึงควรที่จะวางตนให้เหมาะสม มีภาพลักษณ์ที่ดี เป็นที่นับถือและยอมรับในหมู่นักศึกษา ผู้คนในชุมชนและสังคมอย่างกว้างขวาง เมื่อนั้น สิ่งที่ครูสอนก็จะสร้างศรัทธาต่อทั้งตัวครูและต่อการเรียนรู้ของผู้เรียน
ขอฝากถึงครูผู้ช่วย กศน.รุ่นแรก ซึ่งเป็นข้าราชการพันธุ์พิเศษเลือดใหม่ไฟแรง ผู้ซึ่งมีวุฒิภาวะ ประสบการณ์ และคุณสมบัติที่พร้อมจะเป็นผู้นำทางลูกศิษย์ ให้แสดงศักยภาพ มุมมอง และแนวคิดนำสู่การยกระดับการพัฒนาการจัดการศึกษานอกระบบ การศึกษาต่อเนื่อง และการศึกษาตามอัธยาศัยให้มีประสิทธิภาพ และสร้างการยอมรับจากสังคมมากขึ้น" รมช.ศึกษาธิการ กล่าว
