ทั้งนี้เส้นทางดังกล่าวยังเป็นทางเลือก เพื่อบรรเทาปัญหาดังกล่าว กทพ. จึงได้วางแผนการต่อขยายโครงข่ายทางพิเศษฉลองรัชไปยัง จังหวัดนครนายก และจังหวัดสระบุรี เพื่อเป็นทางเลือกในการเดินทางที่สะดวกรวดเร็ว และเป็นการเพิ่มโครงข่ายถนนเพื่อแบ่งเบาปริมาณจราจรบนถนนปัจจุบัน อีกทั้งยังจะช่วยในการพัฒนาพื้นที่จังหวัดปทุมธานี จังหวัดนครนายก และจังหวัดสระบุรี โดยโครงการจะมีระยะทาง 104.7 กิโลเมตร เป็นทางยกระดับขนาด 6 ช่องจราจร (ทิศทางละ 3 ช่องจราจร)
อย่างไรก็ตามมีทิศทางเริ่มต้นเชื่อมต่อกับทางพิเศษฉลองรัชที่ด่านฯ จตุโชติ บริเวณถนนวงแหวนรอบนอกกรุงเทพมหานครด้านตะวันออก (ถนนกาญจนาภิเษก) แนวเส้นทางจะไปทางทิศตะวันออกตัดผ่านถนนหทัยราษฎร์และถนนนิมิตใหม่ จากนั้นเลี้ยวขึ้นไปทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือ ตัดผ่านถนนลำลูกกา บริเวณ กม. 22+500 ทางหลวงชนบท นย. 3001 ถนนรังสิต-นครนายก บริเวณ กม. 59+800 แล้วขึ้นไปทางทิศเหนือ ตัดผ่านทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 33(ถนนสุวรรณศร) บริเวณ กม.116+000 และทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 3222จากนั้นแนวเส้นทางจะขนานไปตามทางหลวง แผ่นดินหมายเลข 3222เชื่อมต่อกับโครงการทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองหมายเลข 6 (บางปะอิน-นครราชสีมา) และทางเลี่ยงเมืองสระบุรี (ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 362)
ส่วนด้านตะวันออก สิ้นสุดโครงการที่ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 2 (ถนนมิตรภาพ) ที่บริเวณ กม. 10+700อำเภอแก่งคอย จังหวัดสระบุรี มีทางขึ้น-ลง 9 แห่ง คือ
1. ถนนวงแหวนรอบนอกฯ
2. ถนนหทัยราษฎร์
3. ถนนลำลูกกา
4. ทางหลวงชนบท นย. 3001 (องครักษ์)
5. ถนนรังสิต-นครนายก (บางอ้อ)
6. ถนนสุวรรณศร (บ้านนา)
7. ทางหลวง พิเศษระหว่างเมืองหมายเลข 6 (บางปะอิน-นครราชสีมา)
8. ทางเลี่ยงเมืองสระบุรี
9. ถนนมิตรภาพ และมีจุดพักรถ (Rest Area) 1 จุด บริเวณด่านเก็บค่าผ่านทางพิเศษบางอ้อ
สำหรับสัญญางานจ้างผู้ให้บริการออกแบบรายละเอียดโครงการทางพิเศษสายฉลองรัช-นครนายก-สระบุรี ในครั้งนี้จะแบ่งการดำเนินการเป็น 2 ระยะ คือ ระยะที่ 1บริเวณจุดเชื่อมต่อโครงการจากทางพิเศษฉลองรัชถึงนครนายก และระยะที่ 2 จากนครนายกถึงสระบุรี โดยมีค่าจ้างให้บริการ ออกแบบรายละเอียด จำนวน 380 ล้านบาท ระยะเวลาดำเนินการ 540 วัน
ทั้งนี้ โครงการทางพิเศษ สายฉลองรัช-นครนายก-สระบุรี คาดว่าจะเริ่มดำเนินการก่อสร้างได้ในปี 2565 ซึ่งเมื่อก่อสร้างแล้วเสร็จและเปิดให้บริการได้ในปี 2568จะช่วยเพิ่มความสะดวก ปลอดภัย และประหยัดเวลาแก่ผู้ใช้เส้นทาง ที่เดินทางจากกรุงเทพมหานครไปยังภาคกลางตอนบน และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และถนนพหลโยธิน และระบบโครงข่ายถนนปัจจุบันที่แนวเส้นทางโครงการตัดผ่าน รวมทั้งเป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาพื้นที่ และส่งเสริมการใช้ประโยชน์ที่ดินอย่างเต็มศักยภาพ ตลอดจนส่งเสริมให้เกิดการเจริญเติบโต ทางด้านเศรษฐกิจในพื้นที่โครงการและในระดับประเทศ
นอกจากนี้ ได้มอบนโยบายให้คณะกรรมการทางพิเศษแห่งประเทศไทย ด้วยกัน 8 ข้อดังนี้
1.ยุทธศาสตร์ พัฒนา ประเทศ นโยบายรัฐบาล กระทรวง
2.เร่งรัด การ ดำเนินการ โครงการ
3.การบริหารโครงการโดยใช้ วิธี บริหาร 5 มิติ
4.การนำเทคโนโลยีมาใช้
5.การนำข้อมูล มา ใช้ ในการวาง แผน
6.บูรณาการ หน่วยงาน อื่นๆ
7.การดำเนินงานต่างๆต้องยึด ระเบียบกฎหมาย และ ธรรมาภิบาล
8.ประชาสัมพันธ์ การทำงาน ให้ ประชาชน รับรู้

