"อนุทิน" ลุยพัฒนาโรงพยาบาล รับนโยบาย 30 บาทรักษาทุกที่ ยึดหลัก "เท่าเทียม มีประสิทธิภาพ ไม่เลือกปฏิบัติ" ดูแลสุขภาพคนไทย

"อนุทิน" ลุยพัฒนาโรงพยาบาล รับนโยบาย 30 บาทรักษาทุกที่ ยึดหลัก "เท่าเทียม มีประสิทธิภาพ ไม่เลือกปฏิบัติ" ดูแลสุขภาพคนไทย

วันที่ 14 ตุลาคม 2563 ที่โรงแรมเซ็นทรา บายเซ็นทารา ศูนย์ราชการแจ้งวัฒนะ นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขกล่าวในการประชุมชี้แจงหลักเกณฑ์การทำงานและการบริหารจัดการกองทุนหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ปีงบประมาณ 2564 ว่า ประเทศไทยมีระบบหลักประกันสุขภาพมากว่า18 ปีแล้ว เป็นระบบที่ได้รับการยอมรับทั่วโลก เห็นผลมากที่สุด ช่วงการระบาดของโควิด พื้นฐานการบริการสุขภาพที่ทำมาโดยตลอดทำให้ไทยมีอัตราการป่วย การเสียชีวิต ที่ต่ำมาก หลักประกันสุภาพถ้วนหน้า อยู่บนพื้นฐาน สามประการ คือ ความเท่าเทียม เข้าถึงบริการได้อย่างมีประสิทธิภาพ ไม่เลือกปฏิบัติ ที่ผ่านมา คิดอยู่ตลอดว่าจะทำอย่างไรให้ระบบบริการครอบคลุมถ้วนหน้า  วันข้างหน้าจะต้องให้บริการได้เพิ่มมากขึ้น เพื่อลดภาระทั้งพี่น้องประชาชน และภาระด้านการคลังที่เกี่ยวกับระบบสาธารณะสุขของประเทศ ด้วยการทำให้ประชาชนตระหนักถึงการรักษาสุขภาพ เพื่อไม่เป็นภาระ จะเห็นได้จากมาตรการป้องกันโควิด-19 ที่ได้ผลในทางปฏิบัติ เมื่อประชาชนแข็งแรงก็ถือเป็นการช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายของประเทศ ทั้งนี้รัฐบาลได้มุ่งเพิ่มประสิทธิภาพ สปสช.ด้วยการเพิ่มงบประมาณ ราว 12 เปอร์เซ็นต์ในการสร้างความรู้ความเข้าใจให้ประชาชน สร้างการดูแลในระดับพื้นถิ่น เพื่อให้ได้รับความสะดวก จากการให้บริการภาครัฐ กระทรวงสาธารณสุขจะพยายามปรับปรุงพัฒนา เพิ่มประสิทธิภาพ อำนวยความสะดวกให้พี่น้องประชาชนร่วมกับ สปสช.อย่างใกล้ชิด ในฐานะประธาน สปสช.โดยตำแหน่ง ยอมรับว่า เมื่อมีปัญหาระหว่างกระทรวงสาธารณสุข กับ กองทุน ต้องทำให้ทั้งสองฝ่าย หันมาจับมือกัน  เพื่อทำงานร่วมกันต่อไปให้ได้  ดังนั้นทุกคนในกระทรวงสาธารณสุขจึงต้องร่วมมือกันในการอำนวยความสะดวกและดูแลประชาชน ซึ่งไม่ใช่เรื่องยากเกินไป หากเรามีจุดมุ่งหมายเดียวกัน รัฐบาล มีความมุ่งหมายจะพัฒนา หลักประกันสุขภาพถ้วนหน้าให้ดียิ่งขึ้นไปอีก โดยเฉพาะกับกลุ่มคนเปราะบาง ชายขอบ ที่ต้องได้รับความช่วยเหลือให้มีความมั่นใจในการมีชีวิตอยู่ต่อไป ประเทศไทยต้องก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุตามแผนยุทธศาสตร์ 20 ปี ได้อย่างเต็มภาคภูมิ  ที่ผ่านมากระทรวงสาธารณสุขมักอยู่ในกำกับของพรรคแกนนำรัฐบาล แต่ปัจจุบันมีอิสระในการทำงาน เพราะมาจากพรรคร่วมรัฐบาล มีความเข้าอกเข้าใจกับหัวหน้ารัฐบาล จึงต้องทำงานให้สมกับความไว้วางใจ เป้าหมายของ สปสช. คือ การพัฒนาการให้บริการของโรงพยาบาล ที่ต้องมีเครื่องมือที่ทันสมัย โรงพยาทุกโรงพยาบาล ต้องมีประสิทธิภาพ ไม่แตกต่างกันมาก รองรับนโยบาย 30 บาท รักษาทุกที่ เพื่อให้ประชาชนได้รับบริการที่ดี ไม่มีอนาถา เชื่อว่าจะไม่มีปัญหาในการปฏิบัติ