นายทรงศักดิ์ กล่าวว่า ภายในงานมีการสัมมนาสร้างความรู้ความเข้าใจเรื่องการใช้ประโยชน์จากFTAการเจรจาสร้างเครือข่ายและจับคู่ธุรกิจ รวมถึงการเปิดคลินิกให้คำปรึกษาเรื่อง FTA และการออกบูธจำหน่ายสินค้าคุณภาพของเกษตรกร สหกรณ์ วิสาหกิจชุมชน และผู้ประกอบการจากจังหวัดต่างๆ รวม 40 รายโดยสินค้าที่ได้รับความสนใจจากผู้เข้าร่วมงาน เช่น ชาฉุยฟงจากเชียงราย กล้วยอบเนยพิมพรจากสุโขทัยกาแฟฮิลล์คอฟฟ์จากเชียงใหม่ ข้าวกล้องไรซ์เบอรี่กลุ่มเกษตรอินทรีย์บ้านข่อยสูงจากอุตรดิตถ์ผ้าฝ้ายทอลายน้ำไหลบ้านหล่ายทุ่งจากน่าน และกระเป๋ากระจูดวรรณีจากพัทลุง เป็นต้น
“การจัดงานครั้งนี้ถือว่าประสบความสำเร็จอย่างมากโดยมีผู้สนใจมาเข้าเยี่ยมชมและเลือกซื้อสินค้ากันอย่างคับคั่ง ซึ่งเป็นโอกาสดีที่เกษตรกร สหกรณ์ วิสาหกิจชุมชน และผู้ประกอบการ ได้มาประชาสัมพันธ์ศักยภาพสินค้าไทยที่มีคุณภาพมาตรฐาน โดยเฉพาะสินค้าเกษตรและเกษตรแปรรูปที่ใช้วัตถุดิบภายในท้องถิ่น ที่มีการวิจัยพัฒนานวัตกรรมซึ่งสามารถนำไปต่อยอดผลิตภัณฑ์พร้อมใช้ประโยชน์จากเอฟทีเอรุกตลาดต่างประเทศ”นายทรงศักดิ์ กล่าว
ทั้งนี้ ผู้สนใจสามารถมาเลือกชมชิมช้อปสินค้าที่ร่วมออกบูธ และเข้าร่วมการเสวนาหัวข้อ “โอกาสสินค้าชาและกาแฟส่งออกด้วยเอฟทีเอ” “เทคนิคการใช้GIเพิ่มมูลค่าสินค้าส่งออก”“ขายอย่างไรให้สินค้าเข้าตลาดจีน”“การใช้ประโยชน์จากความตกลงการค้าเสรีเพื่อเพิ่มแต้มต่อทางการค้า”และ“ประโยชน์จากการใช้ความตกลงการค้าเสรีของโครงการสร้างเครือข่ายสินค้าไทย ขยายการส่งออกด้วยเอฟทีเอ”ระหว่างวันที่ 1 – 5 พ.ย. 63 โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย
นอกจากนี้ ยังมีกิจกรรมที่น่าสนใจ อาทิ การแสดงแฟชั่นผ้าไทยและกระเป๋า สาธิตการชงชาและกาแฟ การเพ้นท์สีกระเป๋า การทำ Aroma Mist กิจกรรมนาทีทองลดราคา และการร่วมสนุกตอบคำถามพร้อมรับของรางวัลมากมาย

