โพล ส.สถิติแห่งชาติ เผยปชช.ร้อยละ 90 รับผลกระทบพิษโควิด-19 เชื่อมั่นรัฐบาลแก้ไขปัญหาในระดับมาก-มากที่สุดร้อยละ 71.7

โพล ส.สถิติแห่งชาติ เผยปชช.ร้อยละ 90 รับผลกระทบพิษโควิด-19 เชื่อมั่นรัฐบาลแก้ไขปัญหาในระดับมาก-มากที่สุดร้อยละ 71.7

เมื่อวันที่ 10 พ.ย. ที่ทำเนียบรัฐบาล น.ส.ไตรศุลี ไตรสรณกุล รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงผลประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.)ว่า ครม.รับทราบ ผลการสำรวจสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 โดยสำนักงานสถิติแห่งชาติได้ร่วมกับสถาบันนโยบายสาธารณะและการพัฒนาในการสอบถามประชาชนตั้งแต่อายุ 18 ปีขึ้นไป จำนวน 46,600 คน ทั่วประเทศ ระหว่างวันที่ 17มิถุนายน-7กรกฎาคม 2563 พบว่า ประชาชนมีความพึงพอใจในชีวิตระดับมาก-มากที่สุดร้อยละ 72.5 พึงพอใจปานกลางร้อยละ 25.3 พึงพอใจน้อย-น้อยที่สุดร้อยละ 2.1 และไม่พึงพอใจเลยร้อยละ 0.1 และประชาชนได้ให้คะแนนความพึงพอใจในด้านชีวิตครอบครัวมากที่สุด 7.5734 คะแนน และให้คะแนนความพึงพอใจในด้านการเงินน้อยที่สุด 6.3892 คะแนน มีคะแนนความพึงพอใจเฉลี่ยในภาพรวมอยู่ที่ 7.1786 คะแนน จากคะแนนเต็ม 10 คะแนน สำหรับความวิตกกังวลต่อสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 พบว่า ประชาชนมีความวิตกกังวลอยู่ในระดับมาก-มากที่สุดร้อยละ 53 มีความวิตกกังวลปานกลางร้อยละ 32.4 มีความกังวลน้อย-น้อยที่สุดร้อยละ 12 และไม่มีความวิตกกังวลเลยร้อยละ 2.6 โดยประชาชนในชายแดนภาคใต้มีความกังวลอยู่ในระดับมาก-มากที่สุดในสัดส่วนที่สูงที่สุดเมื่อเทียบกับภาคอื่นๆคิดเป็นร้อยละ 69.6 ส่วนผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 พบว่าประชาชนร้อยละ 90 ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ดังกล่าว ต้องปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในการดำรงชีวิต สูญเสียรายได้และโอกาสในการประกอบอาชีพ รวมไปถึงผลกระทบต่อจิตใจและอารมณ์ ประชาชนร้อยละ 46.3 มีรายได้ของครัวเรือนลดลง และร้อยละ 44.1 มีรายจ่ายเพิ่มขึ้น ขณะที่ความเชื่อมั่นต่อรัฐบาลในการแก้ไขปัญหาการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19นั้น ประชาชนมีความเชื่อมั่นในระดับมาก-มากที่สุดร้อยละ 71.7 เชื่อมั่นปานกลางร้อยละ 24.5 เชื่อมั่นน้อย-น้อยที่สุดร้อยละ 3.5 และไม่เชื่อมั่นเลยร้อยละ 0.3 มีคะแนนความเชื่อมั่นเฉลี่ย 7.1621 คะแนนจากคะแนนเต็ม 10 คะแนน นอกจากนี้สำนักงานสถิติแห่งชาติ ยังมีข้อเสนอแนะดังนี้ ควรมีการสื่อสารทำความเข้าใจกับประชาชนไม่ให้ตื่นตระหนกและสร้างความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องในการรับมือและป้องกันการแพร่ระบาด และควรมีมาตรการป้องกันและควบคุมการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 อย่างต่อเนื่อง แม้ว่าสถานการณ์การแพร่ระบาดจะไม่รุนแรง เพื่อลดความเสี่ยงการแพร่ระบาดและป้องกันการกลับมาระบาดซ้ำ และควรมีการบูรณาการฐานข้อมูลระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อให้สามารถช่วยเหลือแรงงาน ลูกจ้างชั่วคราว และผู้ประกอบอาชีพอิสระได้อย่างทันท่วงทีเมื่อเกิดวิกฤตการณ์