"รองโฆษกฯ ไตรศุลี" แจง "ชิมช้อปใช้” กระตุ้นใช้จ่าย เข็นเศรษฐกิจขยายตัวร้อยละ 0.1-0.3 ปชช.เปลี่ยนแปลงพฤติกรรม เข้าสู่สังคมไร้เงินสด

"รองโฆษกฯ ไตรศุลี" แจง "ชิมช้อปใช้” กระตุ้นใช้จ่าย เข็นเศรษฐกิจขยายตัวร้อยละ 0.1-0.3 ปชช.เปลี่ยนแปลงพฤติกรรม เข้าสู่สังคมไร้เงินสด

เมื่อวันที่ 10 พ.ย. ที่ทำเนียบรัฐบาล น.ส.ไตรศุลี ไตรสรณกุล รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงผลประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.)ว่า ครม. รับทราบสรุปผลการดำเนินงานมาตรการส่งเสริมการท่องเที่ยวและการบริโภคภายในประเทศ “ชิมช้อปใช้” ตามที่กระทรวงการคลังเสนอ โดยในภาพรวมส่งผลต่อการขยายตัวทางเศรษฐกิจ มีการกระจายตัวของการใช้จ่ายครอบคลุมทั่วประเทศ และลงไปถึงร้านค้ารายย่อย รวมทั้งได้ส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของประชาชนให้มีความรู้เกี่ยวกับการใช้เทคโนโลยีดิจิทัล การผลักดันให้ประเทศเข้าสู่สังคมไร้เงินสด และการสร้างฐานช้อมูลขนาดใหญ่เพื่อใช้ในการวิเคราะห์เชิงลึกต่อไป สำหรับผลการดำเนินมาตรการในช่วงระหว่างวันที่ 27 กันยายน 2562-31มกราคม 2563 มีผู้ได้รับสิทธิ์จำนวน 14,354,159 คน มีผู้ใช้สิทธิ์จำนวน 11,802,073 คน มีร้านค้าที่มีผู้ไปใช้สิทธิ์จำนวน 103,053 ร้าน มียอดการใช้จ่ายผ่านระบบการชำระเงินทางอิเล็กทรอนิกส์โดยภาครัฐ(g-Wallet)รวม 28,819 ล้านบาท แยกเป็น ช่องที่ 1จำนวน 11,671 ล้านบาท และช่องที่ 2 จำนวน 17,148 ล้านบาท กระทรวงการคลังจ่ายเงินชดเชยรวม 12,930 ล้านบาท ส่วนผลประเมินความคุ้มค่าและความพึงพอใจพบว่า ยอดการใช้จ่ายของร้าน ชิม ช้อป ใช้ รวมกันมีมูลค่ามากกว่าร้านค้าทั่วไป 7.8 เท่า และการใช้จ่ายส่วนใหญ่ถูกใช้ไปกับร้านโอทอป และ ร้านธงฟ้าประชารัฐ แสดงให้เห็นว่าร้านค้ารายย่อยได้รับรายได้จากมาตรการมากกว่าร้านค้ารายใหญ่ และมาตรการนี้ยังมีผลบวกต่อผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ(จีดีพี) ซึ่งคาดว่าจะส่งผลต่อการขยายตัวทางเศรษฐกิจร้อยละ 0.1-0.3 ขณะที่ความพึงพอใจของประชาชนนั้น จากการสำรวจพบว่า มีความพึงพอใจต่อเงินสนับสนุน 1,000 บาท ร้อยละ 74.6 พึงพอใจต่อความปลอดภัยในการใช้แอปพลิเคชันเป๋าตัง ร้อยละ 74.2 และมีความพึงพอใจต่อความสะดวกในการใช้จ่ายผ่านแอปพลิเคชันเป๋าตัง ร้อยละ 73.9