ต่อจากนั้น รมช.มท. ได้เดินทางไปตรวจเยี่ยมพื้นที่หนองหารบึงน้ำขนาดใหญ่ที่มีเกาะและดอนมากมาย โดยเฉพาะเกาะดอนสวรรค์เป็นเกาะขนาดใหญ่ตั้งอยู่กลางบึงหนองหารมีพื้นที่กว่า 100 ไร่ภายในเกาะมีโบสถ์โบราณตั้งอยู่เป็นแลนด์มาร์คของเกาะบรรยากาศรอบๆเกาะเต็มไปด้วยป่าไม้ที่อุดมสมบูรณ์มีต้นไม้ขนาดใหญ่มากๆหลายต้นและมีต้นตะเคียนคู่เป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ชาวบ้านให้การนับถืออยู่บนเกาะด้วย จากนั้น รมช.มท.ได้เดินทางเข้ากราบสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ภายในพระอุโบสถและเดินสำรวจบริเวณรอบเกาะ และให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชน
รมช.มท. กล่าวว่า "หนองหารไม่ได้มีความสำคัญเพียงเฉพาะเรื่องการกักเก็บน้ำ เรื่องการประมง เพียงเท่านั้น วันนี้ในฐานะรัฐมนตรีรับผิดชอบแนวคิดการ ขับเคลื่อนไทยไปด้วยกันระดับพื้นที่จังหวัดสกลนคร ได้เข้ามาดูเรื่องของการท่องเที่ยวของหนองหาร ซึ่งจะสามารถสร้างรายได้ให้กับประชาชนในพื้นที่ วันนี้ได้เข้ามาประชุมร่วมกับคณะกรรมการขับเคลื่อนไทยไปด้วยกันจังหวัดสกลนคร ซึ่งเป็นรัฐมนตรีที่ได้รับการมอบหมายให้กำกับดูแลจังหวัดสกลนครในทุกด้าน วันนี้จังหวัดสกลนครเห็นว่าหนองหารมีศักยภาพที่จะผลักดันในด้านของการท่องเที่ยว โดยความร่วมมือกันทุกภาคส่วน ทั้งภาคราชการ ภาคเอกชน และภาคประชาชนเราจะมีวิธีการบูรณาการร่วมกันให้มีการสร้างมูลค่าให้เกิดขึ้นในพื้นที่ จากการเข้ามาตรวจเยี่ยมในวันนี้คาดว่าจะใช้งบประมาณในการดำเนินงานค่อนข้างมาก โดยในที่ประชุมคณะมนตรีมีมติ เมื่อวันที่ 15 กันยายน 2563 ได้มีการเห็นชอบในหลักการซึ่งต้องดำเนินการงบประมาณผูกพันถึง 10 ปี ในฐานะรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทยและรับผิดชอบพื้นที่ก็จะได้หาวิธีการและงบประมาณเข้ามาผลักดันให้บังเกิดผลเพื่อจะได้สร้างมูลค่าให้กับพื้นที่ต่อไปโดยเฉพาะการพัฒนาหนองหารจะพัฒนาให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวสำคัญของจังหวัด
.
ในหนองหารมีหลายเกาะ หลายดอน สำหรับที่ได้มาตรวจเยี่ยมวันนี้คือเกาะดอนสวรรค์ เราสามารถจะพัฒนาเกาะ และดอนให้เกิดมูลค่าทางการท่องเที่ยว โดยเฉพาะดอนที่มีพื้นที่ขนาดใหญ่ สามารถที่จะจัดทำในเรื่องของความเชื่อความศรัทธาและเป็นแหล่งท่องเที่ยวได้ โดยแนวคิดคือการจะจัดทำเป็นเจดีย์ขนาดใหญ่บรรจุอัฐิเกจิอาจารย์ที่เป็นที่ศรัทธาในพื้นที่จังหวัดสกลนคร และทำช่องบรรจุอัฐิบุคคลทั่วไปคาดการณ์ตัวเลขว่าหากทำได้ 1,000,000 ช่อง บรรจุอัฐิได้ช่องละห้าคน ในปีนึงครอบครัวต้องกลับมาทำบุญอัฐิใช้จ่ายเงินในพื้นที่ครอบครัวละประมาณ 20,000 บาท ก็จะมีเงินหมุนเวียนในจังหวัดสกลนคร 20,000 ล้านบาทโดยไม่ต้องใช้เงินงบประมาณแผ่นดิน แต่จะเป็นเงินที่เกิดจากความเชื่อความศรัทธาของพี่น้องประชาชนทั้งประเทศ ถือเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจในพื้นที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ยังประโยชน์รวมไปถึงด้นที่พัก ร้านอาหาร และเศรษฐกิจโดยรวม"
#ก้าวไปด้วยกัน
#ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง

