ทั้งนี้ ได้มีการอ้างถึงหนังสือจากกรมชลประทาน ที่ได้มีการประชาสัมพันธ์ หยุดส่งน้ำฤดูนาปี 2563 ตั้งแต่วันที่ 30 ธันวาคม 2563 เพื่อดำเนินการซ่อมแซมบำรุงรักษา และปรับปรุงระบบชลประทาน และตั้งแต่วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2564 เป็นต้นไป ในปีการเพาะปลูกนี้จะสามารถส่งน้ำสนับสนุนได้เฉพาะเพื่อการอุปโภค-บริโภค รักษาระบบนิเวศและพืชต่อเนื่องเท่านั้น จะไม่สามารถส่งน้ำเพื่อสนับสนุนการเพาะปลูกข้าวนาปีต่อเนื่อง และข้าวนาปรัง
“ สิ่งที่ทางกรมชลประทานได้มีการประชาสัมพันธ์นั้น ทำให้ชาวนาได้รับผลกระทบอย่างยิ่ง หากหยุดการส่งน้ำให้กับชาวนาได้ทำนาปรัง แม้จะไม่ได้ห้ามให้ชาวนาทำนาก็ตาม แต่ถ้าหากไม่มีน้ำให้กับชาวนา แล้วชาวนาจะเอาน้ำจากที่ไหนมาทำนา “
.
“ สำหรับการรับฟังปัญหาจากพี่น้องประชาชนชาวนา โดยมีกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ตัวแทน ของอำเภอพนมทวน และอำเภอท่ามะกา ได้มีการขอให้ตน ซึ่งถือเป็นตัวแทนชาวอ.พนมทวน และ อ.ท่ามะกา จ.กาญจนบุรี ได้รับฟังปัญหา ของพี่น้องประชาชน เพราะเป็นปัญหาที่จะส่งผลกระทบเป็นห่วงโซ่ ถ้าไม่มีน้ำให้ทำนา เขาจะเอาเงินที่ไหนในการดำรงชีวิต ร้านขายของ ร้านขายปุ๋ย ขายยา ร้านขายของต่างๆ ก็จะส่งผลกระทบด้วยเช่นกัน เพราะว่าพี่น้องชาวไร่ ชาวนา ไม่มีกำลังซื้อ ไม่มีกำลังทรัพย์ และก็จะเป็นผลพวงไปถึงอนาคตว่า อาจจะทำให้คนหันไปประกอบอาชีพที่ไม่สุจริต ผิดกฎหมาย ซึ่งตรงนี้ถือว่าเป็นเรื่องละเอียดอ่อน และปัญหาหลักของประชาชน คือ เรื่องการแก้ปัญหาปากท้องประชาชนต้องมาก่อน” นายยศวัฒน์ กล่าว
.
นอกจากนี้ ในวันพุธที่ 9 ธันวาคม 2563 จะมีกลุ่มตัวแทนของชาวนา ประมาณ 250 คน ไปยื่นหนังสือถึงนายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ณ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นายยศวัฒน์ กล่าวทิ้งท้าย

