รมช.ศึกษาธิการ กล่าวตอนหนึ่งว่า สำหรับนโยบายการช่วยเหลือเด็กบนท้องถนน จะดำเนินการเพียงหน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่งไม่ได้ การทำงานในเรื่องนี้มีความจำเป็นต้องร่วมมือกันหลายองค์กร โดยในมิติของกระทรวงศึกษาธิการ มีครู กศน.ทำงานร่วมกับองค์กรเครือข่ายในทั้ง 22 เขตของกรุงเทพมหานคร ซึ่งต้องขอขอบคุณองค์กรมูลนิธิต่าง ๆ ที่ร่วมมือกันอย่างเข้มแข็ง และในส่วนของงานวิจัยและข้อสรุปงานวิจัยระบบการช่วยเหลือและส่งเสริมการเรียนรู้ สำหรับกลุ่มเด็กบนท้องถนน นับว่ามีประโยชน์อย่างยิ่งที่เกิดจากการเก็บข้อมูล ประเด็นปัญหา เพื่อนำสู่การค้นคว้าวิจัยหาวิธีการจัดระบบช่วยเหลือในรูปแบบที่เหมาะสม และครบถ้วนในทุกมิติ
โดยในส่วนของสำนักงาน กศน. ขณะนี้ได้มอบนโยบายให้เลขาธิการ กศน.หารือร่วมกับผู้เชี่ยวชาญและผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง เพื่อหาแนวทางดูแลความมั่นคงในการทำงานของครูที่ดูแลกลุ่มเด็กบนท้องถนนทั่วประเทศ ที่มีอยู่กว่า 30 คน ซึ่งข้อสรุปของผลการวิจัย ถือว่ามีประโยชน์ในการสนับสนุนและเป็นเหตุผลความจำเป็นต่อการผลักดันให้ครูกลุ่มนี้ได้รับการประเมินเพื่อเข้าสู่ตำแหน่งพนักงานราชการ ที่จะเกิดความมั่นคงในอาชีพโดยเร็วที่สุด พร้อมมีกำลังใจในการพัฒนาทักษะ เจตคติ และคุณลักษณะอื่น ที่จะสามารถสร้างศรัทธาและความไว้เนื้อเชื้อใจกลุ่มเป้าหมายในความดูแลได้มากขึ้น
“จากข้อสรุปงานวิจัย พบว่าปัจจุบันมีเด็กบนท้องถนนในเขตกรุงเทพมหานคร จำนวน 5,029 คน แบ่งเป็น เด็กเร่ร่อน 477 คน และเด็กในภาวะยากลำบาก 4,552 คน แต่ข้อมูลเด็กกลุ่มนี้ทั่วทั้งประเทศมีถึงประมาณ 1 แสนคน (ในจำนวนนี้เป็นเด็กเปราะบาง 30,000 คน) ในส่วนของการพัฒนาครู แม้งานวิจัยนี้จะเก็บกลุ่มตัวอย่างในพื้นที่กรุงเทพมหานครก็ตาม แต่จะเป็นโมเดลที่กระทรวงศึกษาธิการนำไปใช้พัฒนาครู กศน.กลุ่มนี้ที่กระจายอยู่ทั่วประเทศ ให้เหมาะสมกับสภาพปัญหาและบริบทของพื้นที่ อาทิ ศูนย์สร้างโอกาสเด็กและเยาวชน (บ้านเรา) จังหวัดขอนแก่น ที่ได้มีการพัฒนาจนเกิดระบบดูแลที่ลงตัวและเป็นไปด้วยดี ด้วยความร่วมมือกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เป็นต้น
เพราะเด็กเร่ร่อนและเด็กข้างถนน กว่าจะเชื่อใจใครได้เป็นเรื่องที่ไม่ง่ายนัก ดังนั้น ครู กศน. ครูอาสา ตลอดจนครูข้างถนนและผู้ที่ปฏิบัติงานในองค์กรต่าง ๆ จะต้องร่วมกันสร้างความเชื่อมั่นและไว้ใจให้ได้ พร้อมขยายเครือข่ายการทำงานในหน่วยงานอื่น ๆ เพื่อสนับสนุนเติมเต็มงบประมาณในการขับเคลื่อน โดยใช้ข้อสรุปของงานวิจัยเป็นฐานข้อมูลหลักในการขับเคลื่อนเป็นรูปธรรม
และขอย้ำว่า งานวิจัยนี้นับว่าเป็นประโยชน์ต่อการนำไปใช้สนับสนุนการผลักดันความมั่นคงให้กับครู กศน.ที่ดูแลกลุ่มเด็กบนท้องถนนต่อรัฐบาลและคณะรัฐมนตรี โดยมีความตั้งใจที่จะพยายามขับเคลื่อนให้เกิดผลเร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ เพราะครูกลุ่มนี้ถูกทอดทิ้งมานาน และในวันนี้ก็ถือเป็นวันสำคัญในการนำเสนอผลการดำเนินโครงการพัฒนาระบบการช่วยเหลือและส่งเสริมการเรียนรู้สำหรับกลุ่มเด็กบนท้องถนน (Children in Street ) ในเขตกรุงเทพมหานคร ที่จะเป็นส่วนหนึ่งของการสร้างความมั่นคงในอาชีพครูของเด็กบนถนน ให้สามารถสร้างสรรค์สังคมของเด็กและเยาวชนกลุ่มนี้ด้วยศรัทธาและความไว้เนื้อเชื่อใจ พร้อมก้าวออกไปเผชิญโลกด้วยทักษะความสามารถด้านวิชาชีพ เพื่อดูแลตนเองและอยู่ในสังคมได้อย่างมีความสุข” รมช.ศึกษาธิการ กล่าว

