มท.3 ลงพื้นที่ อ.เซกา สำรวจพื้นที่สร้างประตูระบายน้ำแม่น้ำสงคราม ได้ประโยชน์ 2 จังหวัด สกลนคร บึงกาฬ รวมกว่า 180,000 ไร่

มท.3 ลงพื้นที่ อ.เซกา สำรวจพื้นที่สร้างประตูระบายน้ำแม่น้ำสงคราม ได้ประโยชน์ 2 จังหวัด สกลนคร บึงกาฬ รวมกว่า 180,000 ไร่

วันที่ 9 ธันวาคม 2563  รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย (นายทรงศักดิ์ ทองศรี) มท.3 ลงพื้นที่ศาลาประชาคมบ้านท่าสำราญ ตำบลซาง อำเภอเซกา จังหวัดบึงกาฬ พบปะส่วนราชการ ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน อสม. กลุ่มสตรี นักเรียน นักศึกษา พี่น้องประชาชนอำเภอเซกา ได้รับการต้อนรับจาก นายธีระพล ขุนพานเพิ่ง นายอำเภอเมืองบึงกาฬรักษาราชการแทนปลัดจังหวัดบึงกาฬ รับฟังการกล่าวต้อนรับโดยนายออมสิน คำมุก นายอำเภอเซกา รับฟังบรรยายสรุปข้อมูลการก่อสร้างประตูระบายน้ำแม่น้ำสงคราม โดยนายประชา เกษลี ผู้อำนวยการโครงการชลประธานจังหวัดบึงกาฬ และรับฟังการนำเสนอปัญหา สรุปข้อมูลภาพรวมตำบลซาง โดย นายอัมพร สีทอง รองนายกเทศมนตรีตำบลซาง ซึ่งปัญหาในพื้นที่ตำบลซาง อำเภอเซกา ส่วนใหญ่คือการขาดแคลนแหล่งน้ำ แหล่งน้ำตื้นเขิน มีความต้องกาโครงการขุดลอกแหล่งน้ำที่ตื้นเขิน อีกทั้งมีความต้องการสถานีสูบน้ำด้วยพลังงานไฟฟ้า เพื่อต่อยอดพื้นที่รับน้ำให้ครอบคลุมพื้นที่เกษตรกรรมให้มากขึ้นในพื้นที่   รมช.มท. (มท.3) กล่าวว่า นายกรัฐมนตรีได้มอบหมายให้รัฐมนตรีทุกคนต้องเอาใส่ใจในปัญหาของประชาชนในทุกพื้นที่ โดยได้มีการแต่งตั้งให้รัฐมนตรีแต่ละคนรับผิดชอบแนวคิดการขับเคลื่อนไทยไปด้วยกัน โดยรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทยนี้ รับผิดชอบพื้นที่สามจังหวัดประกอบด้วย จ.สกลนคร นครพนม และบึงกาฬ ซึ่งจากการลงพื้นที่ในหลายภูมิภาค แต่ละพื้นที่ก็มีปัญหาความต้องการแตกต่างกันไป ซึ่งในขณะนี้พื้นที่ภาคใต้ประสบปัญหาอุทกภัย พื้นที่ภาคเหนือประสบกับปัญหาโควิดที่กลับมาแพร่ระบาด ซึ่งต้องช่วยกันแก้ไขปัญหาให้ลุล่วงไป สำหรับ จ.บึงกาฬ ก็มีปัญหาที่ต้องได้รับการแก้ไขเช่นเดียวกัน ซึ่งการลงพื้นที่ก็จะได้นำปัญหาความต้องการของพี่น้องประชาชนมาดำเนินการแก้ไขและตอบสนองความต้องการให้ตรงจุด สำหรับพื้นที่ของตำบลซาง ยังไม่มีเอกสารสิทธิ์ในหลายพื้นที่ โดยได้ประสานกับกรมที่ดินเพื่อจัดทำแผนการเดินสำรวจรังวัดที่ดิน เพื่อออกโฉนดตามประมวลกฎหมายที่ดิน แต่ทั้งนี้ต้องทำความเข้าใจว่าที่ดินดังกล่าวนั้นต้องไม่อยู่ในเขตที่สาธารณะ ที่ป่าสงวน หรือที่ดินของทางราชการอื่นใดจึงจะสามารถทำการรังวัดออกโฉนดให้ได้ เพื่อแก้ไขปัญหาให้แก่พี่น้องประชาชนต่อไป จากนั้น รมช.มท. (มท.3) พร้อมคณะ ได้ออกเดินทางไปยังจุดก่อสร้างประตูระบายน้ำแม่น้ำสงคราม พร้อมกับส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง เพื่อสำรวจความเหมาะสมในการดำเนินการก่อสร้าง ซึ่งเมื่อมีการก่อสร้างประตูระบายน้ำในจุดดังกล่าว ก็จะมีการก่อสร้างสถานีสูบน้ำด้วยไฟฟ้าเพิ่มเติม ทำให้เกิดประโยชน์ในการยกระดับน้ำ และกักเก็บน้ำไว้ในแม่น้ำสงคราม นำไปใช้เพื่อการอุปโภค บริโภค การเกษตรกรรม ปศุสัตว์ การประมง และเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ การยกระดับและผันน้ำจากหน้าประตูระบายน้ำเข้าไปเติมในแก้มลิงธรรมชาติ และอ่างเก็บน้ำที่อยู่ริมสองฝั่งลำน้ำให้มีน้ำใช้ตลอดปี ทำให้ประชาชนมีรายได้เพิ่มขึ้น ยกระดับคุณภาพชีวิตได้อย่างเป็นรูปธรรม #ก้าวไปด้วยกัน #ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง