รมช.มท. (มท.3) กล่าวว่า นายกรัฐมนตรีได้มอบหมายให้รัฐมนตรีทุกคนต้องเอาใส่ใจในปัญหาของประชาชนในทุกพื้นที่ โดยได้มีการแต่งตั้งให้รัฐมนตรีแต่ละคนรับผิดชอบแนวคิดการขับเคลื่อนไทยไปด้วยกัน โดยรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทยนี้ รับผิดชอบพื้นที่สามจังหวัดประกอบด้วย จ.สกลนคร นครพนม และบึงกาฬ ซึ่งจากการลงพื้นที่ในหลายภูมิภาค แต่ละพื้นที่ก็มีปัญหาความต้องการแตกต่างกันไป ซึ่งในขณะนี้พื้นที่ภาคใต้ประสบปัญหาอุทกภัย พื้นที่ภาคเหนือประสบกับปัญหาโควิดที่กลับมาแพร่ระบาด ซึ่งต้องช่วยกันแก้ไขปัญหาให้ลุล่วงไป สำหรับ จ.บึงกาฬ ก็มีปัญหาที่ต้องได้รับการแก้ไขเช่นเดียวกัน ซึ่งการลงพื้นที่ก็จะได้นำปัญหาความต้องการของพี่น้องประชาชนมาดำเนินการแก้ไขและตอบสนองความต้องการให้ตรงจุด สำหรับพื้นที่ของตำบลซาง ยังไม่มีเอกสารสิทธิ์ในหลายพื้นที่ โดยได้ประสานกับกรมที่ดินเพื่อจัดทำแผนการเดินสำรวจรังวัดที่ดิน เพื่อออกโฉนดตามประมวลกฎหมายที่ดิน แต่ทั้งนี้ต้องทำความเข้าใจว่าที่ดินดังกล่าวนั้นต้องไม่อยู่ในเขตที่สาธารณะ ที่ป่าสงวน หรือที่ดินของทางราชการอื่นใดจึงจะสามารถทำการรังวัดออกโฉนดให้ได้ เพื่อแก้ไขปัญหาให้แก่พี่น้องประชาชนต่อไป
จากนั้น รมช.มท. (มท.3) พร้อมคณะ ได้ออกเดินทางไปยังจุดก่อสร้างประตูระบายน้ำแม่น้ำสงคราม พร้อมกับส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง เพื่อสำรวจความเหมาะสมในการดำเนินการก่อสร้าง ซึ่งเมื่อมีการก่อสร้างประตูระบายน้ำในจุดดังกล่าว ก็จะมีการก่อสร้างสถานีสูบน้ำด้วยไฟฟ้าเพิ่มเติม ทำให้เกิดประโยชน์ในการยกระดับน้ำ และกักเก็บน้ำไว้ในแม่น้ำสงคราม นำไปใช้เพื่อการอุปโภค บริโภค การเกษตรกรรม ปศุสัตว์ การประมง และเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ การยกระดับและผันน้ำจากหน้าประตูระบายน้ำเข้าไปเติมในแก้มลิงธรรมชาติ และอ่างเก็บน้ำที่อยู่ริมสองฝั่งลำน้ำให้มีน้ำใช้ตลอดปี ทำให้ประชาชนมีรายได้เพิ่มขึ้น ยกระดับคุณภาพชีวิตได้อย่างเป็นรูปธรรม
#ก้าวไปด้วยกัน
#ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง

