มท.3 ลุยแก้ไขปัญหาเกษตรกรขาดแคลนน้ำทำนาปรัง หลังรับเรื่องร้องเรียน ประสานโครงการก่อสร้างสำนักงานชลประทานที่ 5 เร่งดำเนินการสูบน้ำเข้าพื้นที่นาปรังได้รับประโยชน์กว่า 1,800 ไร่

มท.3 ลุยแก้ไขปัญหาเกษตรกรขาดแคลนน้ำทำนาปรัง หลังรับเรื่องร้องเรียน ประสานโครงการก่อสร้างสำนักงานชลประทานที่ 5 เร่งดำเนินการสูบน้ำเข้าพื้นที่นาปรังได้รับประโยชน์กว่า 1,800 ไร่

เมื่อวันเสาร์ที่ 26 ธันวาคม 2563 รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย นายทรงศักดิ์ ทองศรี พร้อมด้วย นายสมเกียรติ กิจเจริญ คณะทำงาน, นางศุภราพร จักรมานนท์ ผู้ตรวจราชการกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย, นายราเชน ศิลปะรายะ ผู้อำนวยการโครงการก่อสร้างสำนักงานชลประทานที่ 5, นายอนุชิต ดีชัยทน ผู้อำนวยการแขวงทางหลวงชนบทบึงกาฬ, นายสมหวัง อารีย์เอื้อ รักษาราชการแทนหัวหน้าสำนักงานจังหวัดบึงกาฬ และคณะ ลงพื้นที่สถานีสูบน้ำ ตำบลหนองหัวช้าง อำเภอพรเจริญ จังหวัดบึงกาฬ สืบเนื่องจาก รมช.มท. (มท.3) ได้รับการร้องเรียนจากกลุ่มเกษตรกรในพื้นที่ตำบลหนองหัวช้าง อำเภอพรเจริญ โดยกำนันตำบลหนองหัวช้างเป็นผู้แทนกลุ่มเกษตรกรเข้าขอรับการช่วยเหลือ จึงได้แจ้งประสานผู้อำนวยการโครงการก่อสร้างสำนักงานชลประทานที่ 5 เพื่อให้เจ้าหน้าที่เข้าสำรวจพื้นที่ และเคลื่อนย้ายเครื่องจักรเข้าแก้ไขปัญหาโดยเร่งด่วน สามารถเดินเครื่องจักรสูบน้ำจากแม่น้ำคลอง สาขาแม่น้ำสงคราม เข้าสู่พื้นที่นาปรังของเกษตรกรในพื้นที่ได้รับประโยชน์กว่า 1,800 ไร่ ทันต่อการแก้ไขปัญหาขาดแคลนน้ำของเกษตรกร ยังประโยชน์ให้แก่เกษตรกร รวมถึงแหล่งกักเก็บน้ำแก้มลิงในพื้นที่ ทำให้สามารถทำนาปรังได้ในฤดูแล้งได้   รมช.มท. (มท.3) กล่าวว่า ในการพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนนั้น ต้องได้รับความร่วมมือ และบูรณาการจากหน่วยงานราชการหลายฝ่ายด้วยกัน เพื่อแก้ไขปัญหาให้แก่ประชาชนอย่างตรงตามความต้องการ ตรงจุดของปัญหา ในการแก้ไขปัญหาภัยแล้งที่เกษตรกรทำนาปรังประสบอยู่นี้เช่นเดียวกัน ได้รับความร่วมมือจากทั้งองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และโครงการชลประทาน ได้รับการสนับสนุนเครื่องสูบน้ำช่วยเหลือแก้ไขปัญหาภัยแล้งแก่เกษตรกรผู้ทำนาปรัง เป็นการสร้างสัมมาชีพให้ชุมชน พร้อมบูรณาการทุกภาคส่วนในการส่งเสริมเศรษฐกิจฐานราก สำหรับจังหวัดบึงกาฬในภาพรวม วันนี้ ได้รับมอบหมายจากนายกรัฐมนตรีให้รับผิดชอบแนวคิดขับเคลื่อนไทยไปด้วยกัน จึงมีความต้ังใจจะบูรณาการงานในทุกกระทรวง ให้เข้ามาเสริมสร้างศักยภาพที่มีอยู่ในจังหวัดบึงกาฬ ให้บังเกิดผลเป็นความอยู่ดี กินดี ของพี่น้องประชาชนจังหวัดบึงกาฬทุกคน ทั้งนี้ ตำบลหนองหัวช้าง มีประชากรส่วนใหญ่ประกอบอาชีพเกษตรกรรม โดยเฉพาะการเพาะปลูกข้าว และทำสวนยางพารา ในฤดูนาปีจะเกิดอุทกภัยเป็นวงกว้างไม่สามารถทำการเกษตร ทำนาได้ ประชาชนจำนวนกว่า 430 ครัวเรือน จึงต้องทำนาปรังเพื่อจะได้ข้าวมาไว้สำหรับบริโภค โดยอาศัยน้ำจากแม่น้ำลำคลอง ด้วยการสูบน้ำจากสถานีสูบน้ำด้วยไฟฟ้า แต่เมื่อฤดูฝนที่ผ่านมาได้เกิดอุทกภัย น้ำป่าไหลหลากเฉียบพลัน ทำให้แพเครื่องสูบน้ำและอุปกรณ์ต่างๆ จมน้ำ ทำให้เกิดความเสียหาย และนอกจากการแก้ไขปัญหาในกรณีเร่งด่วนนี้แล้ว ยังมีความต้องการแก้ไขปัญหาอุทกภัย และภัยแล้งในระยะยาว ประกอบด้วย 1. ก่อสร้างฝายน้ำล้นแบบออกี้ 2. ขุดลอกหนองน้ำสาธารณะด้านฝั่งซ้ายของลำห้วย เนื้อที่ประมาณ 25 ไร่ 3. การสร้างระบบส่งน้ำแบบคลองให้ไก่ ให้เข้าถึงทุกพื้นที่และเพิ่มประสิทธิภาพการใช้น้ำ ซึ่งจะได้ประสานหน่วงานที่เกี่ยวข้องเร่งดำเนินการต่อไป #ก้าวไปด้วยกัน #ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง