"อนุทิน" เปิดสถาบันกัญชาฯ วางเป้าประสาน 10 ทิศผลักดันโยบาย ใช้ทางการแพทย์ และเพื่อเศรษฐกิจ เผย ผู้ประกอบการตื่นตัว แห่ขอใบอนุญาตใช้กัญชา

"อนุทิน" เปิดสถาบันกัญชาฯ วางเป้าประสาน 10 ทิศผลักดันโยบาย ใช้ทางการแพทย์ และเพื่อเศรษฐกิจ เผย ผู้ประกอบการตื่นตัว แห่ขอใบอนุญาตใช้กัญชา

22 กุมภาพันธ์ 2564 ที่กระทรวงสาธารณสุข นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข นำคณะผู้บริหาร เยี่ยมชม งานแสดง,การดำเนินงาน และมอบยโยบาย แผนงานกัญชา กัญชงเสรีทางการแพทย์ ประจำปีงบ 2564 นายอนุทิน กล่าวว่า กระทรวงสาธารณสุขทำงานหนักมากเพื่อให้ประชาชนได้เข้าถึงการปลูก การใช้ และการนำกัญชง กัญชามาทำประโยชน์ ใน ทางการแพทย์ได้ให้บริการคลินิกกัญชาทั่วประเทศ ให้บริการแผนปัจจุบัน และให้บริการแพทย์ทางเลือก แพทย์แผนไทยสามารถนำกัญชามาใช้รักษาผู้ป่วยได้เพื่อบรรเทา เยียวยา รักษาอาการผลการรักษาได้ผลดีเป็นที่น่าพอใจ ปีนี้เราได้รับความร่วมมือจากหลายภาคส่วนในการผลักดันนโยบาย คิดว่าในอนาคตกัญชาจะกลายเป็นพืชเศรษฐกิจ วันนี้ใบอนุญาตการนำกัญชามาใช้ มีการขอเข้ามาอย่างล้นหลามสะท้อนว่าประชาชนเริ่มตื่นตัวแล้ว แต่สิ่งที่น่ากังวลคือ การนำไปใช้ ขอให้ใช้อย่างถูกต้องตามกฎหมายอย่านำไปใช้นอกลู่นอกทาง การจะคลายล็อกกัญชาได้ไม่ใช่เรื่องง่าย ไม่อยากให้กัญชากลับไปมีภาพลักษณ์เสียหายเช่นในอดีต สำหรับประชาชนสามารถปลูกกัญชาได้ ด้วยการรวมตัวกันเป็นรัฐวิสาหกิจชุมชน ทำสัญญากับรพ. สต แล้วทำทุกอย่างให้ถูกต้อง   สำหรับสถาบันกัญชานั้นเป็นหน่วยงานประสานหลายภาคส่วนเพื่อให้เกิดการอำนวยความสะดวกในการนำกัญชามาใช้ อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของสำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข ซึ่งเป็นหน่วยงานกลางเพื่อให้สถาบันกัญชามีบทบาทในการเชื่อมต่อกับทุกหน่วยงานได้อย่างคล่องตัว   ทั้งนี้ตนได้กำชับให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งออกใบอนุญาตการใช้กัญชาแก่ประชาชนและภาคเอกชนขอย้ำว่านี่คือนโยบายของรัฐ ที่จะสนับสนุนให้กัญชาและกัญชงกลายเป็นพืชเศรษฐกิจเป็นทางเลือกเพื่อแก้ปัญหาปากท้องให้กับพี่น้องคนไทย ก่อนหน้านี้มีการให้ข่าวโจมตีว่าการบริโภคกัญชาแล้วเกิด Side effect ขอย้ำว่า ตามปกติ เมื่อบริโภคน้ำตาลมากๆหรือบริโภคเกลือมากๆ ย่อมมีผลกระทบต่อร่างกายสำหรับกัญชาก็ใช้หลักการเดียวกัน ทุกอย่างต้องเป็นไปอย่างเหมาะสม ผู้สื่อข่าวรายงานว่าปัจจุบันมีผู้ป่วยได้รับยากัญชาทั้งแผนปัจจุบันและแผนไทยกว่า 50 รายจากสถานพยาบาลในสังกัดกระทรวงสาธารณสุขครอบคลุม 77 จังหวัดทั่วประเทศ มีกลุ่มวิสาหกิจชุมชนผู้ปลูกกัญชาร่วมกับหน่วยงานในสังกัดกระทรวงสาธารณสุขกว่า 300 กลุ่มเพื่อนำผลผลิตที่ได้มาผลิตเป็นน้ำมันกัญชาและส่วนผสมของยากัญชาแผนไทยเพื่อรักษาในกลุ่มโรคต่างๆ อาทิ โรคลมชัก โรคปลอกประสาทเสื่อมแข็งที่มีภาวะกล้ามเนื้อหดเกร็ง โรคมะเร็ง นอนไม่หลับ ปวดเรื้อรัง เป็นต้น มีระบบการประเมินประสิทธิภาพและความปลอดภัยเพื่อสร้างหลักฐานทางวิชาการสนับสนุนการใช้และการขึ้นทะเบียนกัญชาในอนาคต นอกจากนี้สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาได้เร่งพิจารณายากัญชาเข้าสู่รายการยาในบัญชียาหลักแห่งชาติซึ่งจะสร้างให้เกิดอุปสงค์ที่ยั่งยืน เกิดการปลูก การผลิตรวม ถึงต่อยอดให้เกิดการศึกษาวิจัยผลิตภัณฑ์สุขภาพอื่นตามมา