มท.3 ร่วมมอบนโยบายและข้อราชการสำคัญกระทรวงมหาดไทย ให้ผู้ว่าราชการจังหวัดทั่วประเทศ เพื่อขับเคลื่อนการปฏิบัติงานในพื้นที่ ในการบำบัดทุกข์ บำรุงสุขให้แก่ประชาชน

มท.3 ร่วมมอบนโยบายและข้อราชการสำคัญกระทรวงมหาดไทย ให้ผู้ว่าราชการจังหวัดทั่วประเทศ เพื่อขับเคลื่อนการปฏิบัติงานในพื้นที่ ในการบำบัดทุกข์ บำรุงสุขให้แก่ประชาชน

วันนี้ (4 เม.ย.64) เวลา 13:00 น. ที่ห้องประชุมนริศรานุสรณ์ ชั้น 11 กรมโยธาธิการและผังเมือง ถ.พระราม 6 กทม. ดร.ทรงศักดิ์ ทองศรี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย พร้อมด้วย ดร.วิเชียร จงชูวณิชย์ ที่ปรึกษารัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย และนายสุกรี มะเต๊ะ ผู้ช่วยเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เข้าร่วมการประชุมมอบนโยบายและข้อราชการสำคัญของกระทรวงมหาดไทย ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2564 โดยมีพลเอก อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานฯ พร้อมกันนี้มี นายนิพนธ์ บุญญามณี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย และนายฉัตรชัย พรหมเลิศ ปลัดกระทรวงมหาดไทย ร่วมมอบนโยบาย โดยมี รองปลัดกระทรวงมหาดไทย ผู้ตรวจราชการกระทรวงมหาดไทย อธิบดี หัวหน้าหน่วยงานรัฐวิสาหกิจในสังกัดกระทรวงมหาดไทย ผู้ว่าราชการจังหวัด ทุกจังหวัด และผู้แทนกรุงเทพมหานคร เข้าร่วมประชุมรับมอบนโยบาย พลเอก อนุพงษ์ เผ่าจินดา กล่าวว่า ผู้ว่าราชการจังหวัดมีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนการดำเนินงานในพื้นที่ โดยต้องนำความรู้ความเข้าใจกรอบนโยบายรัฐบาล ยุทธศาสตร์ชาติ แผนปฏิรูปประเทศ และแผนพัฒนาต่าง ๆ ของทุกกระทรวงและส่วนราชการไปบริหารงานให้เกิดประสิทธิภาพ และต้องสื่อสารสร้างความเข้าใจแผนระดับต่าง ๆ กับส่วนราชการในจังหวัด รวมถึงสร้างความรับรู้เข้าใจกับประชาชน นอกจากนี้ ต้องบริหารงานในฐานะบังคับบัญชาส่วนราชการระดับจังหวัด กำกับดูแลหน่วยงานและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และบูรณาการการปฏิบัติภายใต้คณะกรรมการชุดต่าง ๆ ในพื้นที่ รวมถึงการทำหน้าที่ในฐานะผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (ผอ.รมน.จังหวัด) ในการบูรณาการหน่วยงานด้านความมั่นคง และการดำเนินงานคณะกรรมการขับเคลื่อนไทยไปด้วยกันระดับจังหวัด ต้องบูรณาการแก้ไขปัญหาให้เกิดความเปลี่ยนแปลงในพื้นที่สนองตอบความต้องการของประชาชน รวมทั้งติดตามรับฟังสภาพปัญหา ประสานการปฏิบัติ และสร้างความรับรู้เข้าใจกับประชาชน จากนั้น พลเอก อนุพงษ์ เผ่าจินดา ได้มอบนโยบายสำคัญของกระทรวงมหาดไทย ได้แก่ 1) การปกป้องและเทิดทูนสถาบันหลักของชาติ โดยเสริมสร้างความรับรู้และร่วมกับประชาชนขับเคลื่อนกิจกรรมต่าง ๆ ในพื้นที่ เช่น การดำเนินกิจกรรมจิตอาสาพระราชทาน  2) การเสริมสร้างความรู้และจัดการความรู้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการขับเคลื่อนงานตามยุทธศาสตร์ชาติ และแผนระดับต่าง ๆ ซึ่งสำนักงานปลัดกระทรวงมหาดไทยและกรมในส่วนกลางต้องเป็นพี่เลี้ยงเสริมสร้างองค์ความรู้การปฏิบัติงานให้กับผู้ปฏิบัติงานในระดับพื้นที่ 3) การสกัดกั้นการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) ซึ่งผู้ว่าราชการจังหวัดได้ร่วมกับคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัด ขับเคลื่อนทำให้สถานการณ์การระบาดดีขึ้นและเกิดความร่วมมือของประชาชนในการปฏิบัติตามมาตรการสาธารณสุขอย่างต่อเนื่อง ซึ่งขณะนี้ ประเทศกำลังจะเปิดรับนักท่องเที่ยวเข้ามาในประเทศ จึงขอให้รณรงค์การปฏิบัติตามมาตรการสาธารณสุข DMHTT อย่างต่อเนื่อง เพื่อความปลอดภัยของประชาชน  4) การป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด ต้องดำเนินการลดผู้เสพผู้ติดยาเสพติด (Demand) ผ่านกิจกรรมต่าง ๆ ทั้งในพื้นที่และในสถาบันการศึกษา รวมถึงต้องดำเนินการจัดการกับผู้ค้าผู้ผลิตยาเสพติด (Supply) โดยบูรณาการฝ่ายปกครองและทุกหน่วยงานในพื้นที่สกัดกั้นปราบปรามยาเสพติดให้หมดไปในทุกอำเภอทุกจังหวัด 5) การดำเนินงานของศูนย์อำนวยการขจัดความยากจนและพัฒนาคนทุกช่วงวัยอย่างยั่งยืนตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง (ศจพ.) ต้องใช้กลไกการขับเคลื่อนทุกระดับดำเนินการในการแก้ไขปัญหาและเสริมสร้างคุณภาพชีวิตประชาชน 6) การจัดที่ดินทำกินให้ชุมชนตามนโยบายรัฐบาล (คทช.) ต้องเร่งดำเนินการคณะอนุกรรมการจัดที่ดิน เพื่อประชาชนได้ใช้ประโยชน์จากที่ดินในการประกอบอาชีพ สร้างรายได้ และมีคุณภาพชีวิตดีขึ้น รวมถึงการจัดหาเครื่องจักรกลทางการเกษตร 7) การบริหารจัดการน้ำในระดับพื้นที่ โดยบูรณาการหน่วยงานที่เกี่ยวข้องบริหารจัดการน้ำให้เพียงพอต่อความต้องการประชาชน ครอบคลุมทั้งการแก้ปัญหาน้ำแล้งและน้ำท่วม 8) การบูรณาการแก้ไขปัญหาผักตบชวา ด้วยการรณรงค์ "เก็บเล็ก" ในพื้นที่แหล่งน้ำปิดและกำกับการดำเนินงานให้เป็นไปอย่างต่อเนื่อง 9) การนำสายไฟฟ้าและสายสาธารณูปโภคต่าง ๆ ลงดิน ต้องดำเนินการให้เป็นไปตามแผนงาน/โครงการที่กำหนด สำหรับในพื้นที่ที่ยังมิได้ดำเนินการ ให้กำกับดูแลการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคจังหวัดดำเนินการจัดระเบียบสายไฟฟ้าและสายสื่อสารต่าง ๆ 10) การบริหารจัดการขยะขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและการจัดการน้ำเสีย โดยใช้กลไกคณะกรรมการจัดการสิ่งปฏิกูลและมูลฝอยจังหวัดขับเคลื่อนการบริหารจัดการขยะขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น รวมทั้งรณรงค์ประชาชนในการคัดแยกขยะมูลฝอยและปฏิบัติตามหลัก 3ช (3Rs) ได้แก่ ใช้น้อย (Reduce) ใช้ซ้ำ (Reuse) นำกลับมาใช้ใหม่ (Recycle) รวมถึงดำเนินการบริหารจัดการขยะบนเกาะต่าง ๆ เพื่อไม่ให้เกิดมลพิษส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะอย่างยิ่งการแก้ไขปัญหาการปนเปื้อนของน้ำเสียจากขยะที่ไหลลงสู่แม่น้ำลำคลองและทะเล รวมถึงการรณรงค์ป้องกันและแก้ไขปัญหามลพิษทางน้ำ ด้วยการควบคุมการบำบัดน้ำเสียจากแหล่งกำเนิดต่าง ๆ ตั้งแต่บ้านเรือน เพื่อให้บ้านเมืองมีความเป็นระเบียบเรียบร้อย สะอาด และสวยงาม 11) การดำเนินการขับเคลื่อนจังหวัดที่มีผลสัมฤทธิ์สูง (High Performance) 12) การส่งเสริมการท่องเที่ยวภายในจังหวัดตามนโยบายรัฐบาลและมาตรการที่ ศบค. กำหนด 13) บทบาทของผู้ว่าราชการจังหวัดเกี่ยวกับการประสานแผนพัฒนาในระดับพื้นที่ One plan กับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น 14) การดำเนินงานของศูนย์ดำรงธรรม โดยบูรณาการหน่วยงานในพื้นที่ในการแก้ไขปัญหาของประชาชนในพื้นที่ให้เกิดผลสำเร็จ หากเกินกว่าอำนาจให้แจ้งมายังศูนย์ดำรงธรรมกระทรวงมหาดไทยเพื่อหารือร่วมกับส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง 15) การพัฒนาและยกระดับคะแนนการประเมินคุณธรรมและความโปร่งใสในการดำเนินงานของหน่วยงานภาครัฐ (Integrity and Transparency Assessment: ITA) โดยผู้ว่าฯ ต้องดำเนินการให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกำหนด ด นายนิพนธ์ บุญญามณี กล่าวว่า ช่วงนี้ใกล้เทศกาลสงกรานต์จะมีประชาชนออกมาใช้รถใช้ถนนมากกว่าปกติ ซึ่งประเด็นความปลอดภัยทางถนนเป็นมาตรการสำคัญ จึงขอให้ผู้ว่าฯ ทุกจังหวัด ใช้กลไกศูนย์อำนวยการความปลอดภัยทางถนน (ศปถ.) ทั้งระดับจังหวัด อำเภอ และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) เป็นกลไกหลักในการดำเนินมาตรการต่าง ๆ และบูรณาการศูนย์ปฏิบัติการการแพทย์ฉุกเฉิน เพื่อลดความสูญเสียชีวิตของคนไทยจากอุบัติเหตุ ดร.ทรงศักดิ์ ทองศรี กล่าวว่า ขอให้ผู้ว่าราชการจังหวัดลงพื้นที่เพื่อรับทราบปัญหาจากประชาชนโดยตรง นอกเหนือจากการรายงานของส่วนราชการในระดับพื้นที่ เพื่อทำให้การแก้ไขปัญหาตามนโยบายรัฐบาลเป็นไปอย่างตรงจุดสอดคล้องตามความต้องการของประชาชน และได้เน้นย้ำการขับเคลื่อนนโยบายรัฐบาลที่สำคัญ เช่น การจัดที่ดินทำกินให้ประชาชน การจัดการผังเมือง การพัฒนาเศรษฐกิจฐานราก และการส่งเสริมการใช้ผ้าไทย การบูรณาการแก้ไขปัญหาผักตบชวา เป็นต้น