อีกทั้งผู้ติดเชื้อระลอกใหม่นี้ ส่วนใหญ่เป็นกลุ่มวัยทำงาน หนุ่ม สาว เมื่อกลับไปหาครอบครัว ซึ่งส่วนใหญ่เป็นผู้สูงอายุหรือกลุ่มเสี่ยงที่อยู่ที่บ้าน ทำให้ยิ่งเพิ่มความเสี่ยงในการติดเชื้อ และเพิ่มโอกาสในการเสียชีวิตมากขึ้น อาสาสมัครสาธารณสุข (อสม.) เป็นบุคคลสำคัญในการป้องกัน ควบคุมโรค ดำเนินการเชิงรุก โดยเฉพาะสถานการณ์โรคโควิด 19 ที่ผ่านมา ได้ปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มกำลังความสามารถ ทั้งประจำอยู่ที่ด่านชุมชน และการเฝ้าระวัง คัดกรองบุคคลที่เดินทางเข้ามาในชุมชน และมีบทบาทสำคัญ ในการถ่ายทอดความรู้ ความเข้าใจให้แก่ประชาชน
" เห็นความสำคัญในการดำเนินงานของ อสม. จึงได้สนับสนุนค่าตอบแทนให้กับ อสม.ต่อเนื่องอีก 3 เดือน หรือตั้งแต่เดือนเมษายน – มิถุนายน 2564 รวมทั้งจัดหาวัสดุอุปกรณ์ให้กับ อสม.ในการปฏิบัติหน้าที่ต่อไป"
นายอนุทิน เปิดเผยอีกว่า จากการดำเนินงานที่ผ่านมา ทราบว่า มี อสม.บางรายได้รับผลกระทบจากการปฏิบัติหน้าที่ เบื้องต้น มี 3 ราย ได้แก่ 1. อสม. กฤษณา พุมมา อายุ 70 ปี อำเภอบ้านฉาง จังหวัดระยอง เสียชีวิตเนื่องจากประสบอุบัติเหตุขณะเดินทางออกไปปฏิบัติหน้าที่ 2. อสม. จำนวน 2 ราย ในพื้นที่ อำเภอแจ้ห่ม จังหวัดลำปาง ติดเชื้อโควิด 19 จากการปฏิบัติหน้าที่ในการคัดกรองในชุมชน ขอขอบคุณทุกท่านที่ได้เสียสละ อุทิศกำลังกาย กำลังใจ เพื่อประโยชน์ของพี่น้องประชาชน และขอแสดงความเสียใจกับครอบครัวของท่านผู้เสียชีวิต
จากนี้ ขอให้ อสม. เคาะประตูบ้านทุกหลังคาเรือน ให้ประชาชนมีความรู้ และปฏิบัติตามมาตรการนิวนอร์มอลอย่างเคร่งครัด ร่วมคัดกรองประชาชนที่บ้าน ติดตามเยี่ยมกลุ่มเสี่ยงในช่วงกักตัว 14 วัน ประสานส่งต่อโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล/หน่วยบริการสาธารณสุข เชิญชวนประชาชนลงทะเบียนฉีดวัคซีน เข้ารับการฉีดตรงตามนัด และติดตามอาการไม่พึงประสงค์หลังการฉีดวัคซีน
“ผมเชื่อมั่นว่าระบบการทำงานของ อสม. จะช่วยให้ประชาชนเข้าถึงการฉีดวัคซีนและได้รับการดูแลให้มีความปลอดภัย สิ่งสำคัญที่สุด ขอให้ อสม. ดูแลตัวเองให้มีสุขภาพแข็งแรง รัฐบาลขอเป็นกำลังใจ ดูแลค่าตอบแทน 500 บาทต่อเดือน จนกว่าสถานการณ์โควิดจะคลี่คลาย” นายอนุทิน กล่าว

