30 เมษายน 2564 เวลา 23:29
“ศักดิ์สยาม” เร่งเครื่อง “รถไฟสายสีแดง-สถานีกลางบางซื่อ” ให้ทันกำหนดเปิดเชิงพาณิชย์ปลายปีนี้ เคาะแผนเร่งด่วน กำหนด 4 จุดเชื่อมต่อการเดินทาง ขนส่งผู้โดยสาร-สินค้า ครอบคลุม 5 ทิศ “เหนือ-ใต้-ออก-ตก-อีสาน”
“ศักดิ์สยาม” เร่งเครื่อง “รถไฟสายสีแดง-สถานีกลางบางซื่อ” ให้ทันกำหนดเปิดเชิงพาณิชย์ปลายปีนี้ เคาะแผนเร่งด่วน กำหนด 4 จุดเชื่อมต่อการเดินทาง ขนส่งผู้โดยสาร-สินค้า ครอบคลุม 5 ทิศ “เหนือ-ใต้-ออก-ตก-อีสาน” พร้อมจ่อประกาศเชิญชวนเอกชนประมูลพื้นที่เชิงพาณิชย์ มิ.ย.นี้ ลุยถก “กรุงไทย” ดันสายสีแดงใช้ตั๋วร่วม ระบบ EMV ทันเปิดให้บริการ

นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เป็นประธานประชุมคณะกรรมการเตรียมการเปิดให้บริการและการบริหารโครงการระบบรถไฟชานเมือง (สายสีแดง) และสถานีกลางบางซื่อ ครั้งที่ 2/2564 เพื่อติดตามความคืบหน้าผลการดำเนินงานการเตรียมความพร้อมในด้านต่าง ๆ ผ่านการประชุมทางไกล (Video Conference) โดยมีนายชยธรรม์ พรหมศร ปลัดกระทรวงคมนาคม นายสรพงศ์ ไพฑูรย์พงษ์ รองปลัดกระทรวงคมนาคม ประธานอนุกรรมการฯ ด้านสถานีและประธานอนุกรรมการฯ ด้านการกำหนดจุดเปลี่ยนถ่ายผู้โดยสารและสินค้า นายกิตติพันธ์ ปานจันทร์ อธิบดีกรมการขนส่งทางราง ประธานอนุกรรมการฯ ด้านราคาค่าโดยสารและบัตรโดยสาร นางจันทิรา บุรุษพัฒน์ ผู้ตรวจราชการกระทรวงคมนาคม ประธานอนุกรรมการฯ ด้านการสื่อสารสาธารณะ นายจิรุตม์ วิศาลจิตร อธิบดีกรมการขนส่งทางบก ประธานกรรมการรถไฟแห่งประเทศไทย ผู้แทนการรถไฟแห่งประเทศไทย ผู้แทนกระทรวงการคลัง สำนักงบประมาณ สำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ หัวหน้าหน่วยงานและผู้บริหารหน่วยงานในสังกัดกระทรวงคมนาคมที่เกี่ยวข้องร่วมประชุม

รมว.คมนาคม กล่าวว่า กระทรวงคมนาคม โดยการรถไฟแห่งประเทศไทย ได้ดำเนินการก่อสร้างโครงการระบบรถไฟชานเมือง (สายสีแดง) ช่วงบางซื่อ-ตลิ่งชัน ระยะทางประมาณ 15 กิโลเมตร และช่วงบางซื่อ- รังสิต ระยะทางประมาณ 26.3 กิโลเมตร รวมทั้งการก่อสร้างสถานีกลางบางซื่อ ซึ่งขณะนี้การก่อสร้างงานโยธาของรถไฟชานเมือง (สายสีแดง) และสถานีกลางบางซื่อเสร็จแล้ว และอยู่ระหว่างการทดสอบระบบ และทดสอบการเดินรถเสมือนจริง ก่อนเปิดให้ประชาชนทดลองใช้บริการในเดือนกรกฎาคม 2564 จากนั้นจะเปิดให้บริการอย่างเป็นทางการในช่วงปลายปี 2564 ดังนั้น เพื่อให้การเปิดให้บริการและการบริหารโครงการระบบรถไฟชานเมือง (สายสีแดง) และสถานีกลางบางซื่อได้ทันตามกำหนด สามารถอำนวยความสะดวกประชาชนผู้ใช้บริการได้อย่างมีประสิทธิภาพ มีการเชื่อมต่อการเดินทางกับการขนส่งประเภทต่างๆ ได้อย่างเป็นระบบ และมีอัตราค่าโดยสารที่เหมาะสม จึงได้แต่งตั้งคณะกรรมการและอนุกรรมการเพื่อเตรียมความพร้อมในด้านต่างๆ ได้แก่ ด้านการเดินรถและการเชื่อมต่อระบบขนส่งต่างๆ ในการเข้าถึงสถานี ด้านสถานี ด้านราคาค่าโดยสารและบัตรโดยสาร ด้านการสื่อสารสาธารณะ ด้านการกำหนดจุดเปลี่ยนถ่ายผู้โดยสารและสินค้า รวมถึงการบริหารพื้นที่ภายในสถานีกลางบางซื่อและพื้นที่โดยรอบในเชิงพาณิชย์ โดยคณะอนุกรรมการด้านต่างๆ ได้เร่งรัดดำเนินการ ดังนี้
การเตรียมความพร้อมด้านการเดินรถและการเชื่อมต่อการให้บริการระบบขนส่ง คณะอนุกรรมการฯ ด้านการเดินรถของการรถไฟแห่งประเทศไทยทั้งระบบ รวมทั้งการเชื่อมต่อการให้บริการระบบขนส่ง ได้เสนอรูปแบบการเดินรถไฟเพื่อเข้าสถานีกรุงเทพ (หัวลำโพง) โดยให้คงขบวนรถเข้า สถานีกรุงเทพ (หัวลำโพง) จำนวน 22 ขบวน ซึ่งการให้บริการรถไฟทั้ง 22 ขบวน จะจัดให้มีการเดินรถในช่วงนอกเวลาเร่งด่วน เพื่อลดผลกระทบการจราจรที่จะเกิดขึ้นพื้นที่กรุงเทพชั้นใน พร้อมทั้งจะมีการปรับเส้นทางรถโดยสารประจำทางเพื่อเชื่อมต่อการเดินทาง โดยให้กรมการขนส่งทางบก (ขบ.) และองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) พิจารณาปรับปรุงเส้นทางรถโดยสารประจำทาง เพื่อเชื่อมต่อการเดินทางในกับรูปแบบการขนส่งรูปแบบอื่นในทุกสถานี การปรับเส้นทางรถโดยสารประจำทางเพื่อเชื่อมต่อสถานีหลักด้วย ทั้งนี้ การปรับลดขบวนรถไฟเข้าสถานีกรุงเทพ (หัวลำโพง) ขบ.และ ขสมก.ได้ปรับปรุงเส้นทางเพื่อรองรับผู้โดยสารที่มีความต้องการการเดินทางเข้าไปยังสถานีกรุงเทพ (หัวลำโพง) แล้ว โดยการปรับให้มีรถโดยสารประจำทางเชื่อมระหว่างสถานีกลางบางซื่อและสถานีกรุงเทพ (หัวลำโพง) สถานีมักกะสันและสถานีกรุงเทพ (หัวลำโพง)
ความคืบหน้าในการดำเนินการด้านสถานี คณะอนุกรรมการเตรียมการเปิดให้บริการและการบริหารโครงการระบบรถไฟชานเมือง (สายสีแดง) และสถานีกลางบางซื่อ ด้านสถานี ได้มีการประชุมและกำหนดให้สถานีกลางบางซื่อ ซึ่งมีพื้นที่เชิงพาณิชย์ภายในสถานีจำนวน 52,375 ตารางเมตร ได้เสนอแนวทางให้ รฟท. ออกประกาศเชิญชวนให้เอกชนได้มีสิทธิใช้ประโยชน์พื้นที่แยกจากโครงการสรรหาเอกชนร่วมลงทุนให้บริการเดินรถไฟสายสีแดง (PPP) ซึ่งในเบื้องต้นได้กำหนดเงื่อนไขสัญญาเดียวครอบคลุมพื้นที่ทั้ง 52,375 ตารางเมตร โดยรวมถึงการให้บริการในส่วนของศูนย์อาหาร และร้านค้าที่จำหน่ายสินค้าจำเป็นในการเดินทาง อายุสัญญาเช่า 15-20 ปี พื้นที่ส่วนของลานจอดรถยนต์เห็นควรให้ รฟท.ดำเนินการหารายได้ในการจัดเก็บค่าจอดรถยนต์โดย รฟท. หรือโดยการจ้างเหมาบริการ ให้ รฟท.พิจารณาให้บริการรถ Limousine แก่ผู้โดยสารในลักษณะเดียวกับสนามบินและบริการรถ Shuttle bus สำหรับงานด้านรักษาความปลอดภัยและการจัดการจราจร งานด้านทำความสะอาดสถานที่ และงานอาคารสถานที่ เห็นควรให้ รฟท. ดำเนินการจัดซื้อจัดจ้างตาม พ.ร.บ.จัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ.2560 ส่วนสถานีรถไฟในโครงการอีก 12 สถานี
จากการสำรวจพื้นที่โดยละเอียดพบว่ามีพื้นที่เชิงพาณิชย์จำนวน 4,626 ตารางเมตร และพื้นที่โฆษณา จำนวน 2,407 ตารางเมตร คณะอนุกรรมการฯ ด้านสถานีได้เสนอแนวทางการจัดประโยชน์พื้นที่เชิงพาณิชย์และป้ายโฆษณา โดยกำหนดระยะเวลาเช่า 3 ปี คาดว่าจะสามารถออกประกาศเชิญชวนเอกชนได้ในช่วงเดือนมิถุนายน 2564 ลงนามสัญญาได้ในเดือนสิงหาคม 2564 และเปิดให้บริการได้ภายในปลายปี 2564
ด้านการกำหนดราคาค่าโดยสารและบัตรโดยสาร คณะอนุกรรมการเตรียมการเปิดให้บริการและการบริหารโครงการระบบรถไฟชานเมือง (สายสีแดง) และสถานีกลางบางซื่อ ด้านราคาค่าโดยสารและบัตรโดยสาร ได้มีการพิจารณากำหนดอัตราค่าโดยสารพร้อมส่งเสริมการเดินทางในรูปแบบของบัตรโดยสาร 30 วัน (ตั๋วเดือน) พร้อมจัดโปรโมชั่นส่วนลดการเดินทางสำหรับเด็ก นักเรียน/นักศึกษา (Student Card) ผู้สูงอายุ รวมทั้งผู้พิการ เพื่อรองรับนโยบายการเข้าถึงและใช้ประโยชน์บริการขนส่งสาธารณะได้อย่างเท่าเทียม
ทั้งนี้ ได้มอบหมายให้ รฟท. พิจารณาค่าใช้จ่ายซึ่งเป็นต้นทุนการดำเนินงาน พร้อมปริมาณผู้โดยสารในระบบรายสถานี ความถี่การเดินรถ เพื่อกำหนดอัตราค่าโดยสารตามระยะทางให้มีความเหมาะสม สอดคล้องตามต้นทุน ค่าใช้จ่ายผันแปร ส่วนความพร้อมเข้าสู่ระบบตั๋วร่วมของโครงการรถไฟชานเมือง (สายสีแดง) ได้หารือร่วมกับ บมจ.ธนาคารกรุงไทย เตรียมความพร้อมเพื่อให้ระบบจัดเก็บค่าโดยสารรองรับตามมาตรฐานเทคโนโลยีบัตร EMV (Europay Mastercard and Visa) โดยให้จัดทำข้อมูลกรอบระยะเวลาการดำเนินงาน งบประมาณที่คาดว่าจะใช้รวมทั้งแนวทางการดำเนินงานเพื่อให้สามารถเปิดใช้บริการได้ภายในปลายปี 2564
การกำหนดจุดเปลี่ยนถ่ายผู้โดยสารและสินค้า คณะอนุกรรมการฯ ด้านการกำหนดจุดเปลี่ยนถ่ายผู้โดยสารและสินค้า (Gateway/Hub) ได้ร่วมประชุมและลงพื้นที่เก็บข้อมูลด้านกายภาพและประเมินความเหมาะสมของสถานีที่จะใช้เป็นจุดเชื่อมต่อการเดินทางของประชาชนและจุดเชื่อมต่อการขนส่งสินค้า ดังนี้
1.จุดเชื่อมต่อการเดินทางของประชาชนด้านทิศเหนือ/ตะวันออกเฉียงเหนือ กำหนดที่สถานีรังสิต โดยได้เสนอแผนการปรับปรุงสถานีประกอบด้วย งานปรับปรุงถนนด้านฝั่งตะวันตก (ปทุมธานี) และงานก่อสร้างสะพานกลับรถ และทางเชื่อมจากสะพานข้ามทางรถไฟบริเวณสถานี และแผนการพัฒนาโครงข่ายเชื่อมต่อ ประกอบด้วยการปรับปรุงจุดกลับรถใต้สะพานข้ามทางรถไฟ ทางหลวงหมายเลข 346 ทั้งด้านตะวันออก (รังสิต) และด้านตะวันตก (ปทุมธานี)
2.จุดเชื่อมต่อการเดินทางของประชาชนด้านทิศตะวันออก กำหนดที่จุดจอดรถอโศก ซึ่งในปัจจุบันรถไฟชานเมืองขาเข้าและขาออกสถานีกรุงเทพ หยุดจอดเพื่อรับส่งผู้โดยสารรถหลังจากผ่านเครื่องกั้นถนน พบว่ารูปแบบดังกล่าวทำให้ผู้ใช้รถใช้ถนนจะเสียเวลาในการรอรถไฟข้ามผ่านเป็นเวลาโดยเฉลี่ยกว่า 2-3 นาที จึงได้เสนอแนวทางการพัฒนาจุดจอดให้อยู่ตำแหน่งเดียวกันทั้งขาเข้าและขาออก ซึ่งสามารถลดระยะเวลาในการกั้นถนนลงได้กว่า 1 นาทีและได้เสนอแผนงานพัฒนาสถานีโดยการปรับพื้นที่ชานชาลาด้านตะวันตกของจุดจอดรถอโศก และพัฒนาป้ายหยุดรับส่งผู้โดยสารสำหรับรถ ขสมก. เพื่อให้สามารถรับส่งผู้โดยสารจากขบวนรถไฟได้ทั้งทิศทางขาเข้าและขาออก
3.จุดเชื่อมต่อการขนส่งสินค้าด้านทิศเหนือ/ตะวันออกเฉียงเหนือ จากเดิมกำหนดไว้ที่สถานีเชียงราก จากการลงพื้นที่สำรวจพบว่า สถานีเชียงรากน้อย มีความเหมาะสมมากกว่า เนื่องจากอยู่ใกล้นิคมอุตสาหกรรมนวนคร และมีโครงการพัฒนาพื้นที่ศูนย์ซ่อมบำรุงรถไฟฟ้าความเร็วสูง และสถานีสามารถเชื่อมต่อเข้าสู่ทางหลวงสายหลักได้สะดวกมากกว่า โดยได้เสนอแผนการปรับปรุงสถานี เช่น การปรับปรุงชานชาลา ลานกองเก็บสินค้า และอาคารสำนักงาน และโครงข่ายเชื่อมต่อเพื่อเพิ่มความสะดวกในการเข้าสู่สถานี
4.จุดเชื่อมต่อการขนส่งสินค้าด้านทิศใต้/ตะวันตก จากเดิมที่กำหนดไว้ที่สถานีวัดงิ้วราย ซึ่งจากการลงพื้นที่สำรวจพบว่า สถานีวัดสุวรรณ มีความเหมาะสมมากกว่า เนื่องจากอยู่ใกล้ศูนย์เปลี่ยนถ่ายสินค้าพุทธมณฑล และสามารถเชื่อมต่อเข้าสู่ทางหลวงสายหลักได้สะดวกกว่า รวมถึงอยู่ใกล้แนวเส้นทางของโครงการถนนวงแหวนรอบนอกกรุงเทพมหานคร รอบที่ 3 ซึ่งจะช่วยสนับสนุนการขนส่งหลายรูปแบบ โดยได้เสนอแผนการปรับปรุงสถานี เช่น การปรับปรุงชานชาลา ลานกองเก็บสินค้า และอาคารสำนักงาน และโครงข่ายเชื่อมต่อเพื่อเพิ่มความสะดวกในการเข้าสู่สถานี
คณะอนุกรรมการฯ ได้ให้ความสำคัญกับแผนงานพัฒนาจุดเชื่อมต่อการเดินทางของประชาชนเป็นแผนงานที่มีความจำเป็นอยู่ในระยะเร่งด่วน และกำหนดแผนงานการพัฒนาจุดเชื่อมต่อการขนส่งสินค้าเป็นแผนการพัฒนาในระยะถัดไป จึงได้มอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการประมาณราคาและระยะเวลาดำเนินการต่อไป
รมว.คมนาคม ยังกล่าวอีกว่า การเปิดให้บริการรถไฟฟ้าชานเมือง (สายสีแดง) และสถานีกลางบางซื่อ จะมีส่วนสำคัญในการส่งเสริมให้ประชาชนหันมาใช้บริการขนส่งสาธารณะแทนการใช้รถยนต์ส่วนตัวเพิ่มมากขึ้น ช่วยแก้ปัญหาจราจรและมลภาวะในกทม.ได้เป็นอย่างดี นอกจากนี้ ยังสร้างความปลอดภัย ลดความเสี่ยงการเกิดอุบัติเหตุบริเวณจุดตัดทางรถไฟกับถนนได้อย่างประสิทธิภาพอีกด้วย และได้สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งดำเนินการปรับปรุงสถานี ทั้งสถานีกลางบางซื่อ และสถานีรถไฟฟ้าสายสีแดงทุกสถานี และจัดระบบรถโดยสารเพื่ออำนวยความสะดวกในการเชื่อมต่อการเดินทาง รวมถึงการปรับแผนการเดินรถไฟชานเมืองเพื่อเข้าสู่พื้นที่กรุงเทพฯชั้นในเป็นระยะๆ ตามกำหนดการเปิดการเดินรถไฟฟ้าสายสีแดงอย่างเป็นทางการ
นอกจากนี้ ได้มอบหมายให้ รฟท. กรมการขนส่งทางราง และสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร ร่วมกันพิจารณาราคาค่าโดยสารที่เหมาะสม ทั้งในการเดินทางรูปแบบการเดินทางเที่ยวเดียว รายเดือน และส่วนลดสำหรับนักเรียน นักศึกษา ผู้สูงอายุ และผู้พิการ เพื่อให้ประชาชนได้รับประโยชน์จากการใช้ระบบขนส่งสาธารณะมากที่สุด และพิจารณาการใช้ตั๋วร่วมสำหรับการเดินทางร่วมกับรถโดยสารประจำทาง เพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายการเดินทางของประชาชนต่อไป โดยให้เน้นเรื่องของการประชาสัมพันธ์ เพื่อให้ประชาชนรับทราบถึงประโยชน์ และข้อมูลการเปลี่ยนแปลงต่างๆ ที่จะเกิดขึ้นอย่างชัดเจน และกำชับให้คณะอนุกรรมการด้านต่าง ๆ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งรัดดำเนินการในส่วนที่อยู่ในความรับผิดชอบให้เป็นไปตามแผนงานที่กำหนดเพื่อให้ทันกับการเปิดให้บริการในช่วงปลายปี 2564 และให้ รฟท. นำเทคโนโลยีสารเทศมาใช้ในการบริหารจัดการและการให้บริการเพื่อผู้ใช้บริการได้รับความสะดวก รวดเร็ว และปลอดภัย รวมถึงการดูแลด้านความปลอดภัยและการรักษาความปลอดภัย และได้สั่งการให้ตั้งคณะอนุกรรมการเพิ่มเติมขึ้น 2 คณะ เพื่อดำเนินการด้านการขอพระราชทานนามและพิธีการ และการบริหารจัดการและการพัฒนาพื้นที่สถานีรถไฟกรุงเทพ (หัวลำโพง)
ทั้งนี้ รฟท.ได้เพิ่มช่องทางเพื่อรับฟังความคิดเห็นของประชาชนผู้ใช้บริการ ได้ทาง Facebook Fanpage : Bang sue Grand Station เพื่อกระทรวงฯ และรฟท. จะได้นำมาใช้ในการปรับปรุงเพื่อให้ผู้ใช้บริการได้รับบริการที่ดีต่อไป