3 พฤษภาคม 2564 เวลา 21:01
ศักดิ์สยาม เร่งรัดติดตามการพัฒนาโครงการ Land Bridge ยึดแนวทางการใช้ประโยชน์จากทรัพยากรในพื้นที่ผสานกับเทคโนโลยี และให้ความสำคัญกับกระบวนการมีส่วนร่วมของประชาชน ต้องเกิดประโยชน์กับท้องถิ่น ส่งเสริมการพัฒนาเศรษฐกิจภาคใต้สู่การเป็นศูนย์กลางการขนส่งทางน้ำของภูมิภาค
ศักดิ์สยาม เร่งรัดติดตามการพัฒนาโครงการ Land Bridge ยึดแนวทางการใช้ประโยชน์จากทรัพยากรในพื้นที่ผสานกับเทคโนโลยี และให้ความสำคัญกับกระบวนการมีส่วนร่วมของประชาชน ต้องเกิดประโยชน์กับท้องถิ่น ส่งเสริมการพัฒนาเศรษฐกิจภาคใต้สู่การเป็นศูนย์กลางการขนส่งทางน้ำของภูมิภาค
นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยภายหลังเป็นประธานการประชุมติดตามความก้าวหน้าโครงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านการคมนาคมขนส่ง เพื่อพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจภาคใต้ และเชื่อมโยงการขนส่งระหว่างอ่าวไทย และอันดามัน เมื่อวันจันทร์ที่ 3 พฤษภาคม พ.ศ. 2564 ผ่านการประชุมทางไกล (Video Conference) ด้วยระบบ Zoom Cloud Meetings โดยมีนายชยธรรม์ พรหมศร ปลัดกระทรวงคมนาคม
คณะผู้บริหารกระทรวงคมนาคม กรมทางหลวง (ทล.) การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) หัวหน้าหน่วยงานในสังกัดกระทรวงคมนาคมที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมประชุม โดยสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) ทำหน้าที่ฝ่ายเลขานุการ

นายศักดิ์สยามฯ กล่าวว่า ที่ประชุมได้รับทราบความก้าวหน้าของการศึกษาความเหมาะสม ออกแบบเบื้องต้นการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านการคมนาคมขนส่งเพื่อพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจภาคใต้ เพื่อเชื่อมโยง
การขนส่งระหว่างอ่าวไทยและอันดามัน (Land bridge) โดยได้มีการกำหนดกลยุทธ์ในการศึกษาแนวทางการพัฒนาของโครงการออกเป็น 4 ด้าน ประกอบด้วย
1) ด้านโครงสร้างพื้นฐานคมนาคม : ออกแบบท่าเรือให้มีความลึก 16 เมตร ทั้งฝั่งอ่าวไทยและฝั่งอันดามัน แนวเส้นทางสามารถเชื่อมต่อกับโครงข่ายทางรถไฟ และทางหลวงสายหลักได้ สามารถรองรับทั้งการขนส่งสินค้าและการขนส่งผู้โดยสาร พร้อมทั้งรองรับระบบขนส่งทางท่อ
2) ด้านการพัฒนาพื้นที่หลังท่า : จัดตั้งพื้นที่หลังท่าเป็นพื้นที่พัฒนาเศรษฐกิจพิเศษ เพื่อพัฒนาพื้นที่อุตสาหกรรมหลังท่าตามกลุ่มอุตสาหกรรมเป้าหมาย
3) ด้านการส่งเสริมการขนส่ง : ศึกษาปรับปรุงกฎระเบียบ เพื่อลดขั้นตอน และเอกสาร ในการขนส่งสินค้า ให้เกิดความสะดวก รวดเร็ว ให้สิทธิพิเศษทางภาษี เพื่อดึงดูดนักลงทุนให้เปลี่ยนมาใช้เส้นทาง
4) ด้านสิ่งแวดล้อมและการยอมรับของมวลชน : ออกแบบโครงสร้างพื้นฐานให้ความสำคัญกับการลดผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมและชุมชน ให้ความสำคัญกับกระบวนการมีส่วนร่วมของประชาชน และต้องเกิดประโยชน์กับท้องถิ่น เช่น กำหนดโควต้าการรับสมัครเข้าทำงานในโครงการให้แก่ประชาชนที่อาศัยอยู่ในบริเวณโดยรอบพื้นที่ จัดทำและดำเนินโครงการ/แผนงานความรับผิดชอบต่อสังคมเพื่อให้โครงการสามารถอยู่ร่วมกับชุมชนอย่างยั่งยืน
นอกจากพัฒนากลยุทธ์ในการพัฒนาโครงการแล้ว การศึกษานี้ยังได้กำหนดหลักเกณฑ์ในการคัดเลือกทำเลที่ตั้งท่าเรือตามแนวทางที่เป็นสากล ตามแนวทางของการประชุมสหประชาชาติว่าด้วยการค้าและการพัฒนา
Port Planning Handbook (UNCTAD,1984) และ สมาคมโลกเพื่อการขนส่งทางน้ำ PIANC Outline master planning process for greenfield ports (PIANC 185) โดยมีปัจจัยและสัดส่วนที่ใช้ในการพิจารณา 4 ด้าน ประกอบด้วย ปัจจัยด้านวิศวกรรม ปัจจัยด้านสิ่งแวดล้อม ปัจจัยด้านเศรษฐกิจและการเงิน และปัจจัยด้านสังคม โดยยึดแนวทางการใช้ประโยชน์จากทรัพยากรในพื้นที่ผสานกับเทคโนโลยี และความได้เปรียบทางกายภาพ รวมทั้งการอนุรักษ์และฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม และการพัฒนาเมืองให้น่าอยู่ ส่งเสริม
การเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ พร้อมยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน ช่วยสร้างโอกาส สร้างงานและรายได้เพิ่มขึ้น
นายศักดิ์สยามฯ กล่าวตอนท้ายว่า ได้มอบหมายให้ สนข. รับข้อสังเกตและประเด็นเพิ่มเติม โดยให้ดำเนินการการคัดเลือกแนวเส้นทางโดยคำนึงถึงการลดระยะวลาในการขนส่งจากท่าเรือทั้ง 2 ฝั่ง ซึ่งจะต้องสั้นและตรงที่สุด รวมถึงพิจารณาเรื่องการเชื่อมต่อโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมในพื้นที่บริเวณโดยรอบโครงการ เพื่อให้เกิดการพัฒนาเชิงพื้นที่ และเกิดการกระจายการพัฒนาไปสู่ท้องถิ่น และการเปรียบเทียบโครงการในทุกมิติเพื่อให้เห็นถึงประโยชน์ของโครงการต่อการพัฒนาประเทศชาติ รวมทั้งให้พิจารณาประเด็นการสร้างพันธมิตรที่เหมาะสมสำหรับการร่วมพัฒนาโครงการ โดยให้ครอบคลุมทั้งภายในประเทศ ประเทศในภูมิภาค และจากประเทศต่างๆ ในเวทีโลก
