18 กันยายน 2561 เวลา 17:57
“อนุทิน” วิพากย์ EEC ฝนตกไม่ทั่วฟ้า โครงการดีแต่ต้องทำทุกที่ทั่วไทย
หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ระบุโครงการระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก ไม่ควรทำเฉพาะ 3 จังหวัดที่เจริญอยู่แล้ว แต่ต้องนำมาใช้กับทุกจังหวัดทั่วไทย โดยเฉพาะจังหวัดที่มีความอ่อนแอ ห่างไกลความเจริญ เนื่องจากเป็นเครื่องมือดึงดูดเม็ดเงินลงทุน ทั้ง ในและนอกประเทศ ไปสู่ชนบทได้
นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย พูดถึงโครงการ พัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก( อีอีซี ) โดยระบุว่าเป็นสิ่งที่ดี เป็นสิ่งที่พัฒนาบ้านเมือง เป็นสิ่งที่เชื้อเชิญให้ทุน ไม่ว่าจะเป็นในประเทศหรือต่างประเทศเข้ามา แต่กฎเกณฑ์ของ อีอีซี ทำไม ทำได้แค่ในนั้น เช่น ยกเว้นภาษี 15 ปี เงินได้นิติบุคคล กลับมองว่าถ้าวันนี้ใครจะไปลงทุนในจังหวัดที่ยิ่งไม่พัฒนาเลย

หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย กล่าวว่า หากผมมีที่ดิน ที่ จ.ลำพูน 5 พันไร่ ผมจะไปสร้างโรงงาน แทนที่จะไป EEC ผมจะไปลำพูน ผมควรจะได้สิทธิประโยชน์ 15 ปี ด้วย เพราะอย่างน้อย ๆ ในบริบทของมันคือพัฒนาเป็นจังหวัดที่เจริญแล้ว เพิ่มสิทธิประโยชน์เพื่อให้ชี้ชวนนักลงทุนมากขึ้น นอกจากนี้ สิทธิประโยชน์ต่างๆ ที่ได้กับ EEC แล้ว ควรจะให้กับทุกฝ่าย เช่น การส่งเสริมการลงทุน จะยกเว้นกี่ปีก็แล้วแต่ มันควรจะให้ทุกคน โดยเฉพาะต่างจังหวัด ที่ห่างไกลความเจริญ เราเอาไปจ้างงานให้กับคนในนั้น
“การอนุมัติต่าง ๆ เช่น ใบ รง.4 หรืออนุมัติก่อสร้าง การดำเนินกิจการ อะไรต่าง ๆ ในอีอีซี กำหนดว่า ต้องให้เสร็จไประยะ 120 วัน แต่หากจะไปสร้างโรงงานที่บุรีรัมย์ สุรินทร์ ซึ่ง แน่นอนยังไม่เจริญเท่ากับ ระยอง ชลบุรี ฉะเชิงเทรา ผมต้องรอ 8-9 เดือนหรือ เท่าไหร่ ในเมื่อ 3 จังหวัด อยู่ในประเทศไทยเหมือนกัน แต่ส่วนนี้บอกว่าอนุมัติเสร็จภายใน 120 วัน ทุกอย่าง นอก 3 จังหวัดนี้ ถ้าจะไปตั้งโรงงานน้ำปลา โรงงานอ้อย โรงสีข้าว โรงงาน ผู้ทำธุรกิจ OEM ที่จ.ศรีสะเกษ ควรจะได้ไหม 120 วัน ใบ รง.4 ตอนนี้ถือว่าเร็ว แต่ อีไอเอ ปกติ 120 วันไม่เคยผ่าน ถ้าวันนี้ผมบ้าจะสร้างตึก 60 ชั้น ผมจะต้องรอ 8 เดือนไม่รู้จะได้หรือเปล่า แต่ในอีอีซี.ทำได้ 120 วัน ตรงนี้ทำไมไม่ทำทั่วประเทศ”
หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย บอกว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี บอกเองว่า นำร่องก่อน ถ้าดีจะมาทำทั่วประเทศ แต่..บางอย่างมันไม่ต้องนำร่องไง เช่นการอนุมัติต่าง ๆ เรื่องของสิทธิประโยชน์ต่าง ๆ บีโอไอ ถ้าไปทำนี่ นอกเขต กทม. ที่เขากาเป็นสีไว้ ประกอบอุตสาหกรรมได้ ลงทุนได้ มันก็ได้แค่ 8 ปี ในเมื่อจะให้ 15 ปี ก็ให้ทั้งประเทศเลย ไม่เห็นมีปัญหาอะไร ไม่ได้พูดว่า EEC ไม่ดี แม้แต่คำเดียว

“มันมีความเหลื่อมล้ำกันนิดหนึ่ง ผมอ่านกฎหมายนี้ครับ เขาเขียนว่า เนื่องจากมีการพัฒนาระบบสาธารณูปโภค ความเจริญต่าง ๆ ในระดับหนึ่งแล้วใน 3 จังหวัดนี้ ดังนั้นเพื่อเป็นการเพิ่มศักยภาพ ชักชวนให้นักลงทุนมาลง ในเรื่องของอุตสาหกรรม 4.0 จึงกำหนดให้มีเขตส่งเสริมเศรษฐกิจพิเศษ ผมคิดว่าเป็นบริบทที่ดี แต่มันควรจะ ประยุกต์ใช้ ถ้าเผื่อผู้ตัดสินใจจะลงทุนเขาตัดสินใจไปลงทุนใน จังหวัดที่เจริญสู้ 3 จังหวัดนี้ไม่ได้ ถ้าว่าตามบัญญัติไตรยางศ์แล้ว เขาควรจะได้รับการดูแลที่เอื้อประโยชน์มากกว่าด้วยซ้ำ ผมก็คิด แค่นี้เอง วันนี้ไม่มีใครลงทุนอยู่แล้วโดยเฉพาะจังหวัดที่ไม่มีใครคิดลงทุนเราควรจะต้องรีบส่งเสริมให้เขาไป”หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย กล่าว
นายอนุทิน บอกว่า เคยเป็นผู้ประกอบการมาก่อน ทราบประสบการณ์การมานั่งรอ การมาอะไรต่าง ๆ จากหน่วยงานของรัฐ โดยคนที่อนุมัติไม่รู้เรื่อง เลยว่าจะทำอะไร ไม่รู้เรื่องเลยว่าจะไปรับภาระสัญญาอะไรกับลูกค้าของเรามา การรอ นี่มันทำให้เราอาจจะผัดนัดการส่งสินค้า แทนที่จะได้เงินเข้ามากลับต้องเสียค่าปรับให้เขาอีก การรอ..อาจจะทำให้เทรนของสินค้าที่เราจะผลิตหลุดหายไป ต้นทุนที่เราวางไว้อาจจะต้องเพิ่มขึ้น จ้างคนก่อนก็จะเสียเงินก่อน
“นี่ไงคือจุดดีของ EEC ไง ผมรู้ว่าหากผมส่งเรื่องไป อีก 120 วันต้องได้แน่ ๆ รู้กำหนดขอบเขต ถ้าดูแล้วดี ผมเริ่มจ้างคนแล้ว ถ้าไม่มีกฎหมาย EEC มาเป็นตัวอย่าง วันนี้จะทำอะไรก็ไม่รู้จะออกมาเมื่อไหร่ ต้องไปตามทุกวัน ผมอยากให้มีระบบเช็คลิสต์ คนลงทุนเป็นพันล้านหมื่นล้านไม่มีใครมาโกงรัฐขี้ประติ๋ว แค่นี้หรอก ขีดมาเลย คุณมีเงินทุนแล้วใช่ไหม คุณมีวิศวกรที่รับรองแบบแล้วใช่ไหม คุณใช้เครื่องจักร สภาพมลพิษ สุขาภิบาล เป็นอย่างไร ส่งข้อมูลมา แล้วไปทำ แล้วรัฐก็ไล่ตรวจเช็ค ถ้าใครลดสเปค คนนั้นก็ต้องรู้ว่านรกมีจริง ถ้าผมมีโอกาส ผมทำแค่นี้พอแล้ว ไม่ต้องคิดอะไรแทนผู้ลงทุน เพราะผมไม่ได้เป็นผู้รับความเสี่ยง”นายอนุทิน เสนอแนะเรื่องกฎหมายที่เป็นอุปสรรค์ในการทำธุรกิจ ที่ว่าฝนตกไม่ทั่วฟ้า"นายอนุทิน กล่าวในที่สุด