"คารม พลพรกลาง" บี้ !! สำนักงบฯ-สภาพัฒน์ ขอให้เห็นชีวิตประชาชนเป็นสำคัญ ด้านสาธารณสุข คือความมั่นคงของประเทศในขณะนี้ ไม่ควรตัดงบฯ

"คารม พลพรกลาง" บี้ !! สำนักงบฯ-สภาพัฒน์ ขอให้เห็นชีวิตประชาชนเป็นสำคัญ ด้านสาธารณสุข คือความมั่นคงของประเทศในขณะนี้ ไม่ควรตัดงบฯ

นายคารม พลพรกลาง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ใช้สิทธิ์ของภูมิใจไทย อภิปราย งบประมาณรายจ่ายปี 2565 เป็นงบฯที่ปิดไม่ลง หรืองบประมาณขาดดุล เงินที่นำมาใช้ ต้องใช้ให้ออกดอกออกผล ใช้ให้เป็นประโยชน์ ประเทศมีความสำคัญอยู่หลายด้าน จัดลำดับความสำคัญ ความมั่นคงก็จำเป็น เงินเดือนข้าราชการก็ต้องมี แต่สถานการณ์ปัจจุบันนี้ต้องยอมรับว่าความสำคัญมันอยู่ที่ความเป็นความตายของประชาชน คนที่จัดทำงบประมาณ คือ สำนักงบประมาณ และสภาพัฒน์ ทั้ง 2 หน่วยงานนี้ขึ้นตรงต่อสำนักนายก หน่วยงานที่เราหวังพึ่ง เวลาที่เสนองบประมาณขึ้นมา ต้องดูความจำเป็น เล็งเห็นว่าขณะนี้ คนที่กลัวโรคไวรัสโคโรนา-19 หรือ covid-19 พอมีวัคซีนเราก็ไม่กล้าฉีดเพราะกลัวว่าจะไม่มีมาตรฐาน โรคนี้เป็นโรคอุบัติใหม่ ไม่ตำหนิใครเลยที่จะแสดงความเห็น ทั้งเรื่องความรุนแรงของโรค เรื่องของคนที่กล้าฉีดวัคซีน หรือไม่กล้าฉีด รัฐบาลมีหน้าที่สร้างความมั่นใจ รัฐบาลตั้ง ศบค.ขึ้นมา แต่ต้องเรียนว่าหน่วยงานที่เขาดูแล ระบบสาธารณสุขทั้งระบบปฐมภูมิและทุติยภูมิ คือกระทรวงสาธารณสุข แต่ไม่แน่ใจว่าไวรัสชนิดนี้จะหยุดได้หรือไม่ โดยวัคซีนที่เรามีอยู่ กระทรวงสาธารณสุข ท่านนายกรัฐมนตรี และรองนายกรัฐมนตรีได้ให้ความมั่นใจ สำหรับค่าตอบแทนที่จะจ่ายให้กับบุคลากรทางการแพทย์ ทั้งใกล้ชิดและสนับสนุน วันนี้ได้สร้างความมั่นใจให้กับชาว อสม. ท่านจะต้องจัดสรรงบให้ เพราะตั้งแต่ปี 63 ยังไม่ได้ให้เขาเหล่านั้น อันนี้ถือว่าใจร้าย กินแรงคน เพราะฉะนั้นตรงนี้ท่านนายกฯ และสำนักงบประมาณควรที่จะต้องจัดการ ไวรัสโคโรนา-19 อาจจะพัฒนาเป็นสายพันธุ์ใหม่ๆ ท่านจะเอาวัคซีนตัวไหนมา ซึ่งตนเองได้มองไปที่กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ซึ่งปีนี้ได้ถูกลดงบประมาณไป อันนี้คือกระทรวงสาธารณสุขโดยแท้จริง แต่ไปตัดงบประมาณเขาสิ่งที่กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ทำหน้าที่นั่นก็คือ มีหน้าที่คิดค้นสิ่งใหม่ๆ คิดค้นนวัตกรรมใหม่ๆทางการแพทย์ แต่ก็ไปตัดงบเขา กรมแพทย์แผนไทยที่จะมีฟ้าทะลายโจร กระชายขาว ฯลฯ ก็ตัดงบฯ นี่คือสิ่งที่เป็นจริงเพราะฉะนั้นอยากให้ท่านดูแลสาธารณสุขในเรื่องงบประมาณที่ถูกตัดเยอะ ประเด็นต่อไป ตั้งแต่เกิดไวรัสเมื่อปี 63 คนต่างจังหวัดได้กลับบ้านเยอะ ท่านต้องสร้างงานรองรับ ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง งบกลุ่มจังหวัด ท่านตัดงบหมดเลย แล้วถามว่าคนที่กลับไปอยู่ต่างจังหวัดเท่ากับว่าเขากลับไปตายที่บ้าน จากเชื้อโรคที่อุบัติใหม่ เป็นโรคที่เรายังหายาไม่ได้ เขากลับไปบ้านแล้วจะให้เขากลับไปทำอะไร ทำการเกษตรก็ไม่ได้ เพราะข้าวราคาก็ตกต่ำ เลี้ยงโคกระบือ ก็เกิดติดโรคลัมปีสกิน ซึ่งโรคนี้ คือโรคอุบัติใหม่ในวัวโคกระบือ สำหรับวัคซีนก็เพิ่งจะเข้ามา ถามว่าจะเอาอยู่หรือไม่ เพราะเลี้ยงสัตว์คือเงินเก็บของพวกเขา ท่านจะมีเงินชดเชยให้หรือไม่ ประกาศเป็นเขตภัยพิบัติได้หรือไม่อย่างไรกระทรวงเกษตรปีนี้ซึ่งถูกปรับลดงบไม่มาก ต้องช่วยเหลือด้วย ไม่เช่นนั้นชาวบ้านจะอยู่กันอย่างไร เขาผิดหวังจากการที่มาอยู่กรุงเทพฯ กลับไปบ้านไม่มีอะไรให้เขาทำ แล้วสังคมจัดเก็บภาษีมาจากไหน ทุกวันนี้ แรงขับเคลื่อนทางเศรษฐกิจลงทุนก็น้อย ท่องเที่ยวเงียบสนิทเป็นศูนย์จากต่างประเทศ เพราะฉะนั้นอยากเรียนว่าสำนักงบฯ จะต้องจัดสรรงบประมาณให้กลุ่มจังหวัด ให้ต่างจังหวัดเขายืนได้ ส่วนงบประมาณของจังหวัดร้อยเอ็ดถูกปรับลดงบเหลืออยู่ 154 ล้าน ขอให้เห็นใจคนต่างจังหวัดด้วย เงินทุกบาททุกสตางค์ที่ท่านใช้ภาษีประชาชน ท่านกู้มา ลูกหลานต้องรับผิดชอบ เพราะฉะนั้นฝากว่า ใช้ให้เหมาะสม ใช้ให้เกิดประโยชน์ ให้ประเทศชาติเดินหน้าไปได้