สำหรับภาพรวมของการท่องเที่ยวตั้งแต่ปี 2559-2563 จะเห็นได้ว่านักท่องเที่ยวที่เข้ามาในประเทศไทยจำนวนมากและ ทำรายได้ให้ประเทศไทยสูง ตั้งแต่ 1.4 ล้านล้าน จนถึง 1.9 ล้านล้าน และ ในปี 62-63 ตกลงเรื่อยมา เนื่องจากปัญหาของไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) ทำให้โรงแรมขนาดใหญ่ได้รับผลกระทบ บางรายก็ปิดตัวลง บางรายก็ต้องขายที่ดิน และมีหนี้สิน ตามมาด้วย
" จากข้อมูลของสภาอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย และนายกสมาคมการท่องเที่ยวจังหวัดภูเก็ต จะเห็นได้ว่าวิธีการแก้ไข อย่างกรณี กู้เงินมา 5 แสนล้าน ทำไมไม่นำไปใส่ในเรื่องของ soft Loan ให้กับโรงแรมเพื่อที่จะใช้จ่าย รักษาเจ้าหน้าที่ พนักงานในส่วนของโรงแรม รัฐบาลจะต้องใช้เงินให้มีคุณภาพ และมีคุณค่าอย่างเป็นระบบ
ในส่วนของเงินที่หักสมทบตามมาตรา 33 ก็เป็นปัญหา ที่จะให้นายจ้าง-ลูกจ้างจ่ายคนละครึ่ง จาก 5% บวก 5% ลดลงมาเหลืออยู่ 2.5 และลูกจ้าง 2.5 ตรงนี้ขอให้พักไว้ก่อนได้หรือไม่ และเงินในส่วนที่สมทบ เงินที่หักค่าลูกจ้างของโรงแรมต่างๆ ที่จริงแล้วมีเงินช่วยในส่วนของผู้ประกอบการธุรกิจโรงแรมได้หลายวิธีการด้วยกัน จึงขอฝากสภาพัฒน์ ซึ่งเป็นหน่วยงานหลักสำนักงบประมาณ และธนาคารแห่งประเทศไทยด้วย โดยเฉพาะกฤษฎีกาซึ่งเป็นผู้ที่หน่วยงานตีความทางกฏหมาย จะเห็นได้ว่า 4 องค์กรหลักเป็นหน่วยที่ชี้นำในส่วนของนโยบายขับเคลื่อนของรัฐบาล และมีความสำคัญอย่างยิ่ง และมีความผิดพลาดมาตลอด เพราะฉะนั้น รัฐบาล จะต้องวางกรอบที่ชัดเจนต้องแก้ไขปัญหาอย่างไร
นอกจากนี้ ในเรื่องของวัคซีนท้องถิ่นก็ยังมีปัญหา ขอให้ทางกระทรวงมหาดไทย รีบดำเนินการแก้ไขปัญหา โดยจะต้องมีระบบการจัดการที่ชัดเจน และจะต้องตอบคำถามในส่วนของพี่น้องประชาชนได้ด้วย" นายสฤษฎ์พงษ์ กล่าว

