รมช.ศึกษาธิการ กล่าวตอนหนึ่งว่า จากการรายงานการจัดการศึกษารองรับเปิดภาคเรียนในสถานการณ์โควิด-19 ของโรงเรียนเอกชนในระบบ 23 แห่ง และนอกระบบ 22 แห่ง โดยเฉพาะโรงเรียนเอกชนในระบบส่วนใหญ่ ใช้รูปแบบการเรียนแบบออนไลน์ผ่านสื่อต่าง ๆ และ On-hand สอดคล้องกับประกาศของ ศบค.จังหวัด ซึ่งต้องขอแสดงความชื่นชมการดำเนินงานของโรงเรียนเอกชนจังหวัดสมุทรสาคร ภายใต้การประสานงานของ ปส.กช.จังหวัด ที่ได้มีการวิเคราะห์ ปรับตัว ปรับใช้ และต่อยอด พร้อมนำข้อจำกัด มาปรับวิธีการเรียนการสอนที่เหมาะสมกับผู้เรียนกว่า 14,843 คน โดยเน้นความปลอดภัยเป็นสำคัญ ซึ่งสะท้อนให้เห็นจากผลการทดสอบทางการศึกษาระดับชาติขั้นพื้นฐาน (O-NET) ในปี 2563 มีคะแนนเฉลี่ยสูงกว่าหรือเท่ากับระดับประเทศ นับเป็นการช่วยรัฐบาลจัดการศึกษาให้กับประเทศได้เป็นอย่างดีเสมอมา
ที่สำคัญคือ การช่วยเหลือซึ่งกันและกันของโรงเรียนเอกชน โดยโรงเรียนใหญ่เกื้อกูลโรงเรียนเล็ก เพื่อให้ทุกคนรวมทั้งครู นักเรียนและผู้ปกครองก้าวผ่านไปด้วยความเข้มแข็งของโรงเรียนเอกชน ทั้งยังมีน้ำใจเผื่อแผ่สนับสนุนการดำเนินงานของจังหวัด อาทิ จัดทำข้าวกล่องแจกจ่ายแก่ผู้ปฏิบัติงาน บุคลากรทางการแพทย์อย่างต่อเนื่อง
ท้ายสุดนี้ ขอแสดงห่วงใยและส่งกำลังใจไปถึงนักเรียน ครู ผู้ปกครอง ตลอดจนเครือข่ายการจัดการศึกษาเอกชน พร้อมทั้งวันนี้ครูโอ๊ะได้นำหน้ากากอนามัย กว่า 10,000 ชิ้น มามอบให้กับโรงเรียนเอกชน สำหรับดูแลป้องกันโรคโควิด-19 และขอให้ทุกคนร่วมกันปรับตัวในยุคปกติใหม่ (New normal) ให้เป็นปกติวิสัยให้ได้มากที่สุด
ส่วนข้อเสนอแนะและอุปสรรคปัญหา ที่ได้รับการสะท้อนในครั้งนี้ ได้มอบให้ศึกษาธิการจังหวัดรวบรวมข้อมูลทั้งหมด เพื่อนำเสนอสู่การแก้ไขอย่างเป็นระบบ อาทิ การรับนักเรียน, การสอบบรรจุข้าราชครูผู้ช่วย ที่ไม่ให้เกิดผลกระทบต่อการขาดแคลนครูของโรงเรียนเอกชน, การสำรวจข้อมูลเพื่อขอรับการสนับสนุบแหล่งเงินกู้ เพื่อเสริมสภาพคล่องของโรงเรียนเอกชนทั้งในระบบและนอกระบบ เป็นต้น
ขอขอบคุณที่ยกให้ครูโอ๊ะ "เป็นยุคแห่งความสว่างไสว" ซึ่งขอยืนยันว่า พยายามที่จะทำทุกวินาที ทุกวันของการทำงานอย่างสุดกำลัง เพื่อยังประโยชน์แก่เด็ก ครู และโรงเรียนเอกชนให้ได้มากที่สุด

