23 มิถุนายน 2564 เวลา 23:43
ถึงเวลาแล้ว !! สว. ต้องคืนอำนาจให้กับประชาชน “กรวีร์ ปริศนานันทกุล" ลั่น ควรยกเลิกมาตรา 272
วันที่ 23 มิถุนายน 2564 นายกรวีร์ ปริศนานันทกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคภูมิใจไทย บัญชีรายชื่อจากจังหวัดอ่างทอง อภิปรายและเสนอในเรื่องของการแก้ไขกฎหมายรัฐธรรมนูญ ประเด็นแรกคือ เรื่องระบบการเลือกตั้ง ที่จะเปลี่ยนระบบใหม่ ไม่ว่าจะเป็นสูตรไหนก็แล้วแต่ ซึ่งเข้าใจในฐานะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ที่ผ่านมาทั้งระบบเขต และระบบบัญชีรายชื่อ ได้รู้และเห็นถึงความสำคัญของการมีสมาชิกผู้สภาผู้แทนราษฎรจากทั้ง 2 ระบบเป็นอย่างดี แต่ก็อดไม่ได้ว่า จะหนีไม่พ้นคำครหาของพี่น้องประชาชนที่บอกว่า การแก้ไขกฎหมายก็จะแก้เพื่อตัวพวกเราเอง ไม่อยากจะให้รัฐสภาแห่งนี้เป็นรัฐสภาที่ต้องแบกความรับผิดชอบว่าสุดท้ายแล้ว การแก้ไข ไม่ได้แก้ไขปัญหาเพื่อประชาชน เมื่อคำนวนสูตร การคิดคำนวนส.ส.แล้ว ไม่เห็นประชาชนอยู่ในสมการการคิดคำนวนเลย นี่จึงเป็นที่มาที่พรรคภูมิใจไทยที่เสนอในการแก้ไข กฎหมายรัฐธรรมนูญในครั้งนี้ว่า อยากจะเห็นการแก้ไขรัฐธรรมนูญเพื่อปากท้อง แก้ไขกฎหมายรัฐธรรมนูญให้เป็นประชาธิปไตยที่กินได้ เพื่อให้กับพี่น้องประชาชนผ่านการเขียนบรรจุลงไปในกฎหมายหลัก ก็คือกฎหมายรัฐธรรมนูญ ในสภาแห่งนี้เชื่อว่าเรามีความคิดเห็นที่แตกต่างกันได้หลากหลายเรื่อง แต่เชื่อว่าเรื่องหนึ่งที่พวกเราในฐานะสมาชิกรัฐสภาไม่ว่าจะเป็นส.ส. ฝ่ายค้าน หรือฝ่ายรัฐบาล หรือแม้กระทั่งสว. ก็ตาม เราเห็นตรงกันคือ เรื่องของปากท้อง และการแก้ไขปัญหาความยากจนของพี่น้องประชาชนหมดไป เป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด ถ้าเราเห็นตรงกันว่าเรื่องปากท้องของพี่น้องประชาชนเป็นเรื่องที่สำคัญที่สุด ทำไมไม่เอาบรรจุใส่ไว้ในกฎหมายที่สูงที่สุดของประเทศ นั่นก็คือ กฎหมายรัฐธรรมนูญ ทำไมปล่อยให้เป็นเรื่องของรัฐบาลที่จะไปพิจารณาว่าจะช่วยหรือไม่ช่วย ที่จะให้ความช่วยเหลือพี่น้องประชาชนให้เขาลืมตาอ้าปากได้หรือไม่

นายกรวีร์ กล่าวต่ออีกว่า ครั้งนี้เป็นโอกาสที่ดี และในร่างกฎหมายแก้ไขรัฐธรรมนูญทั้ง 13 ฉบับ มีของพรรคภูมิใจไทยฉบับเดียวที่บรรจุเรื่องนี้เอาไว้ในกฎหมายรัฐธรรมนูญ หวังว่าเพื่อนสมาชิกรัฐสภา ทั้งฝ่ายค้าน ฝ่ายรัฐบาล และสว. จะเห็นตรงกัน แล้วจะหยิบยกเรื่องนี้ให้ผ่านในวาระแรก และเข้าไปสู่ในกระบวนการแก้ไขกฎหมายรัฐธรรมนูญในท้ายที่สุด
ประเด็นที่ 3 เรื่องของการยกเลิกมาตรา 272 ในกฎหมายรัฐธรรมนูญ คือการยกเลิกอำนาจในการแต่งตั้งนายกรัฐมนตรีจากสว. ซึ่งประเด็นนี้ ทางพรรคภูมิใจไทย ไม่ได้รังเกียจสว. พวกเรารู้ถึงความจำเป็น และรู้ว่าการทำหน้าที่ ระหว่างสภาส.ส. และสภาสูง(สภาของสมาชิกวุฒิสภา) นั้น การทำงานร่วมกันมีความจำเป็น ในทางตรงกันข้ามเรายังปรารถนาดีที่อยากจะเห็น สว. เป็นสภาอันทรงเกียรติ เป็นสภาที่กลั่นกรองกฎหมายที่ผ่านจากส.ส. ของพวกเราขึ้นไปเพื่อความรอบคอบ และทำหน้าที่รับใช้ประชาชนเคียงคู่กันไปกับสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร

นอกจากนั้น ต้องชื่นชมสมาชิกวุฒิสภาหลายท่านในชุดนี้ เป็นคนเก่ง มีความสามารถ แต่สิ่งที่เป็นปัญหา มีอยู่ 2 เรื่อง เรื่องแรก คือ ไม่ได้มาจากพี่น้องประชาชน และเรื่องที่ 2 คือ สว.มีอำนาจบางอย่างอยู่ในมือของท่าน โดยที่เป็นอำนาจไม่พึงจะมี ด้วย 2 อย่างนี้ จึงทำให้สถานะการดำรงอยู่ของสว. ไม่ค่อยสง่างาม และด้วยอำนาจของท่านที่ไม่พึงจะมี และทำให้ท่านไปใช้อำนาจแทนพี่น้องประชาชนในการเลือกตั้ง ในการเลือกตัวนายกรัฐมนตรีนั้น ขัดกับหลักการของประชาธิปไตยอย่างเสียหายเป็นอย่างยิ่ง
“ เมื่อปี 2559 ต่อเนื่องถึงปี 2560 มาตรา 272 ไม่ได้ถูกบรรจุไว้ในกฎหมายรัฐธรรมนูญในเบื้องแรก แต่มาจากการตั้งคำถามพ่วงในวันที่พวกเราทำประชามติถามกับพี่น้องประชาชน แล้วคำถามพ่วงนั้นมาจากสมาชิก สนช. โดยความให้อนุมัติผ่านสภาสนช. โดยคำแนะนำของ สปท. (สภาขับเคลื่อนปฏิรูปแห่งประเทศ) และบังเอิญที่บางส่วนของสมาชิกสนช. และบางส่วน ของสมาชิก สปช. ( สภาปฏิรูปแห่งชาติ) มาอยู่ในสภาแห่งนี้ มากลายร่างเป็นร่างสว. ในยุคปัจจุบัน และสว. ในชุดนี้ บังเอิญเป็นการแต่งตั้ง คัดเลือกโดย คสช. และสว. ชุดนี้ ก็ไปเลือกนายกรัฐมนตรี เป็นนายกท่านปัจจุบันนี้ ที่พวกเราทราบกันดี ด้วยกติกา และวิธีการแบบนี้ จึงทำให้สว. ชุดนี้ หนีไม่พ้นคำครหา เป็นที่วิพากษ์วิจารณ์จากประชาชน เป็นการเขียน แบบผลัดกันเกาหลัง และนี่เองที่สร้างความอัปยศ สร้างความด่างพร้อยให้กับสมาชิกวุฒิสภาชุดนี้อย่างเสียหาย จนทำให้คนอื่นดูแคลนสมาชิกวุฒิสภาชุดนี้ไปต่างๆ นานา ด้วยเหตุนี้เอง ถึงบอกว่าเห็นใจ เพราะ สว. ชุดปัจจุบันไม่ได้เป็นคนเขียนกติกา แต่ท่านต้องมารับเผือกร้อนด้วยการถือเอาอำนาจที่ท่านไม่ควรที่จะได้รับตั้งแต่แรกมาไว้ในมือ มันยังเกิดเหตุเรื่องแบบนี้ขึ้นมา ”

อย่างไรก็ตาม ตลอดช่วงวันนี้ที่ผ่านมา สมาชิกวุฒิสภาหลายท่านแสดงความเจตจำนงที่ชัดเจนว่าเห็นด้วยในหลักการที่จะรับในการยกเลิกมาตรา 272 แล้วก็คืนอำนาจในการแต่งตั้งนายกรัฐมนตรีให้เป็นอำนาจของประชาชน ผ่านตัวแทนของพี่น้องประชาชน ก็คือส.ส. ที่เลือกตั้งกันเข้ามา ประเด็นนี้อยากจะบอกกับท่านวุฒิสมาชิกว่า ถึงเวลาแล้วที่จะคืนอำนาจเหล่านี้ให้กับพี่น้องประชาชน เขาเลือกตั้งส.ส. เลือกพรรคการเมืองเข้ามาด้วยความหวังว่า พรรคการเมืองเหล่านั้นจะมาเป็นรัฐบาล และผลักดันนโยบายต่างๆ แต่สุดท้ายการเลือกตั้งนายกรัฐมนตรี การแต่งตั้งนายกรัฐมนตรีผ่านรัฐสภาแห่งนี้ กลับมีเสียงที่ไม่ได้มาจากประชาชน 250 เสียง ในการแต่งตั้งนายกรัฐมนตรีด้วย
“ นี่คือโอกาสที่ดี ที่จะทำให้คำครหาต่างๆ ที่มีกับท่านสว. หมดไป และเป็นโอกาสที่ดี ที่จะแก้ไขกติกาที่ผิดเพี้ยนจากหลักระบอบประชาธิปไตยให้ถูกต้อง ให้กลับมาอยู่เส้นทางของระบอบประชาธิปไตยเสียที นี่คือโอกาสที่จะสร้างความชอบธรรม สร้าง อำนาจอธิปไตยในการเลือกตัวนายกรัฐมนตรี ให้กลับไปอยู่ที่ตัวแทนของพี่น้องประชาชนผ่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร “
นายกรวีร์ กล่าวทิ้งท้ายว่า “ ถ้าเราจะเห็นการแก้ไขกฎหมายรัฐธรรมนูญสักฉบับหนึ่ง คาดหวังว่าจะไม่เป็นคำติฉินนินทา และไม่เป็นคำครหากลับมาที่รัฐสภาแห่งนี้ ว่าพวกเราแก้เพื่อตัวเอง ถ้าเราจะแก้รัฐธรรมนูญกันใหม่สักครั้งหนึ่ง ก็อยากจะเห็นว่าเป็นการแก้ไขเพื่อแก้ปัญหาปากท้อง การกินดีอยู่ดี และสร้างรัฐธรรมนูญที่กินได้ให้กับพี่น้องประชาชนเสียที และถ้าเราจะแก้รัฐธรรมนูญ หวังว่าเราจะสร้างกติกาที่เป็นสากลในระบอบประชาธิปไตย และหวังว่าการเลือกตั้งนายกรัฐมนตรี การแต่งตั้งนายกรัฐมนตรีผ่านสภาในครั้งหน้านั้น เราจะได้ทำหน้าที่ในการแต่งตั้งนายกรัฐมนตรีอย่างสมเกียรติ สมศักดิ์ศรี และเราจะได้นายกรัฐมนตรีที่สง่างามให้กับคนไทยทั้งประเทศ “
