รมช.มนัญญา สั่งลุย โรคลัมปี สกิน ในพื้นที่ จ.บุรีรัมย์ เผย เตรียมนำเข้าวัคซีนลัมปี สกิน โคนมโดยเฉพาะ พร้อมมอบเวชภัณฑ์/ยาฆ่าแมลง ป้องกันโรคในโคและกระบือ แก่เกษตรกร

รมช.มนัญญา สั่งลุย โรคลัมปี สกิน ในพื้นที่ จ.บุรีรัมย์ เผย เตรียมนำเข้าวัคซีนลัมปี สกิน โคนมโดยเฉพาะ พร้อมมอบเวชภัณฑ์/ยาฆ่าแมลง ป้องกันโรคในโคและกระบือ แก่เกษตรกร

เมื่อวันที่ 26 มิถุนายน 2564  นางสาวมนัญญา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ให้เกียรติเป็นประธานมอบเวชภัณฑ์/ยาฆ่าแมลง ปัจจัยการผลิตทางการเกษตร ตลอดจนพบปะสมาชิกสหกรณ์ และเกษตรกรในพื้นที่ โดยมี นางวันเพ็ญ เศรษฐรักษา (ที่ปรึกษารัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์) นายสนอง เทพอักษรณรงค์ (สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร บุรีรัมย์ เขต 1 พรรคภูมิใจไทย) นายอดิพงษ์ ฐิติพิทยา (สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดบุรีรัมย์ เขตเลือกตั้งที่ 5 พรรคภูมิใจไทย) นางสาวปารีณา ซักเซ็ค ดร.อาทิตย์ เพ็ชรรัตน์ (คณะที่ปรึกษารัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตร) เข้าร่วมกิจกรรม ซึ่งภายในกิจกรรรม รมช.มนัญญาได้เยี่ยมชมบูธกิจกรรมภายในงาน และพบปะสมาชิกโครงการนำลูกหลานเกษตรกรกลับบ้าน สานต่ออาชีพการเกษตร เพื่อสนับสนุนให้คนรุ่นใหม่หันกลับมาประกอบอาชีพทำการเกษตร และกลับสู่ถิ่นฐานร่วมกันพัฒนาบ้านเกิดและใกล้ชิดครอบครัวมากยิ่งขึ้น สมาชิกสหกรณ์ เกษตรกรในพื้นที่ อีกทั้งยังชมการฉีดพ่นยาฆ่าแมลงในคอกโค และปล่อยขบวนคาราวานป้องกันและกำจัดโรคลัมปี สกิน ณ องค์การบริหารส่วนตำบลชุมเห็ด อ.เมือง จ.บุรีรัมย์ รมช. มนัญญา กล่าวว่า "กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ มีนโยบายสำคัญและเร่งด่วนในการแก้ไขปัญหาการแพร่ระบาดของโรคลัมปี สกินโดยให้กรมปศุสัตว์เร่งควบคุมและหยุดยั้งการแพร่ระบาดของโรค และให้ความช่วยเหลือแก่เกษตรกรที่ได้รับความเสียหายจากโรค ดังนั้นขอให้เกษตรกรมั่นใจว่า โค-กระบือทุกตัวที่อยู่ในพื้นที่ระบาดจะได้รับการฉีดวัคซีนอย่างแน่นอน และจะจัดสรรวัคซีนในแต่ละพื้นที่ตามสถานการณ์การระบาด โดยได้ให้ทางกรมปศุสัตว์ และองค์การส่งเสริมกิจการโคนมแห่งประเทศไทย (อ.ส.ค.) เป็นหน่วยงานที่ช่วยการกระจายอุปกรณ์ฉีดพ่นเวชภัณฑ์ยาไปสู่เกษตรกร พร้อมทั้งให้ความรู้ สร้างความเข้าใจที่ถูกต้อง และในส่วนของกรมส่งเสริมสหกรณ์ ได้มอบหมายให้บูรณาการทำงานร่วมกับหน่วยงานต่างๆ ในพื้นที่ กำจัดและป้องกันแมลงในพื้นที่ ทำความสะอาดคอกและอุปกรณ์ในการเลี้ยง ทั้งนี้ โรคดังกล่าวไม่สามารถติดต่อสู่คนได้ เนื่องจากเป็นโรคที่เกิดทางผิวหนัง เมื่อโค กระบือ หายแล้ว สามารถรับประทานได้จึงขอให้ประชาชนมั่นใจ ไม่ต้องวิตกกังวลแต่อย่างใด"