นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า ขอขอบคุณเจ้าที่ทุกภาคส่วน พลเรือน ทหาร ตำรวจ เจ้าหน้าที่ด่าน อสม. ที่ร่วมมือทำหน้าที่คัดกรองนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติที่จะเดินทางเข้าออกเมืองภูเก็ต ซึ่งมีทั้งด่านตรวจเก่าและใหม่ ซึ่งต้องเน้นเอกสารความถูกต้อง แม่นยำ ให้มีการบริหารที่ถูกต้อง มีการดำเนินการต่าง ๆ ซึ่งอาศัยความร่วมมือทุกภาคส่วน และการประชาสัมพันธ์ที่ดีเพื่อให้นักท่องเที่ยวทราบและเข้าใจในส่วนของระบบต่าง ๆ นายกรัฐมนตรียังเน้นเรื่องความสะอาด การจัดการขยะพลาสติกต่าง ๆ ให้ถูกสุขลักษณะ เพื่อให้นักท่องเที่ยวที่อยากเดินทางมาประเทศไทยมีความประทับใจ พร้อมขอบคุณเจ้าหน้าที่สาธารณสุข อสม. และเจ้าหน้าที่ด่านตรวจที่ปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มที่ และเต็มกำลังความสามารถ เนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ที่มีแนวโน้มระบาดอย่างต่อเนื่อง ซึ่งบุคลากรทางการแพทย์ถือเป็นกำลังสำคัญดูแลประชาชน และรองรับนักท่องเที่ยวต่างชาติที่จะเข้ามาตามโครงการ Phuket Sandbox ซึ่งจังหวัดภูเก็ตเป็นพื้นที่นำร่องในการรับนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติของประเทศ วันนี้ พบว่าด่านท่าฉัตรไชยมีความพร้อมในการป้องกันการแพร่ระบาดของโควิด-19 ซึ่งเป็นไปตามเป้าหมายที่จะเปิดประเทศ เพื่อให้การท่องเที่ยวของไทยกลับมาเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของประเทศให้เติบโตอย่างต่อเนื่องต่อไป
นายกรัฐมนตรี กล่าวทิ้งท้ายว่า ทุกอย่างจะสำเร็จได้ด้วยต้องอาศัยความเข้าใจและความร่วมมือจากทุกคน และขอให้ทุกคนปลอดภัย ถ้าเราอยากได้การท่องเที่ยวกลับมา ทุกคนต้องช่วยกัน
ระหว่างการตรวจเยี่ยม คณะอสม ยังได้ร้องเพลง อสม. ต้อนรับนายกรัฐมนตรี พร้อมตะโกน “นายกฯ สู้สู้” ซึ่งนายกรัฐมนตรียังฝากขอบคุณครอบครัว อสม. ทุกคน ที่ได้ให้ อสม. ออกมาทำหน้าที่และอวยพรให้ทุกคนปลอดภัยด้วย

