รมว. พิพัฒน์ กล่าวว่า "ปัจจุบันผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมท่องเที่ยวได้รับผลกระทบโดยตรง จากการแพร่ระบาดของโควิด-19 รัฐบาลจึงเล็งเห็นความจำเป็นในการเปิดพื้นที่นำร่องด้านการท่องเที่ยว เพื่อรองรับนักท่องเที่ยวที่จะเดินทางเข้ามาจากต่างประเทศ อันจะเป็นประโยชน์ต่อการดำเนินการในภาคธุรกิจท่องเที่ยวและธุรกิจที่เกี่ยวเนื่อง กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งภาครัฐและภาคเอกชน จึงผนึกกำลังเพื่อเตรียมความพร้อม ในการกำหนดมาตรการรองรับ และแนวทางการบริหารสถานการณ์ฉุกเฉินอย่างเป็นระบบ ซึ่งกำหนดให้จังหวัดภูเก็ตเป็นพื้นที่นำร่อง และจะขยายผลไปยังพื้นที่ท่องเที่ยวหลักอื่นๆ สำหรับแนวทางในการบริหารจัดการ Phuket Sandbox จังหวัดภูเก็ตได้มีการจัดตั้งศูนย์บริหารจัดการ การเตรียมความพร้อมของภาคประชาชน มาตรการเฝ้าระวังป้องกันควบคุมโรค ทรัพยากรด้านการแพทย์ สาธารณสุข กำลังคนในการกำกับติดตาม รวมถึงแผนรับมือและแผนชะลอหรือยกเลิกโครงการ นอกจากนี้ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย และกระทรวงสาธารณสุข ยังได้กำหนดให้มีเครื่องหมายมาตรฐาน SHA PLUS มอบให้แก่ผู้ประกอบการท่องเที่ยวในจังหวัดภูเก็ตที่ผ่านเกณฑ์มาตรฐานด้านความปลอดภัยและสุขภาพ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้แก่นักท่องเที่ยวต่างชาติ ซึ่งนักท่องเที่ยวที่เดินทางเข้ามาในจังหวัดภูเก็ตจะต้องเข้าพักในโรงแรมหรือที่พักที่ได้รับมาตรฐาน SHA PLUS เท่านั้น และหลังการพำนักตามระยะเวลาที่กำหนด จึงจะสามารถเดินทางไปยังจังหวัดอื่นในประเทศไทยได้ ทั้งนี้ กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬามั่นใจว่า ภายใต้แผน Phuket Sandbox จะมีนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติเดินทางเข้ามาในจังหวัดภูเก็ต ช่วงเดือนกรกฎาคม ถึง กันยายน 2564 กว่า 100,000 คน และคาดว่าจะสร้างรายได้กว่า 8,900 ล้านบาท
และแผน Phuket Sandbox นี้ จะเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญในการกระตุ้นเศรษฐกิจไทย ช่วยอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวและบริการที่เกี่ยวเนื่อง ให้สามารถกลับมาฟื้นตัวโดยเร็ว ควบคู่ไปกับดำเนินการด้านการท่องเที่ยวที่ปลอดภัย เพื่อให้การท่องเที่ยวของไทยกลับมาเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ ให้เติบโตอย่างต่อเนื่องต่อไป “ รมว.พิพัฒน์ กล่าวทิ้งท้าย

