2 กรกฎาคม 2564 เวลา 14:41
"ส.ส.สิริพงศ์" แนะรัฐควรชัดเจนในการสั่งการ จี้ ! เร่งหาวัคซีนที่มีความหลากหลายให้ปชช.เข้าถึงง่าย ชี้ ! เยียวยาทุกกลุ่มอาชีพอิสระ ลดค่าน้ำ-ค่าไฟ พักชำระหนี้ เพื่อที่จะช่วยปชช. ในยามเผชิญวิกฤตโควิด-19
"ส.ส.สิริพงศ์" แนะรัฐควรชัดเจนในการสั่งการ จี้ ! เร่งหาวัคซีนที่มีความหลากหลายให้ปชช.เข้าถึงง่าย แผนการฉีดวัคซีนต้องรัดกุม และต้องทั่วถึงกว่านี้ ชี้ ควรเยียวยาผู้ประกอบการธุรกิจ ร้านค้า ร้านอาหาร อาชีพอิสระ ฯลฯ เสนอให้มีการดูแลแบบถ้วนหน้าทุกคนที่ไม่ได้มีรายได้ประจำ ลดค่าน้ำ-ค่าไฟ พักชำระหนี้ เพื่อที่จะช่วยปชช. ในยามเผชิญวิกฤตโควิด-19 ระลอกนี้
เมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม 2564 นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดศรีสะเกษ เขต 1 พรรคภูมิใจไทย ได้ขอเสนอญัตติด่วนด้วยวาจาเรื่องข้อเสนอให้สภาผู้แทนราษฎรพิจารณาแก้ไขปัญหาเยียวยาในสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ในระลอกใหม่ เพื่อเป็นการบรรเทาทุกข์ให้กับประชาชนผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบ เพื่อมีมติส่งให้รัฐบาลได้รับไปดำเนินการต่อไป

นายสิริพงศ์ กล่าวว่า ด้วยสถานการณ์ตอนนี้พี่น้องประชาชนชาวไทย ไม่รู้จะหันหน้าไปทางไหน เพราะตั้งแต่วันอาทิตย์ที่ผ่านมา มีคนจำนวนมากออกมาบ่นผ่านยังสื่อ Social Media ต่างๆ ไปในทิศทางเดียวกันหมด นั่นเป็นเพราะว่าเขาทนไม่ไหวแล้ว เขาอยากจะให้เสียงของเขาดังไปถึงผู้บริหาร ให้ผู้บริหารได้หันมามอง และมารับฟังเสียงของเขา
ทั้งนี้ประชาชนส่วนใหญ่ เรียกร้องให้รัฐบาลช่วยเหลือ เยียวยา และต้องการได้รับวัคซีนอย่างทั่วถึงให้เร็วที่สุด และมีทางเลือกให้มากที่สุด จึงขอฝากไปยังรัฐบาลว่าต้องเร่งจัดหาวัคซีนที่มีความหลากหลายให้ประชาชนเข้าถึงได้ง่าย แผนการฉีดวัคซีนต้องรัดกุม และต้องทั่วถึงกว่านี้
" ขอยกตัวอย่างในการระบาดรอบนี้คือกรุงเทพมหานคร เป็นตัวอย่างที่มีปัญหามาก เพราะการฉีดวัคซีนในกรุงเทพฯ ไม่เป็นไปตามหลักระบาดวิทยา วันนี้ก็จะเห็นว่าถ้าพื้นที่ใดที่มีการแพร่ระบาด พื้นที่ใดที่มีกลุ่มเสี่ยงมากจำเป็นจะต้องได้รับการฉีดวัคซีนก่อน อันนี้แน่นอน แต่ไม่ได้หมายความว่าทุกพื้นที่ในกรุงเทพฯ ที่มีการระบาดหมด ดังนั้นพื้นที่ใดที่ไม่มีการระบาด จำเป็นที่จะต้องฉีดวัคซีนให้กับกลุ่มเปราะบางก่อน ในกลุ่มผู้สูงอายุ และผู้ที่มีโรคประจำตัว แต่กรุงเทพฯ หาได้ทำเช่นนั้นไม่ เรื่องนี้จึงเป็นเรื่องแรกที่ทางภาครัฐจะต้องเข้ามาดูแล และแก้ไข "

เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ประชาชนตื่นมาพร้อมกับข่าวที่ทางรัฐบาลประกาศฉุกเฉิน ผู้ประกอบการร้านค้าร้านอาหาร ได้รับผลกระทบถ้วนหน้า ขณะที่เมื่อวันจันทร์ท่านนายกฯ บอกว่าเดี๋ยวจะเยียวยา เมื่อวันอังคารมีเป็นมติครม. ออกมาเยียวยากลุ่มผู้ได้รับผลกระทบเหล่านั้นโดยเฉพาะอย่างยิ่ง กลุ่มร้านอาหาร หรือกลุ่มไซต์งานก่อสร้าง แต่การเยียวยาครั้งนี้ ประกาศสำหรับ 6 จังหวัด แต่ในความเป็นจริงผู้ที่กระทบได้รับผลกระทบไม่ได้เกิดขึ้นแค่ 6 จังหวัด วันนี้จึงเป็นที่มาว่า มาตรการที่ทางรัฐบาลประกาศจะเยียวยา ประกาศไปแล้ว บางท่านประกาศเยียวยาไปหมดแล้ว แต่ในความเป็นจริงยังไม่หมด
การเยียวยาในเบื้องต้นบางครั้งทำให้เขาเข้าถึงวัคซีนได้เร็วเพื่อชีวิตของเขากลับมาเป็นปกติได้เร็วที่สุด นี่ก็ถือเป็นการเยียวยาแล้ว

นอกจากนี้ยังมีกลุ่มผู้ประกอบอาชีพกลางคืน นักดนตรีร้านค้ากลางคืน อาชีพกลางคืนมาเสนอ 8 ข้อ เรื่องของการจัดสรรมาตรการเฉพาะกลุ่ม ข้อเรียกร้องบ้างข้อคือ ถ้าฉีดวัคซีนแล้ว หรือครบแล้ว สามารถมาใช้บริการในร้านเขาได้ซึ่งอันนี้เป็นข้อเสนอ แต่ 1 ใน 8 ข้อนั้น ก็คือการเข้าถึงวัคซีน
ทั้งนี้ ยังมีอีกหลายอาชีพที่ได้รับผลกระทบแล้วไม่เคยได้รับการเยียวยา อาทิโรงเรียนกวดวิชา ท่องเที่ยว รถเช่า สายการบิน อาชีพต่างๆ ที่เรียงรายอยู่รอบสนามบิน ฟิตเนส โรงยิมออกกำลังกาย นักร้อง นักกีฬา และอาชีพอิสระต่างๆ จะได้รับการเยียวยาอย่างไร

การประกาศลดค่าน้ำ ค่าไฟช่วยเหลือเขาในการระบาดระลอกแรก จากวันนั้นถึงวันนี้ ไม่มีการต่ออายุให้ อย่างน้อยลดค่าใช้จ่ายให้กับเขา ธุรกิจเหล่านี้ที่เสียค่าไฟ พอรัฐบาลผ่อนผันให้เขาก็เสียถูก พอรัฐบาลหมดอายุการผ่อนผันเขาก็กลับมาเสียอัตราเดิมก่อนที่เขาจะได้รับการลดหย่อน
อย่างไรก็ตาม ขอเสนอแนะรัฐบาล ในเรื่องการเยียวยา ประชาชน ประเด็นแรก คือ เรื่องของการสั่งการ นับจากนี้ไป ไม่ว่าจะมีมาตรการที่จะปิดจะล็อกดาวน์ จะสั่งการอะไรต่าง ๆ ขอให้ชัดเจนในเรื่องของการสื่อสาร ให้เวลาประชาชนได้เตรียมตัว เตรียมพร้อมที่เพียงพอ บางเรื่องการตัดสินใจที่เร็วเป็นเรื่องดี แต่ในบางครั้งการตัดสินใจที่เร็วและไม่มีแผนรองรับก็สร้างความโกลาหล
ต้องเริ่มคิดว่าวัคซีนทางเลือกจะเข้าได้เร็วที่สุดเท่าไหร่ เมื่อไร่ และเร็วกว่านี้ได้หรือไม่
การลดค่าใช้จ่าย ลดค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าเช่าให้กับผู้ประกอบการเหล่านี้ โครงการพักชําระหนี้ ยังมีของปีแรกเท่าเดิม
โครงการพักชำระหนี้นอกจากจะต้องขอให้ท่านรัฐบาลทบทวนพิจารณาเพิ่มให้ ยังต้องขอฝากไปคุยกับแบงค์ชาติ และธนาคารพาณิชย์ด้วยว่า วันนี้เกณฑ์ที่มันเกิดขึ้นคืออะไร นอกจากไม่พักชำระหนี้เพิ่มให้แล้ว คนที่เคยขอพักชำระหนี้มาแล้ว ซึ่งจริงๆ ควรจะเป็นสิทธิ์ของเขาเพราะเป็นนโยบายรัฐบาล

วันนี้สิ่งที่เกิดขึ้นคือ คนที่เคยขอพักชำระหนี้มาแล้ว 1 ครั้ง ไปขอกู้ใหม่ไม่ได้ ในการพักชำระหนี้คราวนี้ทุกคนพูดเหมือนกันหมดว่าพักชำระหนี้ควรจะพักทั้งต้นทั้งดอก การพักชำระหนี้ไม่ใช่การไม่จ่ายหนี้ การพักชำระหนี้จะสามารถช่วยเขาให้เขาสามารถดำรงชีวิตอยู่ต่อไปได้
เรื่องต่อไป คือเรื่องประกันสังคม วันนี้มีผู้ประกันตนจำนวนมากถามมาว่า ตอนที่เขาจะเกษียณ แล้วมีเงินชราภาพประกันสังคม ด้วยสถานการณ์แบบนี้จะเป็นไปได้ไหมที่รัฐบาลจะมีนโยบายว่า ประกันสังคมควรจะเปิดให้ประชาชนผู้ประกันตนโดยสมัครใจ ถ้าใครอยากได้เงินชราภาพมาใช้ก่อนเขาสามารถไปแจ้งสิทธิ์นั้นได้กับประกันสังคม แล้วเมื่อสถานการณ์ปกติถ้าเขาจ่ายปกติ เขาก็สามารถเข้าโครงการนี้ได้ พร้อมเงื่อนไขการจะได้รับเงินชราภาพ คือคุณจ่ายประกันสังคมแล้ว 180 งวด
ประเด็นสุดท้าย ในเชิงนโยบายที่รัฐบาลสามารถทำได้นั่นก็คือ วันนี้มีผู้ที่ไปสอบบรรจุราชการจำนวนมาก ข้อสอบผ่านแล้ว เขารอเรียกอยู่ วันนี้ในสภาพการณ์ที่มีคนตกงานกันจำนวนมาก ความหวังเดียวของเขาก็คือการทำงานในภาครัฐ ถึงวันนี้คนที่ยังไม่ถูกเรียกบัญชีเขาจะหมดอายุสิ้นปีนี้แล้วมันจะเป็นไปได้ไหม ที่รัฐบาลจะยืดระยะเวลาออกไปให้กับคนเหล่านี้ให้เขาสามารถมีรายชื่ออยู่ในบัญชีต่อ เพื่อที่เมื่อเวลาที่เหมาะสมก็สามารถได้รับการบรรจุได้
" วันนี้ผมคิดว่ามันถึงเวลาที่เราจะต้องเยียวยาทุกกลุ่มอาชีพอย่างถ้วนหน้า ที่ผ่านมาในการจ่ายเงินเยียวยาของรัฐบาลต่าง ๆ ที่ไม่ตรงจุดไม่ตรงเป้าหมาย ไม่ตรงกลุ่ม ยังมีอีกจำนวนมาก คำถามคือ แล้วเราจะไปดูแลเขาได้อย่างไร ขอเสนอให้มีการดูแลแบบถ้วนหน้าทุกคนที่ไม่ได้มีรายได้ประจำ ดังนั้นรัฐบาลจึงควรที่จะพิจารณาการเยียวยาบุคคลในรูปแบบนี้ได้แล้ว
ฝากถึงรัฐบาลว่า อย่าให้น้ำตาของประชาชนที่เขาเสียไป ที่เขายอมเสียสละเพื่อให้ประเทศชาติของเราเดินหน้าได้ของเขาเสียเปล่า เช็ดน้ำตาให้เขาบ้าง เยียวยาให้คนเหล่านั้นบ้าง " ส.ส.ศิริพงศ์ กล่าวทิ้งท้าย