7 กรกฎาคม 2564 เวลา 22:05
ส.ส.ศุภชัย ใจสมุทร อภิปราย พ.ร.บ.พืชกระท่อม แนะต้องควบคุมใช้กลไกที่ถูกต้อง และเป็นธรรม ให้กับปชช. หนุน พืชกระท่อมสร้างมูลค่า และเป็นพืชเศรษฐกิจที่มีอนาคตของประเทศ
วันที่ 7 กรกฎาคม 2564 นายศุภชัย ใจสมุทร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรระบบบัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย อภิปรายและเห็นด้วยว่า เรื่องพืชกระท่อม เป็นเรื่องเร่งด่วนที่ควรจะต้องเร่งดำเนินการเพื่อแก้ปัญหาในสิ่งที่เกิดขึ้นในประเทศ สิ่งที่ต้องยอมรับคือ ประเทศไทยเป็นประเทศแรกที่มีการประกาศควบคุมการใช้พืชกระท่อม โดยตราพระราชบัญญัติพืชกระท่อมปี 2486 ซึ่งระบุ ห้ามการปลูกและครอบครอง รวมทั้งห้ามจำหน่าย และเสพใบกระท่อม ปี 2522 พืชกระท่อมถูกบรรจุไว้ให้เป็นยาเสพติดเป็นประเภท 5 มาตั้งแต่ตอนนั้น ทั้งที่ความจริงคือ ไม่มีความให้ข้อมูลทางวิทยาศาสตร์ หรือทางการแพทย์ที่ยืนยันว่า พืชกระท่อมมีผลที่จะก่อให้เกิดการเสพติด เช่น ยาเสพติดประเภทอื่น เช่น พืชฝิ่น นานาอารยประเทศ หรือสากล (ยูเอ็น) ก็ไม่ได้มีการบรรจุให้กระท่อมเป็นยาเสพติด หรือเป็นสิ่งผิดกฎหมาย และประเทศไทยเราก็ดำเนินรักษาความมันเป็นยาเสพติดของพืชกระท่อมมาโดยตลอด จนกระทบต่อวิถีชีวิตของพี่น้องประชาชน ผู้ที่ใช้ชีวิตอยู่กับพืชซึ่งเติบโตมาพร้อมกับการเกิดของคนแถวนั้น โดยเฉพาะภาคใต้
เมื่อเราได้มีโอกาสศึกษาเรื่องของกระท่อมกันมามากขึ้น ก็พบว่าจริง ๆ พืชกระท่อมเป็นสิ่งที่มีประโยชน์ มีความหลากหลายทางชีวภาพ มีศักยภาพที่สามารถนำมาใช้ประโยชน์ทางการแพทย์ได้ มีสารสำคัญอยู่หลายสาร โดยแพทย์แผนปัจจุบันก็จะพบว่าสารที่อยู่ในพืชกระท่อม จะเป็นประโยชน์ในการที่จะสามารถพัฒนา และวิจัย นำมาใช้ประโยชน์ในทางการแพทย์เพื่อฟื้นฟูภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทย และแพทย์แผนปัจจุบัน สิ่งเหล่านี้มันเป็นประโยชน์ แล้วท่านรัฐมนตรีฯ ก็ได้ผลักดันจนเอาพืชกระท่อมออกจากพ.ร.บ.ยาเสพติด มาได้ คิดว่าเป็นคุณูปการอันยิ่งใหญ่ ที่ทำให้กับพี่น้องประชาชน
วันนี้ การที่เราให้พืชกระท่อมออกมาจากความเป็นยาเสพติด สิ่งที่ท่านกำลังเสนอร่างพ.ร.บ. นี้ เพื่อเข้าสู่สภาฯ เป็นอีกกลไกหนึ่ง ที่ดูเหมือนว่า รัฐก็มีมุมมองเหมือนว่า พืชกระท่อมเป็นยาเสพติด เพราะฉะนั้น ท่านก็ต้องเข้ามาควบคุม โดยใช้กลไกที่ถูกต้อง และเป็นธรรม และเป็นความสะดวกสบายต่อพี่น้องประชาชนในการที่จะมีวิถีชีวิต ดำรงชีวิตต่อไปได้กับพืชกระท่อม ในขณะเดียวกัน สามารถที่จะส่งเสริมสนับสนุนให้พืชกระท่อมเป็นพืชเศรษฐกิจ
นายศุภชัย กล่าวต่อว่า วันนี้ คำถามของเราคือ หากเราจะทำให้พืชกระท่อมเป็นพืชเศรษฐกิจ การปลูกในเชิงอุตสาหกรรมก็มีการกำหนดไว้ใน ร่างพ.ร.บ. ที่ท่านเสนอเข้ามาควรที่จะเป็นการควบคุมโดยสามารถที่จะเป็นการอำนวยความสะดวก แต่ไม่ใช่เป็นข้อขัดข้องอุปสรรคที่ไม่สามารถที่จะส่งเสริมให้พืชกระท่อมอันเป็นพืชที่ควรจะเป็นพืชเศรษฐกิจของเรา กลับสะดุดหยุดลง ไม่สามารถที่จะเติบโตในทางเศรษฐกิจได้ ด้วยเหตุผลเพราะมีกฎเกณฑ์เข้ามาควบคุมการขออนุญาต ไม่ได้เป็นไปด้วยความสะดวก แต่ในทางกลับกันอาจจะมีความยุ่งยาก และลำบาก ซึ่งในที่สุด ความคาดหวังที่เราจะได้ ก็จะมีผลกระทบ
อย่างไรก็ดี ที่ได้เข้ามาควบคุมในเรื่องของเยาวชน หรือเด็ก จะไม่ต้องนำเอาพืชกระท่อมไปผสมกับตัวยาอื่น ก็จะนำไปเสพเป็นยาเสพติดชนิดอื่น เป็นการป้องกันไม่ให้เยาวชนเข้าสู่ยาเสพติด ก็เป็นสิ่งที่น่าสนับสนุน แล้วก็สามารถควบคุมได้ แต่สิ่งที่ยังยืนยันว่า เมื่อเรากำลังจะมองเห็นสิ่งที่เป็นประโยชน์คือ สารที่อยู่ในกระท่อม เป็นสิ่งที่สามารถจะนำไปเป็นประโยชน์เชิงทางการแพทย์ได้ สิ่งสำคัญที่สุด คิดว่าเรื่องหนึ่ง ซึ่งท่านเองไม่ทราบจะดำเนินการอย่างไรได้ในกฎหมายฉบับนี้ หรือในฐานะเป็นการควบคุม จึงอยากจะเสนอ ให้มีการควบคุมกระทั่งเมล็ดพันธุ์
" จะทำอย่างไรให้สารที่มีในเมล็ดพันธุ์ เมื่อไปปลูกแล้วมีสารที่จะเป็นประโยชน์อย่างมาก เพราะในที่สุด ถ้าจะนำไปผลิตเป็นยา ไม่ว่าจะเป็นยาแก้เรื่องเบาหวาน หรืออะไรก็ตาม สิ่งเหล่านั้นถ้ามีการสืบย้อนกลับไปเห็นว่าพันธุ์ใดที่มีคนปลูก และพันธุ์นั้นมีสารตัวนี้อยู่มาก แทนที่จะปล่อยปละละเลย ก็เข้าไปควบคุมตรงนั้นด้วยน่าจะเป็นประโยชน์และมี คุณค่าในเชิงเศรษฐกิจ ยิ่งกว่าที่จะปล่อยก็อยากจะปล่อยปละละเลย ใครอยากจะปลูกพันธุ์ไหนก็ปลูก ซึ่งเป็นสิ่งที่น่าเสียดาย "
เพราะฉะนั้นจึงขอเรียนว่า เราปลดล็อคแล้ว กำลังจะออกกฎหมายเข้ามาคุม จึงขอว่า จะทำอย่างไรให้องค์การเภสัชกรรม หรือมหาวิทยาลัย หรือภาคอุตสาหกรรม ที่จะเข้ามาลงทุนในเรื่องนี้ในอนาคต สามารถที่จะผลิตผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ ที่เกี่ยวกับเรื่องอาหาร เครื่องดื่ม หรือยารักษาโรค ที่มาจากพืชกระท่อม จะสามารถเป็นประโยชน์สร้างมูลค่า เป็นพืชเศรษฐกิจที่มีอนาคตอีกด้วย นายศุภชัย กล่าว
