ขณะเดียวกัน นายสิริพงศ์ ยังได้โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัว ถึงการเตรียมความพร้อมในการช่วยเหลือผู้ป่วยโควิด-19 ส่งไปรักษาที่บ้านเกิด "สิริพงศ์ ส่งน้องกลับบ้าน" โดยระบุว่า
" รถพร้อม ข้าว น้ำพร้อม คืนนี้ได้กลับบ้านนะครับ พรุ่งนี้ มีอีกรอบ นะครับสู้ๆ ตอนนี้ เริ่มมีจิตอาสา ที่ กทม. ประสานมาขอช่วยรับ case มาขึ้นรถด้วย ใจดีจัง ขอบคุณมากๆนะครับ "
นายสิริพงศ์ กล่าวว่า สำหรับการนำผู้ป่วยกลับบ้านในช่วงสถานการณ์วิกฤตโควิด-19 ขณะนี้ ทางจังหวัดศรีสะเกษได้เริ่มทยอยรับคนกลับบ้านแล้ว คนที่ต้องการจะกลับบ้าน จะต้องติดต่อเรามา และส่งผลการตรวจว่าเป็น covid-19 แล้วเราก็จะประสานไปยังปลายทาง โดยดูว่าผู้ป่วยอาศัยอยู่ในพื้นที่ไหน ตำบล หรือ อำเภอไหน ในจังหวัดศรีสะเกษ ทางเราก็จะประสานไปยังจุดพักคอย ของรพ.สต. นั้น ๆ สำหรับบางคนที่ได้ประสานไว้แล้วก็จะง่ายขึ้น บางคนที่ยังไม่ประสานทางทีมงานก็จะประสานให้
ส.ส.สิริพงศ์ กล่าวต่ออีกว่า ปัจจุบันได้รับส่งมาประมาณ 10 กว่าวันแล้ว ปรากฏว่า วันหนึ่ง ๆ มีประชาชนติดต่อเข้ามาประมาณ 20-30 คน จึงเอารถตู้มาส่ง ส่งได้เต็มที่วันนึง 20 กว่าคน พอหลาย ๆ วันเข้า คิวสะสมเยอะ ก็เลยคิดว่าคนป่วยเขารอเพื่อที่ต้องการรักษาตัวเอง ถ้าหากให้เขารอนานเกิน 2 วัน ก็จะไม่ค่อยดีสำหรับเขา ทางเราเลยแก้ปัญหาด้วยการหารถบัส ซึ่งหายากพอสมควร เพราะว่ารถบัสจะต้องมีความพร้อมทั้งคนขับรถที่จะต้องพร้อมวิ่ง และจะต้องมีระบบการป้องกัน Covid-19 พอสมควร
อย่างไรก็ตาม ช่วงนี้มีนโยบายที่ให้คนเดินทางกลับมาทางรถไฟฟรี หลายจังหวัดก็เตรียมรถบัสเอาไว้ เราเห็นว่ามีรถให้บริการแล้ว ก็เลยเรียกรถบัสไปตาม แต่ติดปัญหาตรงที่เวลาไปรับผู้ป่วย covid-19 ไม่สามารถหาที่จอดรถตามสาธารณะได้ จึงได้จ้างรถพยาบาล หรือรถมูลนิธิที่อยู่กรุงเทพฯ ไปวิ่งรับคนป่วยในแต่ละบ้านแทน
" สำหรับรถบัสที่นำมามี 50 ที่นั่ง จะมีกระจายอยู่ทั่วกรุงเทพฯ ซึ่งใช้รถ 4 คัน โดยจะให้ออกเดินทางจากกรุงเทพฯ ถึง จังหวัดศรีสะเกษ วันละ 1 คัน แล้วแต่จำนวนผู้ป่วย เมื่อเขามาถึงรถบัส ทางเราจะมีอาหาร เครื่องดื่ม และของว่างให้ได้รับประทานระหว่างการเดินทาง พอมาถึงที่จังหวัดศรีสะเกษ ก็จะประสานมูลนิธิต่าง ๆ ที่เขามีรถมารับผู้ป่วยที่เดินทางกลับบ้าน คือ จากจุดที่จังหวัดกำหนด เพื่อที่ผู้ป่วยจะได้เข้าไปที่ รพ.สต.ต่าง ๆ ในขณะเดียวกัน ก็จะประสาน ส.ส.แต่ละเขต ไม่ว่าจะอยู่พรรคไหนก็ตาม ถ้าเกิดว่ามีคนเขตตนเองเข้ามา ก็จะประสานส.ส.เขต เบื้องต้นก่อนว่า มีรถพยาบาล หรือรถกู้ภัยที่จะมารับประชาชนของเขตเขาไปยังเขต รพ.สต. หรือศูนย์พักคอยนั้นหรือไม่ ซึ่งถ้าเขาสะดวก เขาก็จะมารับ แต่ถ้าไม่สะดวก ก็อาจจะอาศัย ทางเดียวกันไปด้วยกัน จะแวะส่งให้ "
นายสิริพงศ์ ยังกล่าวต่ออีกว่า เวลานี้สถานการณ์โควิด-19 ทำให้เดือดร้อนกันหมด ใครช่วยกันได้ก็ช่วยกัน โดยไม่แบ่งแยกพรรค เพราะสุดท้ายปลายทางเราก็ต้องช่วยเขา เรานำเขากลับมารักษา สำหรับระบบสาธารณสุขในจังหวัดศรีสะเกษยังพอรับไหว เพราะจะต้องประสานไปยังปลายทางก่อนว่า ปลายทางรับผู้ป่วยโควิดได้หรือไม่ หากปลายทางรับได้ เราก็จะส่งผู้ป่วยกลับไปรักษา ซึ่งไม่ได้พาพวกเขากลับเข้าบ้านตนเอง หรือ กลับเข้าชุมชน แต่พาเขาไปยังจุดพักคอยในเขต ตำบล อำเภอ ของบ้านผู้ป่วย ไม่ได้เป็นการเอาเชื้อมากระจายในชุมชนแต่อย่างใด
ต่อกรณีที่มีบางกลุ่มวิพากษ์วิจารณ์ การนำผู้ป่วยกลับบ้านนั้น จะเป็นการแพร่เชื้อโรคไปยังต่างจังหวัด และชุมชน นายสิริพงศ์ กล่าวว่า
" คนที่ไม่ได้ทำอะไร แล้ววิจารณ์อย่างเดียวนี่สิ น่าจะรังเกียจกว่าโรคระบาด คือ คนเขารอรถกลับบ้าน รอเตียง วันนี้ถามกลับว่า ถ้าไม่พาเขากลับมาบ้าน ระบบในกรุงเทพฯ ก็ไม่ได้ดีขึ้น แต่วันนี้การระบายคนออกมารับการรักษาตามต่างจังหวัดที่เขามีกำลัง จะทำให้ระบบในกรุงเทพฯ ฟื้นตัวเร็ว ระหว่างที่เขารอเตียงกับรอรถ อย่างจังหวัดศรีสะเกษ อาจจะมีเพียง 10% ที่ระหว่างรอรถกลับบ้าน คนที่อยู่กรุงเทพฯ ที่มีอาการมากกว่า เขาก็จะได้เตียง จากคนต่างจังหวัดที่สละสิทธิ์ นี่คือการเสียสละให้ผู้อื่นต่างหาก และเขาเหล่านั้นหวังว่าจะได้รับการรักษาตัวที่บ้านเกิด บางคนบอกว่า ต้องการกลับมารักษาตัวที่บ้าน ไม่มีเตียงก็ไม่เป็นไร แต่ขอมาตายที่บ้านเกิดดีกว่า "
อย่างไรก็ดี ขณะนี้ได้มีการทำความเข้าใจกับชาวบ้าน อสม. สาธารณสุขอำเภอ สาธารณสุขจังหวัดแล้ว โดยแต่ละจุดพักคอยเราจะไม่ทิ้งผู้ป่วย หากต้องการสิ่งใดให้แจ้งความประสงค์ จะดำเนินการ และหามาให้ เช่น เครื่องช่วยหายใจ ชุด PPE ซึ่งหากเรารู้จักใคร หรือมีเครือข่ายพร้อมบริจาคเราจะหาไปช่วยเขาทันที ซึ่งในจังหวัดศรีสะเกษจะมีจุดพักคอยอยู่ทุกตำบล และคนที่กลับมายังจังหวัดศรีสะเกษ จะเป็นกลุ่มคนสีเขียว ไม่ใช่กลุ่มคนสีเหลือง สีแดง พออยู่ในกลุ่มสีเขียว ก็จะพามายังจุดพักคอย อย่างน้อยก็มีเจ้าหน้าที่มาคอยดูแลอาการ ถ้าอยู่ในเกณฑ์หนัก ก็จะส่งไปรักษาตัวสูงขึ้น ซึ่งจังหวัดศรีสะเกษ จะมีบ้าน 4 หลัง บ้านหลังแรกคือ จุดพักคอย บ้านหลังที่สอง รพ.สต. บ้านหลังที่สาม คือ โรงพยาบาลอำเภอ และโรงพยาบาลจังหวัด ซึ่งไล่ตามระดับของผู้ป่วย นอกจากนี้ คนที่เดินทางมากับทีมเรา ผมก็พยายามโทรให้กำลังใจทุกสาย บางท่านรถไปรับช้า ทางเราก็ต้องขอโทษเขา
" เวลาแบบนี้ ช่วยอะไรกันได้ก็ต้องช่วยกัน จะเกลียด จะชอบรัฐบาล หรือการบริหารงานหรือไม่ ก็แล้วแต่ ซึ่งเราก็อาจจะเห็นว่าหลายอย่างมีปัญหา แต่สังคมจะเดินหน้าไม่ได้เลย ถ้าเรายังไม่ช่วยกัน วันนี้คนที่อยู่กรุงเทพฯ เขาก็ช่วยในการหาเตียงให้กับผู้ป่วย อย่างของเรา เราทำได้ก็คือ ช่วยกันระบายเตียง ช่วยกันกระจายการได้รับการรักษา ให้กับประชาชน ใครช่วยอะไรก็ควรที่จะช่วยกันในเวลาแบบนี้
และจากการที่ได้สอบถามเรื่องการฉีดวัคซีนของประชาชนบางกลุ่ม ได้ความว่า บางคนก็ยังไม่ได้ฉีดวัคซีนเลย บางคนก็ไม่อยากฉีดวัคซีน เพราะไม่ชอบรัฐบาล ไม่เชื่อรัฐบาล ตนจึงบอกไปว่า ถ้าไม่ชอบยิ่งต้องฉีด เก็บชีวิตไว้ จะเกลียดก็เกลียดไป แต่ชีวิตของคุณ คุณก็ต้องรักษา อย่าทำลายโอกาสของคุณเอง " นายสิริพงศ์ กล่าวทิ้งท้าย

