21 สิงหาคม 2564 เวลา 12:00
ส.ส.สฤษดิ์ บุตรเนียร ตัดงบ 5% ก.ศึกษาธิการ ปรับกลยุทธ์ และจัดการเรียนการสอนให้ทันยุค ทันสมัย พัฒนาครูให้รู้จักการใช้สื่อที่เหมาะสมกับเหตุการณ์ แนะ หากเด็กยังไม่ได้รับวัคซีน ควรจัดสรร ATK เพื่อเป็นทางออกของปัญหา
นายสฤษดิ์ บุตรเนียร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดปราจีนบุรี เขต 3 พรรคภูมิใจไทย อภิปรายแปรญัตติขอตัดงบประมาณ 5% จากงบประมาณปี 2565 3.1 ล้านล้านบาท โดยของกระทรวงศึกษาธิการ ที่ได้รับงบประมาณสูงสุดประมาณ 3.32 แสนล้านบาท ซึ่งมีความรับผิดชอบอย่างมากที่รับผิดชอบต่อเด็ก และเยาวชนของชาติเกือบ 10 ล้านคน ทั้งในระบบ และนอกระบบ ในการจัดสรรงบประมาณในครั้งนี้ เชื่อว่า กระทรวงศึกษาธิการ คงจะจัดตามโครงสร้างเดิมที่ทำมาแล้วตลอดเวลา แต่เนื่องจากสถานการณ์ covid นั้น เป็นเหตุการณ์ซึ่งเลวร้ายกว่าปกติที่ตั้งรับไว้ จึงเชื่อว่าในปีนี้ เป็นปีการศึกษาซึ่งไม่คาดคิดว่าจะปิดการศึกษามาตั้งแต่เดือนพฤษภาคม จนถึงเดือนสิงหาคมนี้ จึงเห็นว่า การศึกษาเป็นเรื่องที่จำเป็นอย่างยิ่ง ที่ต้องมีการพัฒนาให้เด็กมีความรู้ความสามารถ เพื่อที่จะพัฒนาประเทศต่อไป ซึ่งเด็กเป็นทรัพยากรของชาติ ที่มีความสำคัญที่สุด

ด้วยภายใต้สถานการณ์โควิด-19 และมีการพัฒนาในยุคดิจิทัล ซึ่งเกิด Disruption ทำให้กระบวนการเรียนรู้สังคม ค่านิยม วัฒนธรรม และการดำเนินชีวิตเปลี่ยนแปลงไปอย่างมาก ซึ่งเรากำลังที่จะต้องต่อสู้กับการเปลี่ยนแปลงอยู่แล้ว ซ้ำร้ายต้องมาเจอกับสภาวะโควิดที่รุนแรงขนาดนี้ แต่ก็ต้องถือโอกาส โดยพรรคภูมิใจไทย นำโดยท่านอนุทิน ชาญวีรกูล และท่านศักดิ์สยาม ชิดชอบ เลขาธิการพรรค ได้มีการกำหนดนโยบายไม่ว่าจะเป็นเรื่อง Work From Home ซึ่งเคยกล่าวว่า ให้ทำงานที่บ้าน 1 วัน ให้เด็กเรียนที่บ้าน 1 วัน จาก 5 วัน ก็เกิดเป็นความจริงขึ้น มีนโยบายเรื่องการเรียนออนไลน์ ซึ่งมีการพัฒนา ที่จะให้เกิดการพัฒนาสนองตอบต่อเทคโนโลยี ของประเทศไทย
การแก้ปัญหาในงบประมาณครั้งนี้ ที่ตัดไป จะเห็นว่าสอดคล้องกับสมาชิก ส.ส.ทุก ๆ ท่าน ในเรื่องของครุภัณฑ์ การพัฒนาพื้นฐานการลงทุน เลื่อนไปได้หรือไม่ หรือเรื่องการอบรม สัมมนา การประกวดแข่งขัน อย่างไรก็ตาม เป็นความเลวร้ายของสภาพโรงเรียน ซึ่งไม่เคยเป็นมาก่อน
สำหรับเด็กโตพอที่จะเข้าใจคำว่า ออนไลน์ แต่เด็กเล็ก ๆ ซึ่งเป็นเด็กก่อนวัยเรียนนั้น เด็กอนุบาล ป.1-3 ยังไม่เข้าใจ และปัญหาการที่เด็กไม่ได้ไปโรงเรียนนั้นมีผลกระทบต่อครอบครัว ความเป็นอยู่ และอาชีพอื่น ๆ อีกมากมาย วันนี้ถือโอกาสว่า งบประมาณหลาย ๆ อย่างที่ไม่ได้ใช้ ไม่ว่าจะเป็นค่าหนังสือ ค่าตำรา หรือกิจกรรม สิ่งเหล่านี้ถ้าไม่ใช้แล้ว แล้วจะจัดสรรงบประมาณนี้ไปใช้อะไร นี่คือเรื่องสำคัญ ในเมื่อไม่สามารถใช้อุปกรณ์ เครื่องเล่น ดังนั้น จึงเห็นว่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ
มีหน้าที่ต้องคิดว่า เงินงบประมาณนี้จะไปใช้อย่างไรที่จะให้เกิดประโยชน์สูงสุดกับเด็ก ซึ่งเด็กในวันนี้การเรียนรู้ยังไม่เท่าไหร่ แต่สภาพสังคม จิตใจของเด็ก ซึ่งเหมือนกับวันนี้นอนหลับไป ตื่นขึ้นมาอีกปีหนึ่งผ่านไป ผมยังเชื่อว่า เปิดเทอมเดือนกันยายน ตุลาคม พฤศจิกายน หรือถึงสิ้นปี ทางกระทรวงศึกษาธิการได้เคยเขียนภาพไหมว่า ถ้าเปิดโรงเรียนไม่ได้ จะทำอะไรต่อไป มิใช่ปล่อยผลัดเป็นเดือน ๆ ซึ่งแก้สถานการณ์แบบไม่รู้จบ ดังนั้นการจัดสรรงบประมาณ จึงเรียนไปยังท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ที่จะต้องมีการวางแผนระยะสั้น และระยะยาว

ข้อเสนอในการใช้งบประมาณ เห็นสมควรว่า ถ้าต้องมีการจัดการเรียนการสอน เราต้องมีการพัฒนาหลักสูตร ไม่ใช่สอนเปิดเทปมาดูออนไลน์ ครูสอนนาฏศิลป์ฟ้อนรำ เล่นตะกร้อผ่านออนไลน์ มันเป็นไปไม่ได้ วิชาเหล่านี้ควรจำกัด วิชาสอน เช่น 4-5 กลุ่มสาระก็เพียงพอแล้ว ส่วนศิลปะ ดนตรี กีฬา อาจจะพักไว้ก่อน เพราะเวลา และการจำกัดนั้นไม่เพียงพอต่อการเรียนการสอน หลักสูตร วิธีการเรียนการสอนก็สำคัญมากที่จะต้องมีการปรับปรุง เชื่อว่าเป็นโอกาสที่ดีที่เราจะต้องพัฒนาครูให้มีเทคนิคการเรียนการสอนให้สอดคล้องกับยุคในวันนี้
สำหรับงบประมาณที่มีอยู่ และที่ตัดออกไปนั้น เชื่อว่าน่าจะนำมาเป็นโอกาสที่ดี ที่จะพัฒนาครูให้รู้จักการใช้สื่อที่เหมาะสมกับเหตุการณ์ ให้ทันสมัย และเหมาะสม ดังนั้นควรจะใช้เขตพื้นที่การศึกษาในการที่จะพัฒนาครูให้ดียอดขึ้นมาเรื่อย ๆ เพราะเหตุว่า เขตพื้นที่การศึกษาเป็นคนที่รู้ปัญหาว่าในบริบทชุมชน สังคม ต้องการอะไร ไม่ใช่เพียงแต่มาอบรมจากศูนย์กลางซึ่งความต้องการไม่ใช่ตรงนั้น
อย่างไรก็ตาม เรื่องของ Antigen Test Kit หรือ ATK เห็นว่ามีความจำเป็นอย่างยิ่ง เมื่อวันที่ 7 สิงหาคม 2564 ที่ผ่านมา ท่านรัฐมนตรี มีมติแล้วว่าให้หน่วยงานต่าง ๆ จัดซื้อตามความเหมาะสมได้โดยกรมบัญชีกลางรับรองให้ใช้จ่ายได้อย่างระมัดระวัง จึงอยากให้เห็นว่า งบประมาณที่ตัดจ่ายไป หรือสิ่งที่ไม่ได้ใช้จ่ายในวันนี้ ถ้าต้องการพัฒนาประเทศชาติ วิธีเดียวคือ ต้องจัดงบประมาณเพื่อที่จะให้กับเด็กนักเรียน และเยาวชน และบุคลากรทางการศึกษา มาแก้ไขปัญหา เพราะเป็นเรื่องเดียวที่จะแก้ปัญหาได้คือ วัคซีน แต่ตอนนี้เด็กก็ยังไม่สามารถฉีดวัคซีนได้ โดยส่วนตัวเชื่อว่า ATK จะเป็นทางออก และวันนี้โรงเรียนจัดการเรียนการสอนไม่ได้ ท่านรัฐมนตรี หรือท่านที่อยู่ในระบบการทำงานด้านการศึกษานั้น น่าที่จะจัดสรรจากงบที่ตัดออก หรืองบที่ไม่สามารถจะใช้ได้ นำมาแก้ปัญหาเยาวชนของชาติต่อไป
