ส.ส.ภราดร ปริศนานันทกุล ในฐานะกรรมาธิการเสียงข้างมาก แจงยิบต่อข้อซักถาม การจัดสรรงบ การจัดหาวัคซีน - การฉีดวัคซีนแบบไขว้ - การกระจายวัคซีน และค่าเสี่ยงภัยสำหรับบุคลากรทางการแพทย์

ส.ส.ภราดร ปริศนานันทกุล ในฐานะกรรมาธิการเสียงข้างมาก แจงยิบต่อข้อซักถาม การจัดสรรงบ การจัดหาวัคซีน - การฉีดวัคซีนแบบไขว้ - การกระจายวัคซีน และค่าเสี่ยงภัยสำหรับบุคลากรทางการแพทย์

นายภราดร ปริศนานันทกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดอ่างทอง พรรคภูมิใจไทย กล่าวอภิปรายในฐานะกรรมาธิการเสียงข้างมาก ว่า สำหรับในส่วนของ มาตรา 25 กระทรวงสาธารณสุข ได้รับการจัดสรรงบประมาณก่อนที่จะเข้าสู่กรรมาธิการอยู่ที่ 37,604 ล้านบาท ถูกกรรมาธิการพิจารณาแล้ว ตัดไปทั้งสิ้น 60.8 ล้านบาท ซึ่งจัดไปเป็นจำนวนที่น้อยมาก สถานการณ์โควิดทุกวันนี้ กระทรวงสาธารณสุขจะเป็นกำลังสำคัญจะเป็นด่านหน้าในการที่จะต่อสู้กับสถานการณ์ อย่างไรก็ดี กรรมาธิการมีความเห็นว่าเราจะเอาเงินที่ตัดลดลงมาทั้งสิ้น 16,000 ล้านบาท ไปใช้เพื่อแก้ไขสถานการณ์โควิด โดยใส่เอาไว้ในส่วนของงบกลาง โดยมีเนื้อหาสาระที่ชัดเจนว่า จะต้องนำไปใช้เพื่อแก้ไขสถานการณ์โควิด นี่เป็นสิ่งที่ยืนยันว่า กรรมาธิการเห็นความสำคัญของการแก้ไขสถานการณ์โควิด ทั้งนี้ มีหลายส่วนที่ได้อภิปรายกันไว้ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของทางแพทย์แผนไทย กรมสุขภาพจิต ส่วนคำถามเรื่องใหญ่ที่สุด เป็นเรื่องของวัคซีน ว่า กรรมาธิการได้สอบถามถึงกระทรวงสาธารณสุขหรือไม่ เรื่องความเพียงพอของวัคซีน ถามว่าวัคซีนของประเทศไทยมีเพียงพอหรือไม่ ซึ่งได้คำตอบจากทางกระทรวงสาธารณสุข ว่า ได้จัดเตรียมวัคซีนเอาไว้ 3-4 ยี่ห้อ ยี่ห้อแรกคือ แอสตร้าเซเนก้า (Astrazeneca) ได้จัดเตรียมไว้ 61 ล้านโดส / ไฟเซอร์ (Pfizer) ได้จัดเตรียมไว้ 30 ล้านโดส / ซิโนแวค (Sinovac) 20 ล้านโดส / ซิโนฟาร์ม (Sinopharm) 5 ล้านโดส แล้วก็อื่นๆ อีก 10 ล้านโดส ซึ่งจะเป็น mRNA รวมทั้งสิ้นแล้วทางกระทรวงสาธารณสุข ทางรัฐบาลก็ได้เตรียมวัคซีนเอาไว้ถึง 120 ล้านโดส ถามว่าเพียงพอหรือไม่ แล้วทำไมเมื่อช่วงที่ผ่านมา การฉีดวัคซีนถึงได้เป็นไปอย่างล่าช้า โดยทางกระทรวงสาธารณสุข ได้ตอบว่า " ความล่าช้าเกิดขึ้นเป็นเพราะในช่วงแรกทาง ศบค. พยายามที่จะจำกัดโรค อยู่ในเขตที่มีการแพร่ระบาดของโรคสูง นั่นคือ กรุงเทพฯ จึงพยายามที่จะฉีดวัคซีนในกรุงเทพฯ ให้ได้มากที่สุดเสียก่อน เพราะฉะนั้นจำนวนวัคซีนที่กระจายออกไปสู่ต่างจังหวัด จึงเป็นจำนวนที่น้อยมาก หลังจากนั้นพอกรุงเทพฯ เริ่มที่จะอิ่มตัวแล้ว เดือนสิงหาคม ปลายเดือนกรกฎาคม ทางกระทรวงสาธารณสุข ก็เริ่มมีการกระจายวัคซีนออกสู่ต่างจังหวัด โดยเฉพาะอย่างยิ่งจังหวัดสีแดงเข้ม และจังหวัดสีแดง มากขึ้น ทั้งนี้ มีตัวเลขการฉีดวัคซีนให้ดูด้วย โดยได้รับข้อมูลมาว่า ตั้งแต่วันที่ 7 มิถุนายน วันแรกที่เริ่มมีการฉีดวัคซีนสำหรับประชาชนทั่วไป จนกระทั่งถึงวันนี้ 20 สิงหาคม เราใช้เวลาฉีดไปทั้งสิ้น 10 สัปดาห์ 70 วัน วัคซีนที่ฉีดไปทั้งประเทศ 26 ล้านโดส แต่เป็นการฉีด ก่อนวันที่ 7 มิถุนายน 2 ล้านโดส นั่นหมายความว่า 24 ล้านโดส ตั้งแต่วันที่ 7 มิถุนายน จนกระทั่งถึงวันนี้ 70 วัน เฉลี่ยแล้ววันหนึ่งเกือบ 5 แสน ซึ่งถือว่าเป็นจำนวนที่มากพอสมควร และเชื่อว่าภายในสิ้นเดือนนี้ และภายในเดือนหน้า ปริมาณผู้ที่ฉีดวัคซีนก็จะมากขึ้นกว่านี้ " นายภราดร กล่าวต่อว่า กรรมมาธิการได้สอบถามทางกระทรวงสาธารณสุข เช่นเดียวกันว่า ทำไมไม่จัดหาสิ่งดี ๆ ให้กับพี่น้องประชาชน ทางกระทรวงสาธารณสุข ได้ตอบกลับว่า วัคซีนดี ๆ คืออะไร ก็ได้คำตอบว่า วัคซีนดี ๆ มันคือวัคซีนที่ฉีดแล้วไม่ทำให้พี่น้องประชาชนต้องเสียชีวิต วัคซีนที่ดี ไม่ใช่วัคซีนที่ป้องกันไม่ให้ประชาชนนั้นได้รับเชื้อ แต่ว่าสิ่งที่ดี หมายถึง วัคซีนที่ฉีดแล้วทำให้ประชาชนที่รับเชื้อเข้าไป ไม่เสียชีวิต และที่สำคัญคือไม่ป่วยหนัก อันนี้มีตัวเลขที่ยืนยันชัดเจนว่า ตั้งแต่วันที่ 25 กรกฎาคม ถึงวันที่ 19 สิงหาคมนี้ มีผู้เสียชีวิตทั้งสิ้น 4,656 ราย โดยมีผู้ที่ฉีดวัคซีนแล้วเสียชีวิตเพียงแค่ 26 ราย ไม่ได้หมายความว่า 26 รายไม่มาก แต่เมื่อเปรียบเทียบกับตัวเลข 4,656 รายนี้ การเสียชีวิต 26% ถือว่าเป็นตัวเลขเพียง 0.1% เท่านั้น อย่างไรก็ดี ขอชี้แจงเพิ่มเติมว่า วัคซีนที่ดี คืออะไร นอกจากฉีดแล้วเพื่อป้องกันการเสียชีวิต และป้องกันการป่วยหนัก หลายท่านก็พูดว่า วัคซีน คือน้ำเปล่า หรือน้ำเกลือหรือเปล่า แท้จริงแล้ววัคซีนที่หลายท่านปรามาส ว่าเป็นวัคซีนที่ไม่มีคุณภาพนั้น ต้องบอกว่า องค์การอนามัยโลก (WHO) ก็รับรอง วัคซีนซิโนแวค (Sinovac) ก็ได้รับการรับรองจาก WHO เช่นเดียวกัน มากไปกว่านั้นหากไม่ดี โคแวกซ์ (Covax) จะสั่งซื้อวัคซีนชนิดนี้ถึง 350 ล้านโดส เพื่อไปกระจายให้กับพี่น้องประชาชนทั่วโลกหรือไม่ นี่คือคำตอบที่ทางกระทรวงสาธารณสุข เขาได้ชี้แจงออกมาว่าวัคซีนที่ดีคืออะไร สำหรับเรื่องการฉีดวัคซีนแบบไขว้ ระหว่างวัคซีนต่างชนิดต่างยี่ห้อกัน ว่าสามารถที่จะฉีดได้หรือไม่ เพราะอะไรทางกระทรวงสาธารณสุขถึงได้ฉีดแบบนี้ โดยได้คำตอบมาว่า " การฉีดไขว้ หลังจากที่มีการศึกษาทดลองแล้วจากศูนย์ไวรัสวิทยาจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จากศูนย์วิจัยศิริราชคลีนิค จากกรมการแพทย์ วิจัยเป็นไปในทิศทางเดียวกันว่า หลังจากฉีดวัคซีนไขว้ คือต่างชนิดกัน ทำให้ภูมิคุ้มกันดีขึ้น กว่าฉีดวัคซีนชนิดเดียวกัน ภูมิคุ้มกันที่เกิดขึ้นจากวัคซีนที่ฉีดไขว้ Sinovac + Astrazeneca  มากกว่า Sinovac + Sinovac  มากกว่า Astrazeneca + Astrazeneca และที่สำคัญที่สุด ภูมิคุ้มกันที่ขึ้นเร็วกว่าทั้งสองชนิดที่ว่า ที่สำคัญมากกว่านั้นคือการฉีดยา 2 เข็ม ใช้เวลาการฉีดถึง 4 เดือน จากเข็มหนึ่งไปถึงเข็มสอง ในขณะที่การฉีดไขว้แบบนี้ Sinovac ไป Astrazeneca ในเข็มที่ 2 ใช้ เวลาเพียง 3 สัปดาห์ นั่นหมายความว่า การทำให้ภูมิคุ้มกันในพี่น้องประชาชนเกิดขึ้นได้เร็วมากกว่าการฉีด Astra บวกกับ Astra มากไปกว่านั้นการศึกษา นอกจากในประเทศไทยแล้ว ต่างประเทศก็มีเช่นเดียวกัน เช่น ในเกาหลีใต้ก็ฉีดไขว้เหมือนกัน ในบาเรน แคนาดา อิตาลี ในประเทศที่มีการฉีดแบบนี้ก็มีในหลายประเทศเช่นเดียวกัน " สำหรับคำถามของท่านครูมานิตย์ สังข์พุ่ม พร้อมทั้งท่านวิสาร เตชะธีราวัฒน์ ในประเด็นเรื่องขวัญกำลังใจของบุคลากรทางการแพทย์ นั่นหมายถึงแพทย์ พยาบาล และบุคลากรทางการแพทย์ รวมถึงอสม. ด้วย ว่าทางกระทรวงสาธารณสุข ให้ขวัญกำลังใจกับด่านหน้าอย่างไร ในเรื่องของบุคลากรทางการแพทย์ ในเรื่องเบี้ยเสี่ยงภัย สำหรับปี 63 ที่หลายคนได้พยายามเรียกร้องกัน ทางกระทรวงสาธารณสุข ได้ทวงถามไปทางสำนักงบประมาณ ซึ่งสำนักงบประมาณก็ได้อนุมัติโอนให้แล้ว และขณะนี้ได้มีการกำลังทยอยจ่ายให้กับด่านหน้าอยู่  มากไปกว่านั้น ทางกระทรวงสาธารณสุข ก็ไม่ได้นิ่งนอนใจ เพราะรู้ว่า อสม. คือด่านหน้า และอสม. คือคนที่จะต้องลงไปสัมผัสกับผู้เสี่ยงมากที่สุดอีกกลุ่มหนึ่ง  เขาก็พยายามที่จะเพิ่มค่าตอบแทนให้เป็นค่าป่วยการเดือนละ 500 บาทจากเมื่อปีที่แล้ว ขณะนี้ก็ยังมีบวกเพิ่มให้ 500 บาท จากเดิม 1,000 บาท เป็น 1,500 บาท ให้ต่อไปจนกระทั่งสถานการณ์โควิด ดีขึ้น นั่นหมายความว่าภายในสิ้นปีนี้ 2564 ก็น่าจะมีการให้เงินค่าป่วยการ อสม.เพิ่มขึ้น มากไปกว่านั้น ทางกระทรวงสาธารณสุข ก็ยังมีการบรรจุข้าราชการใหม่เพิ่มขึ้นอีก 45,000 อัตรา เมื่อเงินงบประมาณปีที่แล้ว นี่เป็นสิ่งที่ยืนยันว่า ทางกระทรวงสาธารณสุขนั้นเขาเห็นความสำคัญของบุคลากรทางการแพทย์เช่นเดียวกัน ประเด็นสุดท้ายเรื่อง ATK หลายคนก็ได้สอบถามมาเรื่อง Antigen Test เครื่องตรวจแอนติเจนที่ใช้ตรวจด้วยตัวเอง ว่า หาซื้อได้ยาก แล้วก็มีราคาแพง ซึ่งทาง อย. ได้แจ้งว่าขณะนี้ได้มีการอนุมัติให้มีการนำเข้าสินค้าชนิดนี้มากถึง 99 แบรนด์แล้ว นั่นหมายความว่า สินค้ากำลังจะมีเข้ามาอยู่ในตลาดมากขึ้น มากไปกว่านั้นครับทาง สปสช. ก็กำลังที่จะสั่งซื้อเครื่องตรวจแบบเร็วให้กับพี่น้องประชาชนด้วย ซึ่งกำลังจะสั่งซื้อ 8.5 ล้านชิ้น ซึ่งกำลังมีประเด็นในขณะนี้อยู่ นี่คือ 2-3 เรื่องเพื่อให้ความกระจ่างกับเพื่อนสมาชิกในฐานะกรรมาธิการเสียงข้างมาก และก็ยืนยันอีกครั้งว่า ขอยืนยันในตัวเลขที่กรรมาธิการเสียงข้างมากได้ตัดไปในส่วนของมาตรา 25 กระทรวงสาธารณสุข