ส.ส.คารม พลพรกลาง ชี้ ตัดงบรัฐวิสาหกิจลง 20% แนะ ควรนำเงินไปช่วยเหลือคนยากคนจน ในกลุ่มจังหวัดที่ประสบปัญหาในเรื่องระบบน้ำ ของกระทรวงเกษตร หรือระบบการสร้างงานสร้างรายได้ในชนบท

ส.ส.คารม พลพรกลาง ชี้ ตัดงบรัฐวิสาหกิจลง 20% แนะ ควรนำเงินไปช่วยเหลือคนยากคนจน ในกลุ่มจังหวัดที่ประสบปัญหาในเรื่องระบบน้ำ ของกระทรวงเกษตร หรือระบบการสร้างงานสร้างรายได้ในชนบท

นายคารม พลพรกลาง ส.ส.บัญชีรายชื่อ จังหวัดร้อยเอ็ด ขออภิปราย ในมาตรา 29 งบประมาณ รัฐวิสาหกิจสงวนคําแปรญัตติ ตัดงบลดลง 20%  หน้า 253 ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 75 ไม่สมควรที่รัฐจะมาทำธุรกิจ แข่งขันกับเอกชน ซึ่งนั่นคือหลักการ ต้องยอมรับ ธุรกิจที่เป็นประโยชน์ต่อสาธารณะไม่ว่าจะเรื่องความมั่นคง เรื่องที่สำคัญกับความอยู่รอดของคนจน เช่น เรื่องขนส่ง รถไฟ ขสมก. ถนนเส้นทางรถไฟ และเห็นด้วยเรื่องธนาคารเกษตรและสหกรณ์การเกษตร หรือว่าธนาคารออมสิน แต่ไม่เห็นด้วยที่รัฐวิสหกิจบางอย่าง ซึ่งควรจะแปรรูป เช่น การบินไทย ที่อยู่ในกระบวนการฟื้นฟู ที่จะต้องเอาเงินภาษี มาอุ้ม 50 ล้าน ในภาวะที่ยุคโควิด  และมีพี่น้องประชาชนกลับบ้านไปอยู่ที่ภูมิลำเนา การที่งบประมาณรัฐวิสหกิจ ปีนี้ถึง 130,586 ล้าน มีจำนวนมาก คิดเป็น 4.2 ของงบประมาณ 3.1 ล้านล้าน  ถ้าเทียบไปแล้วคือเป็นเงินกู้ 7 แสนล้าน ถึงจะเป็น 100% ของบประมาณ งบประมาณที่ดี ควรที่จะสร้างสมดุลให้กับสังคม ไม่ควรใช้เงินงบประมาณไปในส่วนที่ไม่เหมาะสม เช่น ไปอุ้มรัฐวิสาหกิจที่ ไม่ควรจะอุ้ม แต่ควรจะนำเงินเหล่านี้ไปให้ในจำนวนเงินเดียวกันนี้ ซึ่งไม่ใช่การเพิ่มงบประมาณ ทำเรื่องระบบน้ำให้คนที่ต้องการน้ำ ไปสร้างงานในจังหวัดต่าง ๆ อาทิ จังหวัดร้อยเอ็ด ได้ประสบความแห้งแล้งแต่เงินกลับเอาไปช่วยการบินไทย ซึ่งทุกวันนี้ก็ไม่มีการบินอยู่แล้วเพราะภาวะโรคโควิด-19 ก็ได้ไม่บิน แต่ก็ยังพยายามที่จะอุ้ม จึงเห็นว่า การจัดงบประมาณแบบนี้สมควรที่จะถูกตัด ดังนั้น จึงมีการตั้งข้อสังเกตว่า การจัดงบประมาณแบบนี้ไม่ได้สร้างความเป็นธรรม นี่คือเหตุผลที่จำเป็นที่จะต้องอภิปรายเพื่อตัดงบลดลง อย่างไรก็ดี ควรที่จะเห็นว่ารัฐวิสหกิจที่เป็นหน่วยงานที่ช่วยเหลือคนยากคนจน เช่น สำนักงานธนานุเคราะห์ กระทรวงพัฒนาสังคม อย่างนี้ ควรให้เงิน ธนาคารออมสิน ธกส. ควรให้เงินช่วย เพื่อนำไปช่วยเหลือคนยากคนจน ในกลุ่มจังหวัดก็ดี ในเรื่องของระบบน้ำของกระทรวงเกษตร หรือระบบการสร้างงานสร้างรายได้ในชนบท ในจังหวัดที่ต้องการที่มีประชาชนกลับไปอยู่บ้าน