ส.ส.พญ.เพชรดาว โต๊ะมีนา หนุน พ.ร.ก.กู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ และสังคม จากวิกฤตโควิด-19 ควรให้ความสำคัญด้านสาธารณสุขเป็นหลัก นอกจากนี้ วอน รบ. แก้วิกฤต และช่วยเหลือปชช.3 จว.ใต้ ที่ว่างงาน ทำการประมงไม่ได้ โดยต้องมีส่วนร่วมของภาคประชาสังคม และภาคประชาชนที่เกี่ยวข้อง

ส.ส.พญ.เพชรดาว โต๊ะมีนา หนุน พ.ร.ก.กู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ และสังคม จากวิกฤตโควิด-19 ควรให้ความสำคัญด้านสาธารณสุขเป็นหลัก นอกจากนี้ วอน รบ. แก้วิกฤต และช่วยเหลือปชช.3 จว.ใต้ ที่ว่างงาน ทำการประมงไม่ได้ โดยต้องมีส่วนร่วมของภาคประชาสังคม และภาคประชาชนที่เกี่ยวข้อง

แพทย์หญิงเพชรดาว โต๊ะมีนา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรบัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย อภิปรายเรื่องพระราชกำหนดให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ และสังคมจากการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 เพิ่มเติม พ.ศ.2564 เมื่อปีที่แล้ววันที่ 29 พฤษภาคม 2563 สภาแห่งนี้ได้มีการอภิปรายพ.ร.ก.กู้เงิน 1 ล้านล้านบาท กับบัญชีแนบท้าย พระราชกำหนดเป็นกระดาษ 2 หน้า ที่ระบุเพียงแผนงานที่ขาดรายละเอียดให้เราพิจารณากัน ส.ส.ส่วนใหญ่เห็นด้วยกับการกู้เงินในสภาวะวิกฤตเช่นนี้ แต่ด้วยความห่วงใย ครั้งที่ผ่านมาพรรคภูมิใจไทยก็เป็นพรรคหนึ่งที่ได้เสนอและสนับสนุนให้มีการตั้งคณะกรรมาธิการติดตามตรวจสอบการใช้เงินกู้ 1 ล้านล้านบาท และได้ตั้งคณะกรรมาธิการ เงินกู้ 1 ล้านล้านบาท แล้วก็ได้เริ่มประชุมตั้งแต่ 18 มิถุนายน 2563 เป็นต้นมา โดยเมื่อวันที่ (8 กันยายน 2564) มีการประชุม และไม่มีใครปฏิเสธความจำเป็นของเงินกู้มีความจำเป็นมากในหลายประเทศในโลกนี้ก็มีการกู้ในช่วงวิกฤตการแพร่ระบาดของไวรัส covid-19 ทั้งนี้ตนเองได้มีโอกาสได้รับการคัดเลือกจากประธานสภา และแต่งตั้งเป็นที่ปรึกษาด้านสาธารณสุขของสหภาพรัฐสภา (IPU) ซึ่งได้มีโอกาสร่วมประชุมประเด็นสุขภาพ เศรษฐกิจ และสังคม วิกฤติ covid-19 ของสมาชิกสหภาพรัฐสภาจากหลากหลายประเทศ เห็นถึงความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจสังคม แล้วก็สุขภาพที่มีอยู่มันเลวร้ายอย่างเห็นได้ชัด แล้วก็ยังเน้นย้ำเรื่องความโปร่งใส และในหลายประเทศก็ยังพบมีการทุจริตเกิดขึ้นในช่วงนี้ จากประสบการณ์ที่ผ่านมา พ.ร.ก.เงินกู้ 1 ล้านล้านบาท กับบัญชีแนบท้ายที่มีเพียง 2 หน้า ไม่มีรายละเอียดนั้น มาถึงขั้นกรรมาธิการวิสามัญติดตามตรวจสอบ และตนเองก็ได้เป็นหนึ่งในคณะกรรมาธิการด้วย ทำงานมาปีกว่าเปรียบเสมือนตรายาง ที่คอยแสตมป์เพียงแค่รับทราบในสิ่งที่คณะกรรมการกลั่นกรองการใช้จ่ายเงินกู้ซึ่งมีสภาพัฒน์เป็นประธาน ส่งมาผ่านทางคณะกรรมการกลั่นกรอง ส่ง ครม. และก็ส่งมาให้ กมธ. ติดตามตรวจสอบ ทั้งนี้ ทราบว่า พ.ร.ก.เงินกู้ 1 ล้านล้านบาท งานของสาธารณสุขได้ 45,000 ล้าน และ พ.ร.ก.เงินกู้ 5 แสนล้านบาท ที่กำลังพิจารณาอยู่นี่ สาธารณสุขได้ประมาณ 30,000 ล้านบาท คำถามคือ เอาฐานคิดมาจากไหน ได้มีการประเมินผลการดำเนินงานที่ผ่านมา สรุปปัญหาอุปสรรค อะไรออกมาได้ให้เราเห็นบ้านหรือยัง หากย้อนกลับไปดูครั้งที่ผ่านมา ก.สาธารณสุข ของบเงินกู้โควิด 51,985 ล้านบาท  234 โครงการ มายังคณะกรรมการกลั่นกรอง แต่ถูกตัดไป 5,000 ล้านบาท ทำไมถึงถูกตัด และครั้งนี้ทำไมตัวเลขของ ก.สาธารณสุข เป็น 3 หมื่นล้านบาท ความสำคัญด้านสาธารณสุขในประเทศนี้ ในวันเวลาที่โรคร้ายระบาดเช่นนี้ คนที่รู้ดีที่สุดนั่นคือกระทรวงสาธารณสุข ฉะนั้น 3 หมื่นล้าน หรือกี่หมื่นล้าน สำหรับสาธารณสุข คิดว่าคงต้องมีเหตุ และมีผลในการที่จะตั้งวงเงิน พญ.เพชรดาว อภิปรายต่อว่า ตนเองมีประสบการณ์ตรง จากโรงพยาบาลปัตตานี เมื่อวานในคณะกรรมาธิการเงินกู้ 1 ล้านล้านบาท ได้มีการคุยกัน โดยมีท่าน ส.ส.จากสุพรรณบุรี ก็มีปัญหาเช่นเดียวกัน คือ โรงพยาบาลขาดเครื่องเอกซเรย์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งรถเอกซเรย์เคลื่อนที่ ของจังหวัดปัตตานีไม่เคยมี แต่มีโรงพยาบาลสนาม เกือบ 10 แห่ง ตอนนี้ต้องขอบคุณโรงพยาบาลบุรีรัมย์ ที่ส่งรถเอกซเรย์เคลื่อนที่มาให้โรงพยาบาลปัตตานีใช้เป็นเวลาหลายเดือนแล้ว พอย้อนกลับไปดูงบเงินกู้รายละเอียดเรื่องรถเอ็กซเรย์ หรือเรื่องเครื่องเอ็กซเรย์ ไม่มีการขอกัน เพราะว่ามีขั้นตอน มีระเบียบที่จะจ่ายเงินซึ่งไม่ทันต่อเหตุการณ์ ตรงนี้คิดว่าคณะกรรมการวิสามัญที่กำลังจะตั้งเงินกู้ 5 แสนล้าน คงต้องพิจารณาว่าอันไหนที่ระเบียบช้า จะทำให้เร็วได้อย่างไร ส่วนประเด็นสุดท้าย คือการมีส่วนร่วมของภาคประชาสังคม และภาคประชาชนที่เกี่ยวข้องกับเงินกู้โควิด น้อยมากแทบจะไม่มีเลย คณะกรรมาธิการได้ลงไปยังจังหวัดปัตตานี ได้พบผู้แทนของภาคประชาชน ซึ่ง จ.ปัตตานี เป็นจังหวัดที่เกี่ยวข้องกับประมงท้องถิ่นซึ่งได้รับผลกระทบเยอะมาก โดยเฉพาะประชาชนรอบอ่าวปัตตานีส่วนใหญ่เป็นประมงพื้นบ้าน จับสัตว์น้ำตามฤดูกาล แล้วก็ในช่วง covid-19 คนไทยในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้เกือบ 2 แสนคน ทำงานที่มาเลเซีย และกลับมาเป็นแสน ตกงาน ถูกเลิกจ้างต่างๆ แต่พอกลับมาถึงแล้วจะประกอบอาชีพจับสัตว์น้ำในอ่าวปัตตานี ก็ยังไม่สามารถที่จะทำได้ เพราะไม่มีเครื่องมือเครื่องใช้อันนี้เป็นเรื่องสำคัญ และทราบว่าทางประมงปัตตานี ทางผู้ว่าราชการจังหวัดปัตตานี ซึ่งได้เรียนให้ทราบว่า งบประมาณ ส่วนหนึ่งของพ.ร.ก.เงินกู้โควิด ได้ลงไปเพื่อช่วยเหลือในจุดนี้ ได้เพราะว่าคณะกรรมาธิการได้ลงไปในพื้นที่ และได้พูดคุย รับทราบปัญหาอุปสรรคจริงๆ หากรอขั้นตอนทางราชการที่ส่งมาเป็นขั้นตอนคงจะยาก ฉะนั้น ประเด็นสุดท้ายนี้คิดว่าความสำคัญของการตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญ พ.ร.ก.เงินกู้ 5 แสนล้านบาทนี้ มีความจำเป็นแล้วก็สนับสนุน อยากจะให้มีส่วนร่วมจากภาคประชาสังคมภาค ภาคประชาชนให้มากกว่านี้