ต้องขอขอบคุณพี่น้อง อสม.ทุกท่านที่เสียสละ ทุ่มเท มีจิตสาธารณะ ดูแลประชาชนคนไทยทุกคน ตั้งแต่การระบาดรอบแรก จนกระทั่งการระบาดในช่วงเดือนเม.ย.64 เป็นต้นมา ซึ่งขณะนี้สถานการณ์เริ่มทรงตัว แนวโน้มไปในทิศทางดีขึ้น แม้ยังมีการระบาดจำนวนมากก็ตาม แต่ภาพรวม ตามโรงพยาบาล สถานการณ์เตียงค่อยๆ ผ่อนคลายตามลำดับ เรามีเตียงสำหรับรักษาผู้ป่วยอาการหนัก ขณะเดียวกัน ยังได้เตรียมความพร้อมของยา เวชภัณฑ์ และแพทย์
ช่วงการระบาดสูงเดือน ก.ค.64 พื้นที่ กทม. ต้องเจอกับปัญหาหนักหนาสาหัส แต่สิ่งเหล่านี้ไม่ได้เกิดในต่างจังหวัด แสดงให้เห็นถึงความเข้มแข็งของระบบสาธารณสุขในจังหวัดต่างๆ ที่อยู่ภายใต้การดูแลของกระทรวงสาธารณสุข ทั้งนี้ กทม.มีอาสาสมัครสาธารณสุขกรุงเทพมหานคร (อสส.) แต่ต่างจังหวัดมีพี่น้อง อสม. ทั่วทุกหมู่บ้าน ทั่วทุกตำบล ที่ต่างจังหวัดเรามีโรงพยาบาลจังหวัด โรงพยาบาลอำเภอตลอดจนโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล และมีพี่น้อง อสม.มาดูแลผู้ป่วย จึงมีการหารือกันในการผ่องถ่ายให้ผู้ป่วยไปรักษาตัวตามภูมิลำเนา ขณะนี้ได้นำผู้ป่วยกลับไปรักษาภูมิลำเนาเกือบ 3 แสนคน
การประชุมวันนี้ เนื่องจากเรามีการจัดหาชุดตรวจหาเชื้อโควิดเบื้องต้น ด้วยแอนติเจน เทสต์ คิท หรือ ATK ที่ได้ อย.รองรับมาตรฐานและขึ้นทะเบียนแล้ว รองรับการตรวจหาเชื้อด้วยตัวเอง ไม่ต้องรอผลแล็บ เราจึงต้องขอแรง อสม. ในการช่วยแนะนำการตรวจโควิดด้วยตัวเองแก่ประชาชนในพื้นที่ของท่าน ซึ่งบางท่านตรวจเองได้ แต่บางท่านยังไม่สามารถตรวจได้เอง ต้องมีคนแนะนำ อย่างไรก็ตาม เมื่อมีการตรวจด้วย ATK ก็จะสามารถคัดกรองได้มากขึ้น
ทั้งนี้ ผู้ป่วยส่วนใหญ่กว่า 80% จะไม่มีอาการ สามารถเข้าระบบการรักษาที่เรียกว่า การแยกกักที่บ้าน(Home Isolation) หรือการแยกรักษาตัวในชุมชน(Community Isolation) ได้ ยกเว้นกลุ่ม 608 ที่อายุมากหรือมีโรคประจำตัว อาจมีการเปลี่ยนเป็นอาการหนัก แต่เมื่อขึ้นทะเบียนในระบบก็สามารถนำส่งรพ.ได้ สิ่งเหล่านี้สามารถช่วยแก้ปัญหาคอขวดความหนาแน่นใน รพ.ได้
นายอนุทิน กล่าวว่า ขณะนี้ประเทศไทย ฉีดวัคซีนป้องกันโควิดสะสมกว่า 41 ล้านโดส และกลางเดือน ต.ค. พี่น้องอสม. จากล้านกว่าคน มีอีก 3 แสนคนที่ยังไม่ได้รับวัคซีน เนื่องจากกำลังรอนัดหมาย ก็จะได้รับวัคซีนทุกคน ดังนั้น ภารกิจในการดูแลคน การสอนการใช้ชุดตรวจ ATK จะปลอดภัย ซึ่งเน้นย้ำกับท่านอธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ ขอให้ท่านตัดบัญชีส่งวัคซีนให้พี่น้องอสม.ด้วย ขาดไม่ได้ สำหรับ 3 แสนคนอย่าน้อยใจว่าทำไมไม่อยู่ในกลุ่มแรก ซึ่งสูตรการฉีดวัคซีน ซิโนแวคเข็มแรก และตามด้วยแอสตร้าเป็นเข็ม2 ใช้เวลาระหว่างเข็มเพียง 3 สัปดาห์ แต่ภูมิคุ้มกันกลับสูงกว่าซิโนแวค 2 เข็ม หรือมีความทัดเทียมกับแอสตร้าฯ 2 เข็ม ขณะที่ ผู้ที่ได้รับซิโนแวคไปแล้ว 2 เข็ม สามารถมาบูสเตอร์เข็ม 3 ด้วยแอสตร้าฯ ทุกคนจะมีความปลอดภัย
“ผมไม่เคยลืมพระคุณ ของ อสม. กระทรวงสาธารณสุข อยู่รอดทุกวันนี้ เพราะเรามีอสม. แสดงให้เห็นถึงศักยภาพทุกครั้ง ระบบสาธารณสุขไทยไม่ได้ล้มสลาย เรามีอสม. 1 ล้านคนค้ำยันอยู่ และยังมีแพทย์ มีองค์ความรู้มีประสบการณ์ทั้งหลายมาประกอบเป็นขา 4 ขา อสม.คือ ขาหนึ่ง องค์ความรู้ทางการแพทย์ แพทย์พยาบาล งบประมาณที่เรามีอยู่ประกอบเป็น 4 ขา ทำให้ระบบสาสธารณสุขเรามีความแข็งแกร่ง รับรองไม่มีการล้มสลายได้ตามคำปรามาสของใครเป็นอันขาด” นายอนุทิน กล่าว
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระหว่างการประชุม นายอนุทิน ได้สาธิตการตรวจหาเชื้อโควิดด้วย ATK ที่ สปสช.เตรียมกระจายสู่ประชาชน เพื่อตรวจหาเชื้อเบื้องต้นด้วยตัวเอง โดยกำชับวิธีการเก็บทิ้งที่ต้องบอกประชาชนว่า อย่าทิ้งลงขยะทั่วไปทันที แต่ต้องจัดเก็บในถุงซิปล็อกที่มากับชุดตรวจ และหาถุงมัดอีกรอบและแยกทิ้งให้ชัดเจนว่า เป็นขยะติดเชื้อ โดยก่อนทิ้ง ให้พี่น้องอสม. ถ่ายรูปผลการตรวจก่อนทุกครั้ง
