
27 กุมภาพันธ์ 2562 เวลา 06:38
โฆษกพรรคภูมิใจไทย ชี้แจง ทุกนโยบาย เน้น ทลายข้อจำกัด กัญชาเสรีไม่ใช่นโยบายสุดซอย
พ.อ.ดร.เศรษฐพงค์ มะลิสุวรรณ โฆษกพรรคภูมิใจไทย(ภท.) กล่าวถึงกรณีที่ นายประสงค์ พูนธเนศ ปลัดกระทรวงการคลัง ออกมาตั้งข้อสังเกตถึงนโยบายของพรรคการเมืองต่างๆ ว่า จะทำได้จริงหรือไม่ เพราะมีการใช้งบประมาณจำนวนมากว่า ทีมงานของพรรคได้ศึกษารัฐธรรมนูญ และข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการทำนโยบายทุกอย่าง และทำตามอย่างเคร่งครัด ไม่ว่าจะเป็นร่างยุทธศาสตร์ชาติ หรือกฎหมายวินัยทางการเงินการคลัง เราคำนึงถึงหมดว่าทุกนโยบายที่จะออกมานั้น ต้องทำได้จริง โดยไม่กระทบวินัยทางการเงินการคลัง
"นโยบายของท่านหัวหน้าพรรคชัดเจนว่า เราไม่ใช้เงินเพื่อซื้อใจประชาชน แต่เราจะทำการปลดล็อกด้านกฎหมาย เพื่อให้พี่น้องประชาชนสามารถทำมาหากินได้ มีเพียงการเพิ่มรายได้ให้ประชาชนเท่านั้น อีกทั้งหากพิจารณานโยบายของเรา จะเห็นว่าพรรคภูมิใจไทย ไม่ได้มีนโยบายที่เป็นโครงการเมกะโปรเจกต์อะไร ที่ต้องใช้งบประมาณในจำนวนมหาศาล มีแต่จะเพิ่มรายได้ให้ประชาชน ซึ่งผมอยากให้ประชาชนมั่นใจในนโยบายของเรา และเลือกพรรคภูมิใจไทย ที่มีหัวใจคือประเทศไทย ซึ่งผมอยากให้ประชาชนมั่นใจในนโยบายของเรา และเลือกพรรคภูมิใจไทย ที่รูปหัวใจมีประเทศไทยอยู่ตรงกลาง" โฆษกพรรคภูมิใจไทย กล่าว
เมื่อถามถึงกรณีที่ นายวิชา มหาคุณ คณบดีคณะนิติศาสตร์ ม.รังสิต ที่ออกมาวิพากษ์วิจารณ์นโยบายปลูกกัญชาเสรี ของพรรคภูมิใจไทย พ.อ.ดร.เศรษฐพงค์ กล่าวว่า ต้องขอขอบคุณในความห่วงใย ที่อยากให้ดำเนินการเรื่องนี้อย่างค่อยเป็นค่อยไป ยืนยันได้ว่า นโยบายกัญชาเสรีของพรรคภูมิใจไทย มีรายละเอียดที่ครอบคลุมปัญหาที่อาจจะตามมาในทุกมิติ ทั้งสังคม เศรษฐกิจ ซึ่งพรรคได้พยายามให้ข้อมูลเกี่ยวกับนโยบายนี้มาโดยตลอด แนวคิดหลักของนโยบายปลูกกัญชาเสรี คือ การปลูกเพื่อการแพทย์โดยเสรี ไม่ปิดกั้นประชาชน ไม่ผูกขาดให้นายทุน เปิดโอกาสให้ประชาชนปลูกเพื่อจำหน่าย ใช้เป็นวัตถุดิบทางการแพทย์ ปลูกเพื่อใช้ในครัวเรือน เป็นสมุนไพรตามเงื่อนไขข้อกำหนด การนำมาใช้เพื่อสันทนาการ ต้องเป็นไปตามกฎหมายกำหนด เช่น กำหนดอายุ ปริมาณการซื้อ รูปแบบการใช้ พื้นที่การใช้ เป็นต้น ทั้งหมดเรามีการวิจัย การศึกษา ของสถาบันการศึกษารองรับและเตรียมพร้อมไว้ ในลักษณะที่พร้อมจะดำเนินการ หากทุกฝ่ายเห็นด้วยกับนโยบายของเรา
"การเสนอของพรรคไม่ใช่เป็นนโยบายกัญชาแบบสุดซอยอย่างที่มีการวิจารณ์ แต่เป็นนโยบายที่เรา ตั้งใจทำอย่างมีขั้นตอน ทำเป็นขั้นๆ ไม่ได้ทำแบบหักดิบที่ต้องสำเร็จในทันที มีการศึกษาเตรียมพร้อม ทั้งเรื่องกฎหมาย เรื่องความพร้อมของคนในสังคม โดยได้สอบถามความเห็นอย่างรอบคอบแล้ว จึงออกมาเป็นนโยบายเพื่อผลประโยชน์ทางการแพทย์ การศึกษา ที่สำคัญ คือเพื่อประโยชน์ในการแก้ปัญหาปากท้องของพี่น้องประชาชน" พ.อ.ดร.เศรษฐพงค์ กล่าว.