กรมการขนส่งทางบก ย้ำ !! ผู้โดยสารที่เดินทางด้วยรถสาธารณะ ต้องสแกนอุณหภูมิก่อนขึ้นรถ สวมหน้ากากอนามัย พร้อมทั้งล้างมาด้วยเจลแอลกอฮอล์ทุกครั้ง

กรมการขนส่งทางบก ย้ำ !! ผู้โดยสารที่เดินทางด้วยรถสาธารณะ ต้องสแกนอุณหภูมิก่อนขึ้นรถ สวมหน้ากากอนามัย พร้อมทั้งล้างมาด้วยเจลแอลกอฮอล์ทุกครั้ง

นายจิรุตม์ วิศาลจิตร อธิบดีกรมการขนส่งทางบก เปิดเผยว่า จากสถานการณ์การแพร่ระบาดโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ในปัจจุบัน นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม กำชับให้หน่วยงานในสังกัดกระทรวงคมนาคม ดำเนินการตามมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ในระบบขนส่งสาธารณะอย่างเคร่งครัด รองรับผู้โดยสารได้ไม่เกินร้อยละ 75 ของจำนวนที่นั่งและที่ยืน ขยายระยะเวลาให้ผู้ให้บริการโดยสารสาธารณะ ในพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด ทั้งนี้ สำหรับการเดินทางข้ามจังหวัด และการขนส่งสาธารณะให้คงมาตรการเดิมต่อไปจนถึง วันที่ 30 กันยายน 2564 หรือจนกว่าจะมีประกาศเปลี่ยนแปลงข้อกำหนดในส่วนที่เกี่ยวข้อง พร้อมกำชับให้พิจารณาจัดการให้บริการขนส่งสาธารณะให้เพียงพอต่อความจำเป็น และตามเวลาที่เหมาะสมในการเดินทางของประชาชน โดยต้องมีมาตรการคัดกรองผู้โดยสารตามมาตรการสาธารณสุขอย่างเข้มงวด ตรวจสอบการสวมหน้ากากอนามัยหรือหน้ากากผ้าตลอดเวลา 100% จัดเตรียมแอลกอฮอล์เจลสำหรับทำความสะอาดมือ เพิ่มความถี่ในการทำสะอาดพื้นที่สาธารณะตลอดทั้งวัน ให้พนักงานขับรถ ผู้บริการ และผู้โดยสาร ลงทะเบียนเข้าใช้แพลตฟอร์ม “SAVE THAI” และเช็คอิน-เช็คเอาท์ “ไทยชนะ” ทุกครั้งในการเดินทาง โดยในวันที่ 20 ก.ย. 2564 สำนักงานขนส่งจังหวัดนครนายก ลำพูน ราชบุรี ขอนแก่น กาฬสินธุ์ นครราชสีมา มุกดาหาร ปราจีนบุรี สมุทรปราการ ลำปาง อุตรดิตถ์ ชัยภูมิ ชัยนาท นครปฐม อุดรธานี จันทบุรี หนองคาย แม่ฮ่องสอน สุโขทัย เชียงราย พิษณุโลก สุรินทร์ เลย อุบลราชธานี ฉะเชิงเทรา สกลนคร ดำเนินการตรวจสอบรถโดยสารสาธารณะทุกประเภททั้งที่สถานีขนส่งผู้โดยสารและจุดตรวจคัดกรองในพื้นที่รับผิดชอบ และประชาสัมพันธ์การปฏิบัติตามมาตรการ ของศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 อย่างเคร่งครัด ทั้งนี้ ในส่วนของการให้บริการประชาชนในด้านต่างๆ กรมการขนส่งทางบกได้นำเทคโนโลยีมาช่วยอำนวยความสะดวก ลดความเสี่ยงแพร่กระจายเชื้อโรค เช่น การชำระภาษีรถประจำปี ผ่านเลื่อนล้อต่อภาษี (Drive Thru for Tax) ที่ทำการไปรษณีย์ และบริการชำระภาษีรถประจำปีออนไลน์ ที่เว็บไซต์ https://eservice.dlt.go.th/ และแอปพลิเคชัน DLT Vehicle Tax ตลอด 24 ชั่วโมง