โอกาสนี้ รมช.มนัญญา ได้มอบกล้าพันธุ์ฟ้าทะลายโจรให้กับผู้แทนสหกรณ์ที่เข้าร่วมโครงการ และผู้แทนประชาชนที่ลงทะเบียนจองผ่านเว็บไซต์กรมวิชาการเกษตร ซึ่ง จ.พิษณุโลกมีผู้ลงทะเบียนจำนวนทั้งสิ้น 423 ราย และร่วมเป็นสักขีพยานในการลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือรับซื้อฟ้าทะลายโจร ระหว่าง สหกรณ์วัดจันทร์ จำกัด และสหกรณ์นิคมพันชาลี จำกัด กับกลุ่มวิสาหกิจชุมชนปลูกและแปรรูปสมุนไพรทับยายเชียง จากนั้นร่วมปลูกฟ้าทะลายโจรร่วมกับผู้บริหาร หัวหน้าส่วนราชการ ตลอดจนเยี่ยมชมนิทรรศการการผลิตสมุนไพรฟ้าทะลายโจรของสำนักวิจัยและพัฒนาการเกษตรเขต 2 จังหวัดพิษณุโลก และยังได้มอบผลิตภัณฑ์ยาฟ้าทะลายโจรชนิดแคปซูลมอบให้เกษตรกรและประชาชนที่มาต้อนรับ
รมช.มนัญญา ได้สัมภาษณ์สื่อมวลชนพร้อมกล่าวว่า “กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้มีนโยบายขับเคลื่อนการปลูกพืชสมุนไพรฟ้าทะลายโจร เพื่อป้อนเป็นวัตถุดิบให้กับผู้ผลิตยาฟ้าทะลายโจรเป็นยาต้านไวรัสโควิด-19 และได้มอบให้กรมส่งเสริมสหกรณ์ ดำเนินโครงการส่งเสริมการปลูกฟ้าทะลายโจรในสถาบันเกษตรกร ซึ่งกรมวิชาการเกษตร จะสนับสนุนกล้าพันธุ์ที่มีสารแอนโดรกราโฟไลค์สูง ให้กับสหกรณ์ที่เข้าร่วมโครงการ ซึ่งผลที่ได้รับจะทำให้เกษตรกรมีรายได้เพิ่มขึ้น และอนาคตอาจจะกลายเป็นพืชเศรษฐกิจตัวใหม่ โดยจะมีการบูรณาการทำงานร่วมกันระหว่างกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และสถาบันเกษตรกร เพื่อส่งเสริมให้สมาชิกสหกรณ์ปลูกฟ้าทะลายโจรเพื่อแปรรูปป้อนเข้าสู่ตลาด โดยได้กำหนดวิธีการดำเนินงานตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำ ซึ่งจะเร่งขับเคลื่อนโครงการส่งเสริมการปลูกฟ้าทะลายโจร ให้ครอบคลุมทุกจังหวัดที่มีความพร้อมของสหกรณ์ ตลอดจนสภาพดิน น้ำ ทางจังหวัดพิษณุโลกมีความสมบูรณ์ทั้งต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำ โดยวันนี้ได้มีการลงนาม MOU ระหว่างผู้ซื้อและผู้ขาย เพื่อส่งวัตถุดิบให้กับกรมการแพทย์แผนไทยและแพทย์ทางเลือก หากสามารถทำได้ดีผลเป็นที่น่าพอใจ อนาคตจะขยายไปปลูกสมุนไพรปลอดสารพิษสำคัญตัวอื่น ๆ ต่อไป เพื่อส่งออกสร้างรายได้ และใช้เทคโนโลยีผสมผสานโดยการสร้างเกษตรกรรุ่นใหม่ตามโครงการนำลูกหลานเกษตรกรกลับบ้านสานต่ออาชีพการเกษตร”

