รมช.มนัญญา มอบนโยบายเดินหน้าพัฒนาสหกรณ์มุ่งสร้างประโยชน์กลับคืนสู่สมาชิก ดูแลสหกรณ์ทั่วประเทศ เนื่องในวันครบรอบ 49 ปี กรมส่งเสริมสหกรณ์

รมช.มนัญญา มอบนโยบายเดินหน้าพัฒนาสหกรณ์มุ่งสร้างประโยชน์กลับคืนสู่สมาชิก ดูแลสหกรณ์ทั่วประเทศ เนื่องในวันครบรอบ 49 ปี กรมส่งเสริมสหกรณ์

เมื่อวันศุกร์ที่ 1 ตุลาคม 2564 นางสาวมนัญญา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานและมอบนโยบายในการทำงานเพื่อพัฒนาสหกรณ์และการขับเคลื่อนงานของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ให้กับข้าราชการของกรมส่งเสริมสหกรณ์ เนื่องในวันคล้ายวันสถาปนากรมส่งเสริมสหกรณ์ ครบรอบ 49 ปี วันที่ 1 ตุลาคม 2564 พร้อมด้วยนางสาวปารีณา ซักเซ็ค คณะที่ปรึกษารัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยมีนายวิศิษฐ์  ศรีสุวรรณ์ อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ คณะผู้บริหาร ข้าราชการและเจ้าหน้าที่ ร่วมให้การต้อนรับ และผ่านระบบ Zoom Meeting ณ กรมส่งเสริมสหกรณ์ เทเวศร์ โอกาสนี้ รมช.มนัญญา ได้อ่านสารจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เนื่องในโอกาสวันสถาปนากรมส่งเสริมสหกรณ์ ครบรอบ 49 ปี และมอบรางวัลนักส่งเสริมสหกรณ์ดีเด่น ระดับกรม 5 รางวัล มอบรางวัลเลิศรัฐ สาขาการบริการภาครัฐ และสาขาการบริหารราชการแบบมีส่วนร่วม ให้กับผู้แทนจากสำนักงานสหกรณ์จังหวัดที่ได้รับรางวัล จากนั้นได้มอบนโยบายการขับเคลื่อนงานของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ รมช.มนัญญา กล่าวว่า "ปีงบประมาณ พ.ศ. 2564  กรมส่งเสริมสหกรณ์สามารถสนองงานเร่งด่วนตามนโยบายรัฐบาลในเรื่องสำคัญ ๆ ได้หลายเรื่อง ได้รับการยอมรับในระดับกระทรวงและระดับรัฐบาล  ซึ่งนับเป็นเรื่องที่ดีที่มีการนำสหกรณ์มาเป็นฐานสำคัญของการพัฒนาประเทศ และเป็นกลไกพัฒนาภาคการเกษตรไทย โดยสนับสนุนให้สหกรณ์มีความเข้มแข็ง อีกทั้งกรมส่งเสริมสหกรณ์เป็นหน่วยงานที่ทำงานใกล้ชิดกับพี่น้องเกษตรกรมากที่สุดหน่วยงานหนึ่ง ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา กรมฯ มุ่งเน้นในการสนับสนุนให้สหกรณ์มีความเข้มแข็ง สามารถเป็นองค์กรหลักในการส่งเสริมอาชีพ สร้างรายได้ และช่วยเหลือ ดูแลบรรเทาปัญหาต่างๆ ให้บริการเพื่อตอบสนองความต้องการแก่สมาชิก" ทั้งนี้ รมช.มนัญญา มอบหมายให้กรมส่งเสริมสหกรณ์ดำเนินการในหลายโครงการ เช่น โครงการส่งเสริมการดำเนินธุรกิจร้านค้าสหกรณ์ในรูปแบบซูเปอร์มาร์เก็ตสหกรณ์ ซึ่งได้ดำเนินการขับเคลื่อนพัฒนาร้านค้าสหกรณ์ให้เป็นจุดจำหน่ายสินค้าของสหกรณ์และกลุ่มเกษตรกรที่มีคุณภาพจากจังหวัดต่าง ๆ อาทิ ข้าวสาร นม ไข่ไก่ เนื้อสัตว์ อาหารแปรรูป ผักและผลไม้ เพื่อเป็นช่องทางให้ผู้บริโภคเข้าถึงสินค้าสหกรณ์ได้มากขึ้น โครงการส่งเสริมให้เกษตรกรสมาชิกปลูกพืช/ผัก เพื่อสร้างทางเลือกที่มีศักยภาพและตลาดรองรับ ช่วยสร้างรายได้เสริมเพิ่มเติมจากอาชีพหลัก เน้นการผลิตพืชผักปลอดภัยได้มาตรฐาน GAP และ GMP รวมทั้งการแปรรูปผลผลิตให้มีคุณภาพและได้มาตรฐานตามที่ตลาดต้องการ และสร้างความเชื่อมั่นให้ผู้บริโภค รวมไปถึงโครงการนำลูกหลานเกษตรกรกลับบ้าน สานต่ออาชีพการเกษตร เพื่อสนับสนุนให้ลูกหลานสมาชิกสหกรณ์หรือบุคคลทั่วไปที่จากบ้านไปประกอบอาชีพ ในกรุงเทพฯ หรือในต่างจังหวัด กลับมาทำการเกษตรที่บ้านเกิด โดยสนับสนุนการรวมกลุ่มกันผลิตสินค้าการเกษตรเพื่อเป็นอาชีพเลี้ยงครอบครัว โดยมีสหกรณ์การเกษตรในพื้นที่คอยเป็นพี่เลี้ยง ตลอดจนการจัดหาตลาดรองรับ และกรมส่งเสริมสหกรณ์ได้ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทำหน้าที่ถ่ายทอดความรู้และให้คำปรึกษา โดยคาดหวังว่าจะทำให้เกษตรกรมีอาชีพที่ยั่งยืนและมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น รมช.มนัญญา กล่าวเพิ่มเติมว่า นอกจากนี้ อีกหนึ่งโครงการที่เริ่มดำเนินการขับเคลื่อนในปีงบประมาณ 2564 คือ โครงการส่งเสริมการผลิตฟ้าทะลายโจรในสถาบันเกษตรกร ส่งเสริมการปลูกฟ้าทะลายโจรให้เป็นพืชเศรษฐกิจ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการผลักดันสนับสนุนการขับเคลื่อนนโยบายการขยายพื้นที่ปลูกฟ้าทะลายโจร เพื่อป้อนเป็นวัตถุดิบในกระบวนการแปรรูปเข้าสู่ตลาดที่สร้างรายได้ให้กับเกษตรกรสมาชิกของสหกรณ์ โดยได้มีการบูรณาการความร่วมมือกับกรมวิชาการเกษตร ผลักดันและส่งเสริมให้สมาชิกสหกรณ์/กลุ่มเกษตรกรปลูกพืชสมุนไพรเพิ่มขึ้น เกิดความสมดุลทางการตลาด รวมทั้งเพื่อสร้างรายได้ สร้างงาน สร้างอาชีพ ให้กับสมาชิกและเกษตรกร  ในการต่อยอดการพัฒนาธุรกิจของสหกรณ์ และในปีงบประมาณ พ.ศ. 2565 นี้ ขอให้ทุกคนช่วยกันทำงาน เพื่อยกระดับสหกรณ์ให้มีมาตรฐานและมีประสิทธิภาพ ทั้งในเรื่องการทำงานเชิงการพัฒนา การส่งเสริมด้านธุรกิจและกำกับดูแลตรวจการสหกรณ์อย่างใกล้ชิด และขอให้เน้นย้ำเรื่องการดำเนินงานของสหกรณ์ให้มุ่งเน้นการแบ่งปันกำไรคืนสู่สมาชิก เนื่องจากสหกรณ์เป็นของสมาชิกทุกคน เพราะฉะนั้นประโยชน์ที่เกิดจากการดำเนินงานของสหกรณ์ควรจะต้องย้อนกลับไปหาสมาชิกสหกรณ์ให้มากที่สุด และเรื่องการผลิตสินค้าปลอดภัย และมีคุณภาพ และช่วยกันในการขับเคลื่อนนโยบายของรัฐ ไปสู่การปฏิบัติให้เกิดผลเป็นรูปธรรม เพื่อให้ประชาชนอยู่ดี กินดีมีสุข อย่างมั่นคงและยั่งยืนต่อไป”