ส.ส.ภราดร กล่าวอีกว่า สำหรับที่คาดการณ์กันไว้ว่าถ้ามีพายุเข้ามาอีก นั่นคือเป็นเรื่องของเวลา ว่าจะเข้ามาเมื่อไหร่ ซึ่งตอนนี้น้ำที่ท่วมอยู่จังหวัดสุโขทัย จังหวัดกำแพงเพชร จังหวัดพิษณุโลก ก็จะไหลลงสู่ภาคกลางทันที ซึ่งการระบายน้ำเป็นสิ่งสำคัญที่สุดว่าจะระบายได้เร็ว มากน้อยเพียงใด ถ้าระบายน้ำหมด หรือระบายได้เร็ว และมีพื้นที่รับน้ำเพียงพอ ในช่วงฝนตก หรือพายุลูกใหม่เข้ามา ก็อาจจะไม่เสียหายมากนัก แต่ถ้าน้ำยังไม่ได้มีการระบายอย่างเพียงพอ ก็อาจจะทำให้พื้นที่เสียหายมาก
“ สำหรับการช่วยเหลือชาวบ้านที่ได้รับความเดือดร้อนจากผลกระทบในครั้งนี้ ทางตนเอง และ ส.ส.กรวีร์ ปริศนานันทกุล ได้ลงพื้นที่มอบสิ่งของอุปโภค-บริโภค อย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ทางสมาคมผู้ส่งออกข้าวแห่งประเทศไทย ได้นำข้าวสารมามอบให้ และได้มีการร่วมกับ อบจ.อ่างทอง ที่ได้มีการจัดสรรซื้ออาหารแห้งต่างๆ มารวมกับข้าวสารที่ได้รับบริจาคมา และไปมอบให้กับชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบความเดือดร้อน
สัปดาห์ที่ผ่านมา รมว.ดีอีเอส ก็ได้เข้ามาติดตามงาน และมอบถุงยังชีพให้ประชาชน
และ ในวันที่ 9 ตุลาคม ที่จะถึงนี้ ทางท่านรองนายกฯ และ รมว.สาธารณสุข อนุทิน ชาญวีรกูล จะมีการลงพื้นที่มาช่วยเหลือ อีกทั้งจะมีการหารือแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนต่อไป” นายภราดร กล่าว
อย่างไรก็ตาม ในส่วนของเกษตรกรผู้ที่ได้รับผลกระทบจากน้ำที่ระบายในทุ่ง พืชสวน และพืชไร่ มีผลกระทบพอสมควร ก็จะต้องเร่งดำเนินการในการช่วยเหลือ มั่นใจว่า ทางรัฐบาลจะมีการชดเชย และเยียวยาในความเสียหายแก่เกษตรกรอย่างแน่นอน
นอกจากนี้ในส่วนของการบริการด้านสาธารณสุข ไม่ว่าจะเป็นการควบคุมโรค และเรื่องของการฉีดวัคซีนโควิด-19 ก็อาจจะมีการเดินทางไปโรงพยาบาลอย่างยากลำบากมากขึ้น รวมถึงการลงพื้นที่ตรวจเชิงรุกของเจ้าหน้าที่ เนื่องจากสภาพการณ์ที่ไม่เอื้ออำนวย แต่อย่างไรก็ดี องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นก็ทำงานกันอย่างเต็มที่อยู่แล้ว แม้ว่าจะเป็นช่วงเปลี่ยนผ่านของการดำรงตำแหน่งก็ตาม และที่สำคัญในสถานการณ์เช่นนี้ ต้องไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลังอย่างแน่นอน ส.ส.ภราดร กล่าว

