
ส.ส.กรวีร์ กล่าวเพิ่มเติมว่า ตนเอง และ ส.ส.ภราดร ปริศนานันทกุล ได้ลงพื้นที่เยี่ยมประชาชนอย่างต่องเนื่อง ทั้งผู้ประสบภัย ผู้สูงอายุ ผู้พิการ และได้ทราบถึงปัญหาของพี่น้องประชาชนที่นอกเหนือจากเรื่องการดำรงชีพแล้ว ก็จะเป็นเรื่องของบ้านเรือนราษฎรที่ได้รับเสียหาย ซึ่งในเขตพื้นที่จังหวัดอ่างทองนั้น ได้รับความเสียหายหหลายพันหลังคาเรือน แต่ยังไม่เห็นทางภาครัฐออกประกาศถึงมาตรการเยียวยาบ้านเรือนราษฎรที่เสียหาย หลังจากที่สถานการณ์น้ำลดลง หรือคลี่คลาย และเป็นปกติ ซึ่งต่างจากภาคการเกษตร ที่ได้มีมาตรการเยียวยาออกมาแล้ว
อย่างไรก็ตาม ส.ส.กรวีร์ กล่าวฝากไปยังรัฐบาลให้ช่วยเร่งหามาตรการเยียวยา ฟื้นฟู ซ่อมแซมบ้านเรือนราษฎร และของใช้จำเป็นในครัวเรือนที่ได้รับความเสียหาย ทั้งนี้ จากสภาวะเศรษฐกิจในยุคโควิด-19 ทำให้ยิ่งน่าเป็นห่วง โดยเฉพาะผู้ที่มีรายได้น้อย และยังได้รับผลกระทบจากอุทกภัยอีก จึงขอให้ทางภาครัฐเร่งดำเนินการ
เมื่อเวลา 17.00 น. สถานการณ์น้ำท่วมเมื่อกลางดึกของวันที่ 25 ตุลาคม ที่ผ่านมา น้ำจากแม่น้ำเจ้าพระยาทะลุคันกั้นน้ำริมแม่น้ำเจ้าพระยา ลอดทะลักผ่านกำแพงวัดต้นสน ต.ตลาดหลวง อ.เมือง จ.อ่างทอง จนทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน โดยหลายหน่วยงานเร่งระดมแก้ปัญหาอย่างเร่งด่วน อาทิ ป้องกันบรรเทาสาธารณภัยจังหวัด ชลประทานจังหวัด เจ้าหน้าที่องค์การบริหารส่วนจังหวัดอ่างทอง เจ้าหน้าที่กู้ภัย และประชาชนจิตอาสา ช่วยกันนำบิ๊กแบ็ก และกระสอบทรายเข้าปิดกั้นรูที่น้ำทะลักเข้ามาแล้ว
อย่างไรก็ตาม ได้มีการประสานงานกับทางชลประทานหาเครื่องสูบน้ำขนาดใหญ่ เพื่อที่จะสูบน้ำออกจากบริเวณวัด ลงสู่แม่น้ำเจ้าพระยา โดยคาดว่าสามารถควบคุมสถานการณ์น้ำได้ภายในวันนี้ 26 ตุลาคม และ (วันที่ 27 ตุลาคม) จะกลับเข้าสู่ภาวะปกติ จึงขอให้ประชาชนเขตเทศบาลเมืองอ่างทอง ไม่ต้องตื่นตระหนกว่าน้ำจะท่วมตัวเมือง
สำหรับการวางแผนป้องกันน้ำท่วมจากเขื่อนในระยะยาว จะมีการตรวจเขื่อนที่สร้างมานานแล้ว ซึ่งขณะนี้ ทาง ส.ส.ภราดร ได้มีการประสานงานไปยังโยธาธิการจังหวัด เพื่อที่จะสำรวจว่ามีจุดใดบ้างที่เป็นจุดเสี่ยง หรือจะต้องปรับปรุงแก้ไข เสริมความแข็งแรงของเขื่อน เพื่อป้องกันน้ำท่วม เพราะเขตเทศบาลเมืองอ่างทองเป็นพื้นที่เขตเศรษฐกิจของจังหวัด ส.ส.กรวีร์ กล่าวทิ้งท้าย
(ภาพจากเพจแจ้งข่าวสารอ่างทอง) 🔺🔺
Cr.ภาพจากเพจ "กรวีร์ ปริศนานันทกุล Korrawee" 🔺🔺

