วัดชลธาราสิงเหเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมประเพณี ตั้งอยู่ ณ บ้านท่าพรุ ตำบลเจ๊ะเห อำเภอตากใบ จังหวัดนราธิวาส ซึ่งอยู่ห่างจากตัวเมืองจังหวัดนราธิวาส 33 กิโลเมตร ปัจจุบันเจ้าอาวาสชื่อ พระครูโอภาสชลธาร (วีระ ฐิติโก)
วัดชลธาราสิงเห เป็นวัดที่สวยงามเก่าแก่ในแหลมมลายู สร้างตามรูปแบบของสถาปัตยกรรมพื้นเมืองทางภาคใต้ กรมศิลปากรประกาศขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถานในราชกิจจานุเบกษา (ฉบับพิเศษ) เล่มที่ 92 ตอนที่ 136 วันที่ 21 กรกฎาคม 2518 พื้นที่โบราณประมาณ 1 ไร่ 3 งาน 1 ตารางวา สร้างขึ้นเป็นวัดเมื่อปีวอก พ.ศ. 2403 ตรงกับรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 4 โดยพระครูโอภาสพุทธคุณ (พุฒ) เจ้าอาวาสวัดสุนันทาราม (วัดบางเตย) ริเริ่มดำเนินการ ที่ดินได้รับอนุญาตจาก พระยาเมืองกลันตัน (ในอดีตพื้นที่บริเวณอำเภอตากใบรวมกับพื้นที่ของเมืองกลันตันเป็นพื้นที่เมืองเดียวกัน ดินแดนแถบนี้กินอาณาบริเวณสองฝั่งแม่น้ำตากใบ ปัจจุบันคือ รัฐกลันตัน ซึ่งเป็นรัฐที่ตั้งอยู่ภาคเหนือของประเทศมาเลเซีย เมืองหลวงของรัฐกลันตันคือ เมืองโกตาบารู) เมื่อสร้างวัดขึ้นมาแล้วขนานนามว่า “วัดท่าพรุ” บางคนเรียกว่า “วัดเจ๊ะเห” ต่อมาได้เปลี่ยนเป็น “วัดชลธาราสิงเห” และได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมาเมื่อประมาณ พ.ศ. 2426
ในรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ รัฐบาลไทย - อังกฤษได้ทำสนธิสัญญาที่เรียกว่า “สนธิสัญญาแลกเปลี่ยนสิทธิสภาพนอกอาณาเขต” เมื่อวันที่ 10 มีนาคม พ.ศ. 2452 ซึ่งทำให้คนไทยต้องเสียดินแดนของไทย 4 รัฐในแหลมมลายูให้กับอังกฤษ คือ ปะลิศ หรือ เปอร์ลิศ (PERIS) ไทรบุรี (KEDAH) กลันตัน (KELANTAN) และตรังกานู (TERENGGANU) เพื่อแลกกับการยกเลิกสิทธิสภาพนอกอาณาเขต เพื่อให้ชาวอังกฤษและคนไทยในบังคับบัญชาของอังกฤษขึ้นศาลไทย ยามที่ได้กระทำความผิด ซึ่งอำเภอตากใบเป็นส่วนหนึ่งของ เมืองกลันตัน และอังกฤษก็ได้เข้ามาปักปันเขตแดนถึงบ้านปลักเล็ก (เลยวัดชลธาราสิงเหมาทางฝั่งประเทศไทยประมาณ 25 กิโลเมตร)
ในการปักปันเขตแดนตามสนธิสัญญาดังกล่าว พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 ทรงหยิบยกเอาพุทธศาสนสถานโดยอ้างโบราณสถานวัดชลธาราสิงเห ซึ่งเป็นมรดกทางศิลปวัฒนธรรมอันล้ำค่าของไทยมาช้านาน หากอยู่ภายใต้การปกครองของมลายูซึ่งนับถือศาสนาอิสลาม มรดกทางศิลปวัฒนธรรมเหล่านั้นย่อมถูกทอดทิ้ง ดังนั้นจึงควรอยู่ภายใต้การปกครองของประเทศไทยเป็นข้อต่อรอง รัฐบาลอังกฤษยอมรับเหตุผลในข้อนี้ จึงเลื่อนการปักปันเขตแดนถอยลงไปทางใต้จนถึงแม่น้ำโก - ลก ทำให้พื้นที่แถบ อำเภอตากใบ ซึ่งเป็นพื้นที่ตำบลเจ๊ะเห 256 ตารางกิโลเมตร อำเภอสุไหงโก - ลก และอำเภอแว้งบางส่วน ซึ่งเคยอยู่ในการปกครองของเมืองกลันตันมิต้องตกเป็นของอังกฤษ แต่เราต้องแยกดินแดนรามันและระแงะใต้ เป็นเนื้อที่จำนวนประมาณ 3,864 ตารางกิโลเมตรให้แก่จักรวรรดินิยมอังกฤษ
จึงนับได้ว่าวัดชลธาราสิงเหเป็นวัดที่มีความสำคัญยิ่งในประวัติศาสตร์ไทย และประชาชนร่วมกันขนานนามวัดนี้ว่า “วัดพิทักษ์แผ่นดินไทย” มาจนถึงทุกวันนี้

