นายอนุทิน กล่าวว่า ทำอย่างไรให้การประกอบกิจการได้อย่างราบรื่น ภาครัฐต้องเป็นผู้อำนวยความสะดวก ไม่ใช่ตัวขัดขวางในการทำงานต่อไป ซึ่งบางครั้งก็ไม่ได้ติดที่กฎหมาย แต่ติดที่อะไร ทุกท่านคงทราบดี ว่ามันอยู่ที่มือข้าราชการ ฉะนั้นเราต้องทำลายระบบดุลยพินิจออก ให้ผ่านไปสู่การปฏิบัติให้เร็วที่สุด สมัยก่อนที่ตนเป็นพ่อค้า ติดปัญหามากมาย แต่พอเข้าสู่การเมืองกลับมีการอำนวยความสะดวกให้เราแบบไม่ต้องร้องขอ ซึ่งเป็นเรื่องที่ไม่ดี เราต้องยกเลิกปัญหาตรงนี้
“ผมมาทำหน้าที่แทนท่านแล้ว ท่านทำมาหากินของท่านไป ตราบใดที่ผมยังอยู่ตรงนี้ ผมดูแลท่านเอง เพราะผมเจ็บมาเยอะ” นายอนุทิน กล่าว ทั้งนี้ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากที่นายอนุทินกล่าวจบ นักทุนลงภายในงานได้ปรบมือให้นายอนุทินอย่างล้นหลาม
หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ยังกล่าวถึงโครงสร้างการเมืองไทยว่า รัฐธรรมนูญฉบับนี้ กู้มากไม่ได้ แจกแบบประชานิยมไม่ได้ ดังนั้น ส่วนสำคัญถัดมาคือการใช้จ่ายงบประมาณประเทศที่ต้องจัดลำดับความสำคัญ ต้องทำพื้นฐานทางเศรษฐกิจของประเทศให้แน่น สร้างอุปสงค์ในประเทศให้มากที่สุด ส่วนการนำเข้าจากต่างประเทศเอาไว้ทีหลัง เรื่องของการลงทุน พรรคภูมิใจไทยจะใช้ผู้ประกอบการไทย ใช้วัสดุไทย ใช้ของไทย ให้เงินมันหมุน 7 รอบ โดย 2 ปีแรกสร้างฐานให้แน่น จากนั้นเมื่อได้รัฐบาลเลือกตั้ง การเจรจากับประชาคมโลก เราจะไปอย่างสง่างามมากขึ้น พร้อมเปิดเผยว่า สมัยอยู่พรรคไทยรักไทย ตนเป็นผู้ที่นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ สั่งงานให้ไปเจรจากับต่างชาติ ตอนนั้นพูดอะไรคนก็ฟังหมด
ขณะเดียวกันพรรคภูมิใจไทยจะแก้ปัญหาคอร์รัปชั่น โดยตนขอเป็นหัวหน้าฝ่ายจัดซื้อของรัฐบาล เพราะตีราคาได้ ประเมินต้นทุนออก มั่นใจว่าลดการคอร์รัปชั่นได้แน่นอน
นอกจากนี้ พรรคภูมิใจไทย ยังจะต่อยอดนวัตกรรม และจะทำให้ SME เข้าถึงนโยบายและสิทธิประโยชน์ได้ ทั้งนี้ เรื่องนวัตกรรม ทุกคนทราบว่า รูปแบบการทำธุรกิจขณะนี้ เปิดโอกาสให้คนรุ่นใหม่ผันตัวเป็นผู้ประกอบการมากขึ้น แต่ประเทศไทยยังอยู่ที่เดิม คือเมื่อคนรุ่นใหม่มีไอเดียดีๆ โอกาสเข้าถึงการระดมทุนกลับยาก ภูมิใจไทยเราตระหนักถึงปัญหานี้ดี เราเลยจะลดค่าใช้จ่ายให้กับธุรกิจใหม่ๆ เหล่านี้ โดยเรามีนโยบายทำงานที่บ้าน 1 วันต่อสัปดาห์ ซึ่งไม่ใช่เฉพาะการลดค่าใช้จ่ายลดการจราจร แต่ละลดค่าเช่าออฟฟิศใหญ่โต เราจะส่งเสริม Coworking Space รวมถึงลด Overhead cost ตัดปัญหาเรื่องค่าให้จ่ายอุปกรณ์พื้นฐานออฟฟิศให้เขา ภูมิใจไทยมี พันเอก ดร. เศรษฐพงค์ มะลิสุวรรณ อดีตรองประธาน กสทช. จะมาทำเรื่องไอที และระบบสื่อสารให้เป็นเหมือนไฟฟ้า น้ำประปา คือเข้าถึงได้ง่าย อยู่ที่ไหนก็มีไอที มีเน็ตความเร็วสูงตลอดเวลา.
