24 พฤศจิกายน 2564 เวลา 23:05
ส.ส.คารม พลพรกลาง หารือเรื่องร่างพ.ร.บ.อาหาร จึงได้มีการตั้งข้อสังเกตในเรื่องกระบวนการพิจารณาของคณะกรรมการอาหารและยา ซึ่งเกี่ยวข้องกับค่าธรรมเนียมการนำเข้าอาหาร และเรื่องการโฆษณาเกินจริง
นายคารม พลพรกลาง ส.ส.บัญชีรายชื่อ จังหวัดร้อยเอ็ด อภิปรายเรื่องร่าง พ.ร.บ.อาหาร (ฉบับที่...) พ.ศ.... ใน 3 ประเด็น โดยประเด็นแรก ต้องยอมรับว่ามีการแก้ไขหลายเรื่อง ประเด็นที่ 2 มองเจตนารมณ์ที่รัฐบาลออกกฎหมายฉบับนี้ อ้างเพื่อการแข่งขันอุตสาหกรรมอาหาร ธุรกิจอาหาร และควบคุม
โดยหลักการเหตุผลที่ออกมา คือ เพิ่มศักยภาพในการแข่งขันธุรกิจผลิตภัณฑ์อาหารในการส่งออก แสดงว่า รัฐบาลมุ่งเน้นที่จะทำผลิตภัณฑ์อาหารในการส่งไปแข่งขันในต่างประเทศ โดยหลักการเป็นการดี แต่ว่าในรายละเอียด เมื่อมองไปถึงค่าธรรมเนียมในการอนุญาต ใบอนุญาตต่างๆ ในการผลิตอาหาร ใบจดแจ้ง หรือใบขึ้นทะเบียนต่างๆ จึงไม่แน่ใจว่าต้องการส่งเสริมใคร ทั้งนี้ประเทศไทยเป็นประเทศเกษตรกรรม ส.ส.หลายท่านมีความเห็นสอดคล้องกันคือ สินค้าเกษตรที่ไม่มีราคาทุกชนิด เช่น ข้าว แต่เวลาแปรรูปไปเป็นแป้ง หรือ อาหารเส้นต่างๆ มูลค่าจะเพิ่มขึ้น แต่ที่มีมาเขียนกฎหมายฉบับนี้ ค่าธรรมเนียมในการผลิตอาหารสูงมาก

จึงได้มีการตั้งข้อสังเกตในเรื่องกระบวนการพิจารณาของคณะกรรมการอาหารและยา ซึ่งเกี่ยวข้องกับอาหาร ในปัจจุบันถ้ามองย้อนไปที่ชนบทต้องยอมรับว่า สินค้าเกษตรที่ล้นตลาด เพราะได้เปลี่ยนไปเป็นสินค้าแปรรูป นำไปทำเป็นผลิตภัณฑ์ที่ไม่ค่อยได้รับการสนับสนุน ซึ่งกฎหมายจำเป็นที่จะต้องทำเรื่องนี้เป็นเรื่องหลัก
ทั้งนี้ในเรื่องของการโฆษณาเกินจริง สำหรับใบอนุญาตในการโฆษณาในระยะเวลา 5 ปี ยาวเกินไป ถ้าจะตรวจสอบให้ตรวจสอบ 2-3 ปี คนที่ได้รับข้อมูลคือผู้บริโภค ซึ่งหากเกิดความเสียหาย หรือเสียชีวิต จากผลิตภัณฑ์ หรือสินค้าที่โฆษณาเกินจริง จะกลับมาฟ้องร้องหรือเรียกค่าเสียหายไม่ได้ ถ้าหากเป็นการโฆษณาเกินจริงไปแล้ว
ทั้งนี้ก็ได้มีการตั้งข้อสังเกตในส่วนของอัตราค่าธรรมเนียมมีทั้งเห็นด้วย และไม่เห็นด้วย ในส่วนเห็นด้วยคือใบอนุญาตนำเข้าอาหารที่ฉบับละ 2 แสน เพราะการนำเข้าใบอนุญาตอาหารมาแข่งขันในประเทศมาสู้กับสินค้าที่เป็นอาหารในประเทศเพราะคนที่จะนำเข้าอาหารจะต้องเป็นบริษัทใหญ่ โดยรวมต้องมุ่งส่งเสริมเกษตรกรรายย่อยที่เขาผลิตสินค้า และเขาอยากจะมีโรงงานอาหารเล็กๆ หรือ SME
