8 ธันวาคม 2564 เวลา 23:58
ส.ส.ภราดร ปริศนานันทกุล อภิปราย หนุน พ.ร.บ.การศึกษาฯ แนะ รัฐควรสร้างแพลตฟอร์มทางการศึกษาขึ้นมาเพื่อบรรจุหลักสูตรต่างๆ ที่มีคุณภาพให้นักเรียนทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด ได้มีโอกาสเข้าถึงได้ด้วยเทคโนโลยีเพื่อสร้างความเท่าเทียมทางการศึกษา
วันที่ 8 ธันวาคม 2564 นายภราดร ปริศนานันทกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอ่างทอง พรรคภูมิใจไทย อภิปรายว่า จากการที่ ส.ส.ภูมิใจไทย ได้ร่วมกันเสนอกฎหมายแก้ไขพระราชบัญญัติ ว่าด้วยการส่งเสริมการศึกษานอกระบบ และการศึกษาตามอัธยาศัย ฉบับที่ พ.ศ.... นั้น
" หลักการเพื่อแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติส่งเสริมการศึกษานอกระบบ และการศึกษาตามอัธยาศัยพ พ.ศ. 2551 เพื่อเพิ่มเติมบทนิยามของคำว่าการศึกษาผ่านระบบอินเตอร์เน็ต และแก้ไขบทนิยามของคำว่า สถานศึกษา ในมาตรา 4 แห่งพระราชบัญญัติส่งเสริมการศึกษานอกระบบ และการศึกษาตามอัธยาศัย พ.ศ. 2551 เหตุผล เนื่องจากกฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมการศึกษานอกระบบ และการศึกษาตามอัธยาศัย ยังไม่มีบทนิยามของคำว่าการศึกษาผ่านระบบอินเทอร์เน็ต ดังนั้นเพื่อให้เป็นการรองรับการศึกษาผ่านระบบอินเตอร์เน็ต ซึ่งเป็นอีกทางเลือกหนึ่งสำหรับการศึกษาโดยเฉพาะบุคคลที่มีความไม่พร้อม ทั้งรายได้ครอบครัว และสังคม หรือมีความจำเป็นบางประการ จึงต้องมีการแก้ไขเพิ่มเติมบทนิยามดังกล่าวเพื่อให้ประชาชนได้มีโอกาสเรียนรู้และสามารถพัฒนาคุณภาพชีวิตของตนได้ตามศักยภาพจึงจำเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้ "
นายภราดร อภิปรายต่อว่า เพื่อเป็นการสนับสนุนร่างแก้ไขดังกล่าว สืบเนื่องจากที่ส.ส.พรรคภูมิใจไทย ได้มีแนวคิด และได้เสนอต่อสังคมเมื่อปีพ.ศ. 2562 ในช่วงที่มีการรณรงค์หาเสียงเลือกตั้งใหญ่ ออกนโยบายให้รัฐจัดให้มีการเรียนรู้แบบออนไลน์ขึ้น โดยหลักคิด คือ สร้างความเท่าเทียมทางการศึกษา ลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาระหว่างนักเรียนที่มีฐานะยากจนกับนักเรียนที่มีฐานะร่ำรวย ลดความเหลื่อมล้ำระหว่างนักเรียนที่อยู่ในเขตชนบทกับนักเรียนที่อยู่ในกรุงเทพฯ ลดความเหลื่อมล้ำระหว่างนักเรียนโรงเรียนใหญ่ และนักเรียนโรงเรียนเล็ก จึงเห็นว่าการศึกษาด้วยระบบออนไลน์ บนเทคโนโลยีสมัยใหม่ สามารถที่จะทำให้การศึกษาระบบออนไลน์เกิดขึ้นจริงได้ อยากจะเห็นหลักสูตรที่ทุกคน ทุกช่วงวัยสามารถที่จะเข้าถึงหลักสูตรที่ตัวเองอยากจะเรียนรู้เพื่อต่อยอดได้ตามความประสงค์ของผู้ที่ใฝ่รู้ และอยากจะเห็นการแก้ปัญหาของโรงเรียนในชนบทเรื่องการขาดแคลนครูผู้สอน ครูผู้สอนไม่ครบชั้นเรียน ครูผู้สอนไม่ครบสาระวิชาในโรงเรียนเล็กๆ ในชนบท และทำไมเราไม่สามารถเอาหลักสูตรของโรงเรียนที่มีมาตรฐานสูงของประเทศไทย ไปสอน และใช้กับเด็กนักเรียนที่อยู่ในชนบท นี่คือหลักคิดของการสร้างความเท่าเทียมกัน นี่เป็นหน้าที่ของรัฐบาลที่จะต้องสร้างแพลตฟอร์มทางการศึกษาขึ้นมา เพื่อบรรจุหลักสูตรต่างๆ ที่มีคุณภาพ แล้วให้นักเรียนทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัดได้มีโอกาสเข้าถึงได้อย่างเท่าเทียมกัน ด้วยเทคโนโลยีสามารถที่จะสร้างความเท่าเทียมทางการศึกษาได้ ซึ่งนี่เป็นที่มา ของการเสนอแก้ไขร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ต่อสภาฯ

นายภราดร อภิปรายต่อว่า ทางพรรคภูมิใจไทย ได้มีการเสนอร่างพ.ร.บ.ฉบับนี้ต่อสภาเมื่อวันที่ 24 มิถุนายน 2563 ซึ่งเป็นระยะเวลา 18 เดือน เพิ่งจะได้มีโอกาสนำเรื่องนี้มาพิจารณา นี่คือความล่าช้าของกระบวนการทางรัฐสภา กระบวนการทางฝ่ายนิติบัญญัติบัญญัติหรือไม่
เรื่องการเรียนออนไลน์แสดงให้เห็นได้ชัดเจนในช่วงปีกว่าที่ผ่านมา กับสถานการณ์ covid ซึ่งเด็กนักเรียนขณะนี้เรียนหนังสือออนไลน์ คือการย้ายห้องเรียนจากที่โรงเรียนไปเรียนทางหน้าจอโทรศัพท์ และคอมฯ ที่บ้านเท่านั้น แต่หลักสูตรเนื้อหาสาระก็ยังเป็นครูที่โรงเรียนสอนเช่นเดิม หากเป็นเช่นนั้นแล้ว การที่จะเรียนอยู่ที่บ้านควรต้องมีหลักสูตรแบบเสมอภาค คือ นักเรียนอยากจะเรียนหลักสูตรของ
โรงเรียนที่ดีที่สุดในประเทศไทย ต้องได้เรียน อยากจะเรียน
หลักสูตรของต่างประเทศ เป็นหน้าที่ของรัฐบาลที่จะต้องไปหาหลักสูตรเหล่านั้นมาให้เยาวชน หรือให้กับประชาชนทั่วไปที่เขาอยากจะเรียน ต้องได้เรียน

อย่างไรก็ดี เมื่อ 3 สัปดาห์ที่แล้ว ทางกระทรวงศึกษาธิการได้เห็นถึงความสำคัญของหลักคิดดังกล่าว จึงได้มีการเสนอร่างพ.ร.บ. เข้ามาหนึ่งร่าง เรียกว่า พ.ร.บ.การส่งเสริมการเรียนรู้ ซึ่งอยู่ในกฎหมายปฏิรูป ก็ได้เสนอเข้าต่อที่ประชุมร่วมรัฐสภา และที่ประชุมร่วมรัฐสภาก็ได้มีการผ่านในวาระที่ 1 ไปเรียบร้อยแล้ว ขณะนี้อยู่ในชั้นของกรรมาธิการ
ทั้งนี้ ร่าง พ.ร.บ.ที่กำลังพิจารณาอยู่ในชั้นกรรมาธิการ ที่เรียกว่าร่างส่งเสริมการเรียนรู้นั้น ได้ยกเลิก พ.ร.บ.ที่กำลังจะแก้ไขในขณะนี้คือ พ.ร.บ.กศน. เพราะฉะนั้น การแก้ไขที่ได้เสนอก่อนหน้านั้น เราได้เสนอไปเพื่อแก้ไข พ.ร.บ.กศน. จึงไม่มีความหมาย เมื่อร่างพ.ร.บ.ส่งเสริมการเรียนรู้ได้มีการพิจารณาอยู่ และจะมีการยกเลิกร่าง พ.ร.บ.ที่กำลังจะแก้ไขฉบับนี้ ซึ่งนี่คือความล่าช้าของกระบวนการรัฐสภา ในการพิจารณาตรากฎหมายหรือไม่อย่างไร
เป็นการตั้งข้อสังเกต
" ขอฝากไปยังคณะกรรมาธิการการชุดดังกล่าว ช่วยบรรจุสิ่งที่พรรคภูมิใจไทย ได้ร่างเอาไว้ และจะได้แก้ไว้ในร่างพ.ร.บ.ฉบับนี้ ซึ่งมีมาตราเดียว คือ
คำนิยามของการศึกษาผ่านระบบอินเตอร์เน็ต และเรื่องของคำนิยามของสถานศึกษา ซึ่งสามารถที่จะเอาไปบรรจุใส่ไว้ในร่างพ.ร.บ.ส่งเสริมการเรียนรู้ เพื่อให้ครอบคลุม และให้สมบูรณ์แบบได้ต่อไป จึงขอฝากเพื่อนสมาชิกที่เป็นกรรมาธิการไปแปรญัตติในชั้นกรรมาธิการด้วย "
อย่างไรก็ตาม เมื่อความล่าช้าเกิดขึ้น และเมื่อมีการ เสนอร่างฯ นั้นไปแล้ว และร่างฯ นั้นเป็นการยกเลิก ร่างที่กำลังจะแก้ไข เพราะฉะนั้นจึงไม่มีความจำเป็นที่จะต้องเสนอร่างนี้พ.ร.บ.กศน.อีกต่อไป เพราะได้ไปอยู่ภายใต้ของพ.ร.บ.ส่งเสริมการเรียนรู้แล้ว ในฐานะตัวแทนของพรรคภูมิใจไทย จึงถือโอกาสนี้ให้เป็นไปตามข้อบังคับ ขอถอนร่างนี้ออกจากระเบียบวาระการประชุม นายภราดร กล่าว