ขณะเดียวกัน ยังผู้ที่เกี่ยวข้องรวมทั้งสิ้น 58 ราย อาทิ ผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.), ผู้ว่าการการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.), ผู้แทนสำนักงานปลัดกระทรวงคมนาคม, กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท รถไฟฟ้า ร.ฟ.ท. จำกัด, กรรมการผู้จัดการบริษัท เอสอาร์ที แอสเสท จำกัด, ประธานสหภาพแรงงานการรถไฟฯ, เลขาธิการสภาวิศวกร, เลขาธิการสภาองค์กรของผู้บริโภค, ผู้แทนมหาวิทยาลัยต่างๆ ฯลฯ
สำหรับการแต่งตั้งคณะอนุกรรมการเพิ่มเติมอีก 1 คณะนั้นนับเป็นคณะที่ 6 หลังจากก่อนหน้านี้ ในอนุสนธิคำสั่งกระทรวงคมนาคมที่ 71/2664 สั่ง ณ วันที่ 10 ก.พ. 2564 ได้แต่งตั้งคณะกรรมการเตรียมเปิดให้บริการและการบริหารโครงการรถฟชานเมือง (สายสีแดง) และสถานีกลางบางซื่อและคณะอนุกรรมการที่เกี่ยวข้อง จำนวน 5 คณะ
ทั้งนี้ เป็นไปตามที่เมื่อวันที่ 20 ธ.ค. 2564 ตนได้มีข้อสั่งการให้การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.), กรมการขนส่งทางราง (ขร.) ไปดำเนินการจัดทำเช็คลิสต์ (Checklist) โดยมีผู้เชี่ยวชาญและสถาบันการศึกษาที่เกี่ยวข้องร่วมให้คำแนะนำ เพื่อตรวจสอบผลกระทบกับประชาชน ทั้งด้านโครงสร้างพื้นฐาน การเชื่อมต่อของประชาชน และการขนส่งสินค้า การอำนวยความสะดวกด้านการจราจร และความปลอดภัยในการเดินรถ โดยให้ดำเนินการแล้วเสร็จภายใน 30 วัน
ในส่วนอำนาจหน้าที่ของคณะอนุกรรมการฯ ที่แต่งตั้งเพิ่มเติมนั้น จะพิจารณาหลักการเกณฑ์การประเมินคุณภาพสถานีรถไฟชานเมืองสายสีแดง และสถานีกลางบางซื่อ เพื่อการยกระดับมาตรฐานการบริการขนส่งทางรางในส่วนโครงข่ายระบบขนส่งทางราง โดยเฉพาะระบบรถไฟชานเมือง รถไฟระหว่างเมือง ตลอดจนระบบการเดินทางเชื่อมต่อ เพื่อประเมินระดับคุณภาพสถานี
ขนส่งทางรางให้เป็นไปตามเกณฑ์การคัดเลือกที่เหมาะสม
นอกจากนี้ จะประเมินระดับคุณภาพสถานีรถไฟชานเมืองสายสีแดง และสถานีกลางบางซื่อ พร้อมทั้งจัดทำรายงานผลการประเมินคุณภาพสถานีฯ ต่อปลัดกระทรวงคมนาคม และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม รวมถึงประสานกับหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชนที่เกี่ยวข้อง เพื่อดำเนินการปรับปรุง ดำเนินการจัดการในส่วนที่จำเป็น เพื่อยกระดับคุณภาพสถานีรถไฟชานเมืองสายสีแดงและสถานีกลางบางชื่อให้สามารถรองรับการใช้บริการของประชาชนได้อย่างสะดวก ปลอดภัย และเท่าเทียมประเมินรูปแบบการเดินรถไฟทุกขบวนเข้าสู่สถานีหัวลำโพง ทั้งขบวนรถเชิงพาณิชย์ และเชิงสังคม

