20 มกราคม 2565 เวลา 10:30
สิริพงศ์ แนะ กมธ.เงินกู้กยศ. พิจารณาเรื่องดอกเบี้ย การปรับโครงสร้างหนี้ ย้ำ การกู้ยืมเงินในระบบ หรือกู้ยืมเงินเพื่อการเรียนรู้ตลอดชีวิต ต้องมีกลไกควบคุม
นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ ส.ส.จังหวัดศรีสะเกษ พรรคภูมิใจไทย อภิปรายร่างพ.ร.บ. กองทุนให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา พ.ศ. ..... ว่า ซึ่งร่างนี้พรรคภูมิใจไทยได้ยื่นมาตั้งแต่เปิดสมัยประชุมตั้งแต่สมัยประชุมที่ 1 สำหรับเรื่องกองทุนกยศ. เคยตั้งกรรมาธิการไปแล้ว 1 คณะ เพื่อศึกษาเรื่องนี้ แต่ติดขัดเนื่องจากว่าเป็นกฎหมายเกี่ยวกับการเงิน โดยตลอดระยะเวลามักจะได้ยินเรื่อง วินัยในการชำระเงินของผู้กู้ ที่มักจะได้ยินทางฝ่ายกองทุน หรือผู้มีส่วนเกี่ยวข้องตอบมาตลอด

นายสิริพงศ์ กล่าวว่า ตนเห็นด้วยว่าการกู้ยืมนั้นต้องมีการคืน การที่ออกกฎหมายแล้วอยากจะให้เด็กเหล่านั้นรักษาวินัย แต่ผลที่ออกมาคือไปตกอยู่กับบุคคลที่ 3 ไปตกกับบุคคลอื่นที่ช่วยเด็กด้วยเจตนาดี แต่ก็ต้องมารับผลกระทบนั้น ซึ่งเราเห็นกองทุนพยายามแก้ไขมาต่าง ๆ นานา การแก้ไขครั้งนี้ เชื่อว่าเป็นการแก้ไขที่ได้คุณประโยชน์มากที่สุดครั้งหนึ่ง ประเด็นที่รัฐมนตรีได้กรุณาให้ข้อมูลมา ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการปลดภาระผู้ค้ำประกัน ตนเชื่อว่าประเด็นนี้จะได้รับการสรรเสริญจากประชาชนทั่วทั้งประเทศ
อย่างไรก็ตาม ฝากกรรมาธิการติดตามดูแล
1) ประเด็นเรื่องเรื่องดอกเบี้ย ซึ่งท่านบอกว่าครั้งนี้เป็นการกู้ยืมเงิน ดอกเบี้ยต่ำ โดยไม่เกิน 2% สูงสุด ทั้งเบี้ยปรับ และต่าง ๆ ซึ่งในอดีตที่ผ่านมา คิดดอกเบี้ย 1% แต่เบี้ยปรับแพง เมื่อผิดนัดชำระ ดอกเบี้ยกลายเป็นไปทบต้น กลายเป็นไปทบกับเบี้ยปรับ แล้วมาคิดดอกเบี้ยต่ออีกครั้ง อย่างนี้ไม่ควรทำ ตรงนี้ต้องไปดูว่าดอกเบี้ยควรเป็นอย่างไร แต่ร่างของพรรคภูมิใจไทย ที่เสนอไปนั้น คือ ไม่คิดดอกเบี้ย เพราะโดยหลักเชื่อว่าการกู้ยืมเพื่อการศึกษานั้นควรจะเป็นการกู้ยืมเงินที่ปราศจากดอกเบี้ย หรืออย่าให้เป็นภาระกับผู้กู้มากจนเกินไป
2) ประเด็นเรื่องการปรับโครงสร้างหนี้ ตัวนี้เป็นสิ่งที่น่ายินดีมาก เมื่อเขาผิดนัดชำระไปแล้ว เขากลับมา เขาจะมาชำระ เงินที่ต้องชำระต้องมาจ่ายต้นก่อน ไม่อย่างนั้นก็จะเป็นเหมือนในอดีต ที่จ่ายไปแต่ดอก ไม่เคยได้จ่ายต้น ควรที่จะไปจ่ายเงินต้นก่อน ค่อยมาจ่ายดอกเบี้ย แต่ดอกเบี้ยนั้นจะต้องเป็นธรรม
3) การกู้ยืมเงินให้เรียนรู้ตลอดชีวิต คิดว่าเป็นสิ่งที่ก้าวหน้าทันสมัย และเป็นประโยชน์มาก แต่สิ่งที่ต้องฝาก เมื่อมีการกู้ยืมตลอดชีวิต หมายความว่าคนที่อยากจะเพิ่มทักษะความรู้เพิ่มเติม อยากเปลี่ยนอาชีพ เขาสามารถกู้ยืมเพื่อต่อยอดการทำอาชีพได้ สิ่งที่อยากจะฝากกรรมาธิการไปช่วยดู คือ จะมีกลไกใดไหมที่จะไปควบคุมหรือไปช่วยกำกับดูแลอัตราค่าเทอม อัตราค่าเล่าเรียน ซึ่งวันนี้พบว่ามหาวิทยาลัยจำนวนมาก เปิดรับง่าย จ่ายค่าเทอมแพง จ่ายครบจบแน่ จบมาเด็กไม่มีงานทำ นี่ก็เป็นปัญหา เมื่อเราไม่ให้กู้ เด็กก็ขาดโอกาส แต่พอเด็กกู้ไปมหาวิทยาลัยได้เงิน สุดท้ายภาระตกกับเด็กอีกจำนวนมหาศาล

อย่างไรก็ดีขอฝากไปยังฝากกรรมาธิการ ดูทั้งเรื่องการกู้ยืมเงินในระบบ หรือกู้ยืมเงินเพื่อการเรียนรู้ตลอดชีวิต ทั้งสองอย่าง ว่าจะมีกลไกใดที่ควบคุม
นอกจากนี้ ทางพรรคภูมิใจไทยได้มีการเสนอว่าจะเป็นไปได้หรือไม่ ถ้าจะมีทุนเรียนดี เพื่อเป็นขวัญ และกำลังใจให้กับเด็ก ส่วนเรื่องการกู้ยืมเงิน เมื่อกู้ยืมไปแล้ว หากเข้ามาทำงานในหน่วยราชการ แล้วใช้อายุการทำงานในราชการนั้น ใช้ทุน ได้หรือไม่
ประเด็นสุดท้าย คือ ประเด็นที่มีการผิดนัดชำระหนี้ โดยปกติข้อมูลของเครดิตบูโรจะแบ่งจ่ายออกเป็น 3 แบบ 1) ชำระดี 2) ชำระบ้าง ผิดนัดชำระบ้าง 3) คือผิดนัดชำระ กรณีที่ผิดนัดชำระหนี้กับกยศ. หรือชำระบ้างไม่ชำระบ้าง กยศ.มีวิธีการอย่างไร ถ้าหากว่าต้องส่งข้อมูลให้ข้อมูลเครดิต เด็กที่เขาผิดนัดชำระแล้วและมีการปิดบัญชีไปแล้ว ข้อมูลเหล่านี้ต้องลบออกให้เขา เพราะถ้าข้อมูลเหล่านี้ติดตัวไป เขาไม่สามารถลืมตาอ้าปากได้ ทั้งนี้ หวังเป็นอย่างยิ่งว่า กฎหมายฉบับนี้ เมื่อมีผลทันที จะมีผลไปถึงผู้ที่คดีอยู่ในระหว่างการพิพากษาดำเนินคดี และผู้ที่ถูกตัดสินดำเนินคดีไปแล้ว ต้องมีหลักเกณฑ์ในการช่วยเหลือเขาให้เป็นธรรมด้วย