รมช.ศึกษาธิการ กล่าวตอนหนึ่งว่า การลงพื้นที่ปลายด้ามขวานไทยในครั้งนี้ ครูโอ๊ะและทีมงานพรรคภูมิใจไทยจังหวัดนราธิวาส มาด้วยหัวใจแห่งความมุ่งมั่นที่จะมารับฟังเสียงสะท้อน สภาพปัญหาอุปสรรคครอบคลุมครบทุกมิติ เพื่อนำไปขับเคลื่อนต่อยอดให้เกิดประโยชน์สูงสุดกับลูกหลานและประชาชนทุกคน สิ่งใดสามารถทำได้ก็จะทำทันที ตามที่ครูโอ๊ะและพรรคภูมิใจไทยได้ตั้งใจไว้ เพื่อพิสูจน์ให้ประชาชนได้เห็นว่า “พรรคภูมิใจไทยพูดแล้วทำ” อย่างแท้จริงและไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง สิ่งใดเป็นปัญหาอุปสรรคพรรคภูมิใจไทยก็จะไปหาวิธีการแก้ไขให้เกิดสิ่งที่ดีที่สุด ทำให้ทกุมิติได้รับการพัฒนาให้ดียิ่งขึ้น ทำให้ประชาชนมีความกินดีอยู่ดี ลูกหลานได้รับการศึกษาอย่างดีเยี่ยม
“ครูโอ๊ะขอขอบคุณและขอชื่นชมชาวนราธิวาส ที่ให้การต้อนรับ วันนี้เราทุกคนจะมาหลอมรวมดวงใจร่วมกันพัฒนาจังหวัดนราธิวาสไปด้วยกัน เช่น มิติทางการศึกษาในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ที่จะเห็นชัดว่า รัฐบาลและกระทรวงศึกษาธิการ ให้ความสำคัญกับความปลอดภัยของผู้เรียนและประชาชนเป็นสำคัญ โดยมีความพยายามทุกทาง ที่จะทำให้การแพร่ระบาดส่งผลกระทบต่อการดำเนินชีวิตน้อยที่สุด ซึ่งโรงเรียนต่าง ๆ ส่วนใหญ่ยังจัดการเรียนในรูปแบบออนไลน์ และรูปแบบ 4 ออนตามบริบทพื้นที่ ส่วนเรื่องการศึกษาของโรงเรียนเอกชนได้มอบให้ สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน รวบรวมข้อมูลและข้อเสนอทั้งหมด เพื่อวางแนวทางการจัดการเรียนการสอนให้เหมาะสมกับแต่ละพื้นที่ต่อไป ส่วนเรื่องวัคซีนฝาส้มที่เหมาะสำหรับเด็กช่วงอายุระหว่าง 5-11 ปี ได้ส่งถึงประเทศไทยแล้ว จึงขอเชิญชวนทุกคนช่วยกันประชาสัมพันธ์ให้ผู้ปกครองนำนักเรียนมารับการวัคซีนมากขึ้น เพื่อร้อยดวงใจก้าวข้ามสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ไปด้วยกัน ” รมช.ศึกษาธิการ กล่าว

