ระหว่างปฏิบัติภารกิจ นายอนุทิน กล่าวว่า ปัจจุบันนี้จังหวัดร้อยเอ็ด มีเครื่องฉายรังสีแล้ว 2 เครื่อง โดยเครื่องใหม่ เพิ่งได้รับมอบไม่นานมานี้ เป็นหนึ่งในเจ็ดเครื่องที่คณะรัฐมนตรีอนุมัติจัดหาเข้ามา เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ประชาชน ในช่วงที่โควิด-19 ระบาด และเราต้องการลดการเดินทางของประชาชน ที่ประชาชน จะได้ลดภาระค่าใช้จ่าย ทั้งยังเป็นส่วนที่ช่วยป้องกันโควิด-19 ด้วย นอกจากนั้น ยังเป็นการส่งเสริมนโยบายมะเร็งรักษาทุกที่ ซึ่งอันที่จริง ต้องการให้เป็น Cancel Cancer มากกว่า ไม่อยากเห็นประชาชนต้องเจ็บป่วย แต่เมื่อป่วยกันมาแล้ว ก็พร้อมรักษา
สำหรับเครื่องฉายรังสี LINAC นี่เป็นเครือมือที่มีความสำคัญกับผู้ป่วยมะเร็ง โดยเฉพาะ กับผู้ป่วยในพื้นที่ จ.ร้อยเอ็ด มหาสารคาม กาฬสินธุ์ ขอนแก่น ก็ร่วมอยู่ด้วย ยินกับพี่น้องในจังหวัดร้อยเอ็ด และจังหวัดใกล้เคียง การที่มีเครื่องฉายรังสีในพื้นที่เพิ่มเข้ามาอีก 1 เครื่อง โดยเป้าการให้บริการนั้น วางไว้สูงที่วันละ 80 คน แต่ในอนาคต ถ้ามีความต้องการเพิ่มขึ้น เชื่อว่าภาครัฐ ก็ต้องจัดหามาดูแลประชาชน ทั้งนี้ ตนพอใจมาก กับกาบริหการจัดการที่ดี การดูแลคนไข้ที่ดี ตั้งแต่การป้องกัน บำบัดรักษา ไปจนถึงการดูแลประคับประคอง เพื่อให้ผู้ป่วยมีคุณภาพชีวิตที่ดีมากที่สุด
“ขอขอบคุณบุคลากรการแพทย์ทุกท่าน กับการยกระดับระบบสาธารณสุขไทย และสร้างความมั่นคงแข็งแรงแก่สุขภาพ แก่ประชาชน ที่ทราบมา คือ นโยบายมะเร็งรักษาทุกที่ เพิ่มความสะดวก กับผู้ป่วย เมื่อสักครู่ได้พบผู้ป่วยมะเร็งที่มารักษาที่นี่ ทางผู้ป่วยทราบว่าที่นี่มีเครื่องไม้ เครื่องมือที่ทันสมัย และขอบคุณบุคลากรทางการแพทย์ ที่ดูแลกัน เพราะได้รับความสะดวก บรรดาทีมแพทย์ พยาบาลที่ให้การดูแล จากข้อมูลที่ส่งเข้ามา ท่านพอใจกับนโยบายนี้ เพราะได้กระจายการให้บริการด้วย เรื่องการรักษา เราทำเต็มที่ แต่มันก็ต้องดูเรื่องการป้องกันด้วย ได้กำชับกรมอนามัยแล้ว เพราะเอาเข้าจริง ไม่ต้องการเห็นใครป่วยทั้งนั้น”

