“คมนาคม” ขยายความ หลังจาก รมว.ศักดิ์สยาม ชี้แจง ในสภา เพื่อให้ประชาชนได้เข้าใจในการทำงานในโครงข่ายคมนาคม บก-ราง-น้ำ-อากาศ

“คมนาคม” ขยายความ หลังจาก รมว.ศักดิ์สยาม ชี้แจง ในสภา เพื่อให้ประชาชนได้เข้าใจในการทำงานในโครงข่ายคมนาคม บก-ราง-น้ำ-อากาศ

เมื่อวันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2565 ที่อาคารรัฐสภา นายศุภชัย ใจสมุทร ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย พร้อมด้วยนายชยธรรม์ พรหมศร ปลัดกระทรวงคมนาคม นายปัญญา ชูพานิช ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่ง และจราจร (สนข.), นายสราวุธ ทรงศิวิไล อธิบดีกรมทางหลวง, นายนิตินัย ศิริสมรรถการ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) (AOT) และดร.พิเชฐ คุณาธรรมรักษ์ รองอธิบดีกรมการขนส่งทางราง ร่วมแถลงข่าวชี้แจงขยายความตอบข้อซักถาม ของ ส.ส.ในประเด็นต่างๆ ในการทำงานในโครงข่ายคมนาคม ทั้งทางบก ราง น้ำ อากาศ หลังจากนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ชี้แจงต่อสภา โดยนายชยธรรม์ พรหมศร กล่าวว่า ประเด็นที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมได้ชี้แจงต่อสภามีหลายประเด็นด้วยกัน จำเป็นที่จะต้องขยายความเพื่อความชัดเจนให้ประชาชนเข้าใจ ทั้งในเรื่องของการพัฒนาระบบคมนาคมขนส่งของประเทศในภาพรวมอย่างเป็นระบบ กระทรวงคมนาคมมีแผนมียุทธศาสตร์ และมีแผนปฏิบัติการรองรับไว้ชัดเจน ตามข้อสั่งการของท่านนายกรัฐมนตรี พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ซึ่งได้มอบนโยบายให้กับทางกระทรวงคมนาคมที่จะไปดำเนินการ ในการวางระบบคมนาคมขนส่งของประเทศ ทั้งทางการขนส่งคน ขนส่งสินค้า สอดรับกับแผนยุทธศาสตร์ 20 ปี ในการพัฒนาประเทศ ที่สำคัญคือเพื่อที่จะสร้างความสามารถในการแข่งขันให้กับประเทศโดยการสร้างโครงสร้างพื้นฐาน และระบบการกำกับดูแลอย่างเป็นระบบ โดยกระทรวงคมนาคมมองมิติของการดำเนินการเป็น 2 ส่วน ทั้งในเรื่องของการคมนาคมขนส่งในเมือง และการขนส่งระหว่างเมือง รวมทั้งการเชื่อมการขนส่งสินค้าในภูมิภาคที่จะเชื่อมกับประเทศเพื่อนบ้าน ในวันนี้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมได้นำเรียนพี่น้องประชาชนผ่านทางสภาฯ ซึ่งกระทรวงฯ ต้องการแก้ปัญหาที่มีอยู่ในอดีต ไม่ว่าจะเป็นปัญหาการจราจรติดขัด  ปัญหาฝุ่น PM 2.5 เราจำเป็นที่จะต้องแก้ไขปัญหาอย่างเป็นระบบ นั่นคือเหตุผลว่าทำไมถึงต้องมีการทำรถไฟฟ้า 14 สาย ให้เป็นแบบ Network เพื่อที่จะสร้าง และเปลี่ยนพฤติกรรมการเดินทางของพี่น้องประชาชนจากการเดินทางโดยรถยนต์ส่วนบุคคลมาสู่การเดินทางด้วยระบบขนส่งสาธารณะ สิ่งสำคัญที่ท่าน รมว.ศักดิ์สยาม ได้ชี้แจงไปแล้วว่าเราจำเป็นที่จะต้องคำนึงถึงการเดินทางของประชาชนได้อย่างสะดวก ปลอดภัย ตรงเวลา และที่สำคัญ ราคาต้องสมเหตุสมผล มีกระบวนการที่กระทรวงคมนาคมจะต้องดำเนินการอยู่ ในเรื่องของระบบตั๋วร่วม และระบบราคาที่เหมาะสมเป็นธรรม นายปัญญา ชูพานิช ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) ชี้แจงเรื่องความก้าวหน้าในการดำเนินการของการพัฒนาระบบตั๋วร่วม และอัตราค่าโดยสารร่วมหรืออัตราค่าโดยสารเดียว สำหรับตั๋วร่วมใบเดียวที่ประชาชน หรือคนกรุงเทพฯ สามารถที่จะขึ้นรถโดยสารหรือขึ้นรถไฟฟ้าของรฟม.ได้ทุกสาย ประมาณกลางปีนี้ได้มีการเร่งรัดผลักดันให้สามารถใช้บัตร EMV คือ บัตรที่เป็นเครดิตการ์ด หรือเดบิตการ์ด ไม่จำเป็นที่จะต้องใช้เงินสด ไม่ต้องรอคิวจ่ายเงิน หรือรอแลกเหรียญอีกต่อไป นี่คือเรื่องของความก้าวหน้าของการใช้บัตรใบเดียวในการขึ้นระบบรถไฟฟ้า รวมไปถึงระบบขนส่งสาธารณะอื่นๆ เช่น รถเมล์ ขสมก. หรือเรือโดยสารสาธารณะ ประเด็นที่ 2 เรื่องของความก้าวหน้า อัตราค่าโดยสารเดียว คือ พยายามที่จะให้รถไฟฟ้าทุกสายอยู่บนพื้นฐานการคิดราคาค่าโดยสารอันเดียวกัน คิดค่าบริการแรกเข้าเพียงครั้งเดียว เนื่องจากในอดีตที่ผ่านมา มีรถไฟฟ้าอยู่หลายสายที่มีการเซ็นสัญญาสัมปทานไปแล้ว ในตัวสัญญาเองได้ระบุว่า ค่าโดยสารต้องเก็บเท่าไหร่ เพราะฉะนั้นการที่กระทรวงคมนาคมกำลังขับเคลื่อนในเรื่องของการมีอัตราค่าโดยสารเดียว ยังไม่มีกฎหมายรองรับ สิ่งที่เราทำได้คือ การเร่งรัดการเจรจากับผู้ประกอบการเดินรถต่างๆ เพื่อให้ความร่วมมือกับเรา ตรงนี้อาจจะเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้ว่าเรื่องของการมีอัตราค่าโดยสารเดียว หรือการเก็บแรกเข้าเพียงครั้งเดียว ยังต้องใช้เวลาในการเจรจาอยู่ อย่างไรก็ตาม กระทรวงคมนาคมได้มอบหมายให้ทางสนข. จัดทำร่างพระราชบัญญัติตั๋วร่วมอยู่  ความคืบหน้าใกล้จะเสร็จแล้ว และจะนำเสนอครม. เข้าสู่สภาต่อไป ซึ่งหลังจากที่เรามีพ.ร.บ.ตั๋วร่วม ก็จะทำให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องสามารถที่จะบังคับใช้กฎหมายเพื่อให้คนที่ประกอบการเดินรถเข้าสู่ขบวนการโดยใช้บัตรเดียวเดินทางได้ แล้วใช้อัตราค่าโดยสารในรูปแบบเดียวกัน เก็บค่าโดยสารแรกเข้าเพียงครั้งเดียว ด้าน นายสราวุธ ทรงศิวิไล อธิบดีกรมทางหลวง กล่าวถึงความคืบหน้าการเปิดให้ใช้ทดลองในส่วนของการผ่านด่านเก็บเงินแบบไม่มีไม้กั้น หรือใช้เทคโนโลยีมาใช้ในเรื่องของ M-Flow ว่า ในส่วนของกระทรวงคมนาคม โดยกรมทางหลวงมีการใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่ หรือ ระบบ AI ใช้ในส่วนของที่เป็นจุดที่จะต้องชำระค่าธรรมเนียมผ่านทางที่มอเตอร์เวย์ที่สาย M9 หรือวงแหวนตะวันออก บางปะอิน-บางพลี ซึ่งมีอยู่ 4 ด่าน คือ ทับช้าง 1 - ทับช้าง 2 - ธัญบุรี 1 - ธัญบุรี 2 ซึ่งระบบนี้เรียกว่า m-flow ซึ่งกรมทางหลวงได้ดำเนินการมาตั้งแต่ต้นปี 63 ประมาณ 2 ปีแล้วในการที่มีการศึกษารูปแบบการออกแบบเทคโนโลยีจนมีความมั่นใจว่าระบบนี้สามารถที่จะนำมาใช้ให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด ด้วยความเร็วในเส้นทางมอเตอร์เวย์ กรมทางหลวงได้มีการกำหนดไว้ที่ 120 กิโลเมตรต่อชั่วโมง เพราะฉะนั้นใช้ความเร็วได้เต็มที่ พอผ่านช่องทาง M-Flow ไม่ต้องชะลอความเร็ว สามารถผ่านได้เลย โดยไม่มีไม้กั้น ซึ่งได้มีการดำเนินการมาตั้งแต่ต้นปี 64 มีการศึกษาและดำเนินการภายในปี 64 เป็นต้นมา มีการทดลองใช้ ทดสอบระบบจนมีความพร้อมในการเปิดให้บริการเรียบร้อยแล้วทั้ง 4 ด่าน โดยเปิดเมื่อวันที่ 15 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ข้อดีคือ ไม่ต้องชะลอความเร็วในการผ่านทาง ซึ่งมีการออกแบบ 4 ช่องจราจร สามารถที่จะรองรับรถต่อช่องได้ 2,500 คัน/ชั่วโมง  ข้อดีข้อที่ 2 คือ ใช้ก่อนแล้วจ่ายทีหลัง ซึ่งช่องทางการจ่ายมีหลากหลาย คือ จ่ายครบรอบบิล จ่ายผ่านบัตรเครดิต/เดบิต หรือเคาน์เตอร์เซอร์วิส และ E-Banking ต่างๆ ดังนั้น จึงขอเชิญชวนให้ประชาชนผู้ใช้ทางผ่าน M9 มาใช้งานในระบบ M-Flow ให้มากยิ่งขึ้น ช่องทาง การใช้ M-Flow ต้องเป็นสมาชิกที่ลงทะเบียนเท่านั้น สำหรับคนที่ยังไม่เป็นสมาชิก และได้หลุดเข้ามาที่ช่อง M-Flow ก็สามารถที่จะชำระเงินภายใน 2 วัน ถึงจะไม่มีค่าปรับ ถ้าหากไม่ชำระภายใน 2 วัน จะเสียเงิน 300 บาท พร้อมค่าผ่านทางอีก 30 บาท เป็น 330 บาท และถ้ายังไม่ชำระอีกภายใน 12 วัน ก็จะมีค่าปรับเพิ่มอีก 200 บาท โดยช่องทางการสมัครคือ Application M-Flow Thai อีกช่องทางหนึ่งคือ LINE OA เพิ่มเพื่อน @mflowthai โดยจะต้องมีการยืนยันตัวตนกับบัตรเครดิตด้วย ขณะที่ นายนิตินัย ศิริสมรรถการ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) (AOT)  กล่าวว่า ในการนำเสนอของกรมท่าอากาศยาน ในสภาวะโควิด ในสภาวะมีมาตรฐานสาธารณสุข ทอท. ดูแลสนามบินทั้งหมด 6 สนามบิน ได้แก่ เชียงใหม่ แม่ฟ้าหลวงเชียงราย ดอนเมือง สุวรรณภูมิ ภูเก็ต หาดใหญ่ ซึ่งตั้งแต่ที่รมว.คค.ศักดิ์สยาม ชิดชอบ มาดำรงตำแหน่งโดยได้ให้ความสำคัญเกี่ยวกับเรื่องของการให้บริการในสนามบินอย่างมาก ช่วงก่อนโควิด สนามบินค่อนข้างแออัด หลังสถานการณ์โควิดก็จะเป็นเรื่องของการให้บริการแบบ New Normal ซึ่งการพัฒนาโดยใช้ระบบเทคโนโลยีแบ่งเป็น 2 ส่วน ทั้งในโลกแห่งความเป็นจริง และโลกเสมือนจริง ซึ่งที่สนามบินสุวรรณภูมิเริ่มก่อน จะใช้เทคโนโลยีใหม่ เน้นลดคน, ลดสัมผัส, Social distancing สามารถเช็คอินได้โดยไม่ต้องพบพนักงาน ชำระเงินผ่านบัตรเคดิต หรือเดบิต สำหรับโลกเสมือนจริง ปัจจุบันอกจากการใช้แอปพลิเคชันในสนามบินแล้ว ก็มีลิงก์กับแอร์พอร์ตลิงก์ และมีลิงก์ของทอท. เรื่องของการท่องเที่ยว ซึ่งเปลี่ยนชื่อเป็นสวัสดี by AOT รูปแบบในการทำงานคือการพัฒนาบนโลกเสมือนจริง คอนเซ็ปต์คือสนามบินที่มีชีวิต สามารถที่จะเช็คได้ว่ากระเป๋าที่อยู่บนสายพานถึงแล้วหรือยัง สามารถคุยกับทุกเทคโนโลยีในสนามบินได้ แม้กระทั่งจุดจอดรถ อย่างไรก็ตาม กระทรวงคมนาคมภายใต้การกำกับดูแลของ รมว.ศักดิ์สยาม ได้ให้ความสำคัญในเรื่องของเทคโนโลยี ที่นำเทคโนโลยีสมัยใหม่มาใช้ในการอำนวยความสะดวกในการเดินทางภาคคมนาคมขนส่งให้กับพี่น้องประชาชน ด้าน ดร.พิเชฐ คุณาธรรมรักษ์ รองอธิบดีกรมการขนส่งทางราง กล่าวว่า จากที่ท่าน รมว.ศักดิ์สยาม ได้ชี้แจงในสภาเรื่องรถไฟไทย-ลาว-จีน ที่เป็นข้อกังวลของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในสภาว่า เกิดความล่าช้าหรือไม่นั้น เรื่องนี้ท่านนายกรัฐมนตรี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา และรมว.คค. ได้ให้ความสำคัญอย่างยิ่ง และทาง รมว.คค.ได้มีการชี้แจ้งต่อสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรไปแล้ว แต่งตั้ง เป็นคณะกรรมการบูรณาการทุกกระทรวงเป็นทีม Thailand เพื่อแก้ปัญหาเรื่องนี้ ซึ่งเป็นข้อกังวลอยู่ 2 เรื่อง คือ 1) รัฐบาลไม่ได้เตรียมพร้อมเลยหรือ ซึ่งตรงนี้ไม่ได้เป็นความจริง โครงสร้างพื้นฐานทางรถไฟ ปัจจุบันเรามีสะพานข้ามแม่น้ำโขงอยู่แล้ว 1 แห่ง เชื่อมไปที่สถานีรถไฟท่านาแล้ง  เวียงจันทน์ เรียบร้อยแล้ว ขณะเดียวกันรัฐมนตรีได้สั่งการให้เพิ่มขบวนจาก 4 ขบวน ณ ปัจจุบันเป็น 14 ขบวน แคร่ล้อรับน้ำหนักรถไฟเพิ่มเป็น 25 แคร่ล้อ มีการวางแผน การเชื่อมโยงสถานีขนถ่ายสินค้าระหว่างท่านาแล้งเข้ามาที่หนองคาย เรามีการวางแผนอย่างเป็นระบบ มีโมบายเอ็กซเรย์ ซึ่งทางท่านรัฐมนตรี ได้สั่งการแล้วว่าต้องมีการพัฒนาย่านสินค้าที่นาทา เพิ่ม การก่อสร้างรถไฟทางคู่จากขอนแก่น ไปหนองคาย กำลังจะเข้าครม.ในเร็วๆ นี้ นี่คือบริบทของการขนส่งสินค้า เพื่อให้แน่ใจว่าทางเอกชนสามารถจะขนสินค้าเกษตรที่กำลังจะออกในฤดูร้อนนี้ ส่งผ่านรถไฟเส้นนี้ไปทางตอนใต้ของจีนได้ในฤดูกาลผลไม้ที่จะถึง โดยมีการวางแผนกับทุกกระทรวง คือ กระทรวงพาณิชย์  กระทรวงต่างประเทศ กระทรวงเกษตรฯ ว่าจะไม่มีการปิดตู้ที่ท่าเรือแหลมฉบัง ซึ่งอยู่ภาคตะวันออกอยู่แล้ว และลากผ่านสินค้าเกษตรไปตามเส้นทางนี้ไปถึงจีนตอนใต้ได้ จากข้อสงสัยที่ว่า รถไฟจีน-ลาว เปิดปลายเดือนธันวาคม ทำไมประเทศไทยถึงไม่มี เราไม่ได้ด้อยค่ารถไฟจีน-ลาว แต่ทางกระทรวงคมนาคม ชี้แจงให้เห็นถึงความแตกต่างว่ารถไฟจีน-ลาว มีลักษณะแตกต่างกัน โดยรถไฟจีน-ลาว เป็นทางเดี่ยว ความเร็วสูงสุด 160 กิโลเมตรต่อชั่วโมง แต่รถไฟความเร็วสูงที่ประเทศไทยกำลังจะสร้างความเร็ว 250 กิโลเมตรต่อชั่วโมง จากกรุงเทพฯไปโคราช / โคราชไปหนองคาย / จากกรุงเทพฯไปโคราช เสร็จต้นปี 2569 ไม่ช้าไม่เร็ว แค่อาจจะไม่ทันใจ แต่ยุทธศาสตร์การรางที่ประเทศไทยใช้แตกต่างกัน ประเทศไทยลงทุน 100% ไม่เสียพื้นที่ใดๆ เราลงทุนเอง บริหารจัดการเอง รวมถึงดำเนินการกฎหมายในประเทศไทยครบถ้วน โปร่งใส เป็นไปตามหลักธรรมาภิบาลทั้งหมด เพียงแต่ให้ทางจีนมาช่วยออกแบบในช่วงต้นเท่านั้นเอง เรามีการจัดตั้งสถาบันวิจัย และพัฒนาเทคโนโลยี การขนส่งระบบราง เมื่อปลายปีที่แล้ว การพัฒนาโครงการ มีความยั่งยืน อย่างไรก็ตาม ปลัดกระทรวงคมนาคม ได้กล่าวทิ้งท้ายด้วยว่ากระทรวงคมนาคมได้มีการวางแผนวางยุทธศาสตร์ในการดำเนินการอย่างเป็นระบบ นโยบายต้องดำเนินการทุกอย่างให้ถูกต้องตามระเบียบกฎหมาย เป็นไปตามมติ ครม. และมีการดำเนินการตามหลักธรรมาภิบาล