"ศักดิ์สยาม" สั่งการให้มีการประชุมติดตามการดำเนินการในการให้บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) บริหารจัดการท่าอากาศยานในความรับผิดชอบของกรมท่าอากาศยาน

"ศักดิ์สยาม" สั่งการให้มีการประชุมติดตามการดำเนินการในการให้บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) บริหารจัดการท่าอากาศยานในความรับผิดชอบของกรมท่าอากาศยาน

นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ได้เป็นประธานการประชุมติดตามการดำเนินการในการให้บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) (ทอท.) บริหารจัดการท่าอากาศยานใน ความรับผิดชอบของกรมท่าอากาศยาน (ทย.) เมื่อวันที่ 21 มีนาคม 2565 เวลา 13.30 น. ด้วย Application “Zoom” โดยมีผู้บริหารระดับสูงของกระทรวงคมนาคม ประกอบด้วย นายชยธรรม์ พรหมศร ปลัดกระทรวงคมนาคม นายสรพงศ์ ไพฑูรย์พงษ์ รองปลัดกระทรวงคมนาคม หัวหน้ากลุ่มภารกิจด้านการขนส่ง และผู้บริหารหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมการประชุม การประชุมในครั้งนี้เป็นการติดตามความคืบหน้าของการดำเนินการในการให้ ทอท. บริหารจัดการท่าอากาศยานในความรับผิดชอบของ ทย. ซึ่งคณะกรรมการพิจารณากำหนดแนวทางวิธีการในการให้ ทอท. บริหารจัดการท่าอากาศยานในความรับผิดชอบของ ทย. ได้มีการประชุมไปแล้ว 2 ครั้ง คือ เมื่อวันที่ 29 พฤษภาคม 2563 และวันที่ 8 มีนาคม 2565 ซึ่งที่ประชุมได้เห็นชอบข้อเสนอท่าอากาศยานที่จะให้ ทอท. เป็นผู้รับผิดชอบในการดูแลและบริหารจัดการแทน ทย. ได้แก่ ท่าอากาศยานอุดรธานี บุรีรัมย์ และกระบี่ และเห็นชอบแนวทางการให้ ทอท. เป็นผู้รับผิดชอบในการดูแลและบริหารจัดการท่าอากาศยาน ทั้ง 3 แห่ง แทน ทย. และให้ คค. พิจารณานำเสนอ ครม. ต่อไป โดยมีสาระสำคัญสรุปได้ ดังนี้ 1. จากการพิจารณาความเหมาะสมในเชิงยุทธศาสตร์ ตามแนวคิดการพัฒนาโครงข่ายระบบ ท่าอากาศยานของประเทศในภาพรวม (National Airport System) และการดำเนินธุรกิจในรูปแบบ Cluster ด้านการขนส่งทางอากาศ พบว่า ท่าอากาศยานที่มีความเหมาะสมในการให้ ทอท. เข้าไปบริหารจัดการแทน ทย. ได้แก่ ท่าอากาศยานอุดรธานี บุรีรัมย์ และกระบี่ ซึ่งการให้ ทอท. เข้าไปบริหารจัดการท่าอากาศยาน ทั้ง 3 แห่ง แทน ทย. จะเป็นการเพิ่มศักยภาพและใช้ประโยชน์ท่าอากาศยานในภูมิภาคของ ทย. ที่ปัจจุบัน มีบทบาทเป็น Local airport ให้ยกระดับเป็น Regional Airport และ Secondary Hub Airport ในอนาคต และจะเปิดโอกาสให้สายการบินมีทางเลือกด้านการตลาดเส้นทางการบินระหว่างประเทศ รวมทั้งสามารถ ย้ายฐานการบินโดยกระจายไปยังภูมิภาคของประเทศเพื่อลดการต่อเครื่อง/ถ่ายลำ รวมทั้งเป็นการอำนวย ความสะดวกและเพิ่มทางเลือกให้แก่ผู้โดยสาร ตลอดจนช่วยลดปัญหาการบริการจราจรทางอากาศและ ขีดความสามารถของห้วงอากาศในเขตแถลงข่าวการบินกรุงเทพ บรรเทาความแออัดของท่าอากาศยาน ดอนเมืองและสุวรรณภูมิ ซึ่งจะเป็นการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันและส่งเสริมให้ประเทศไทย เป็นศูนย์กลางการบิน (Aviation Hub) ในระดับภูมิภาค และระดับสากลต่อไป 2. การมอบความรับผิดชอบในการบริหารจัดการท่าอากาศยาน จำนวน 3 แห่ง ให้ ทอท. เข้าไปบริหารจัดการแทน ทย. ซึ่งกระทรวงคมนาคมจะเสนอเรื่องต่อคณะรัฐมนตรีเพื่อพิจารณาให้ความเห็นชอบ ให้ ทอท. เข้าไปเป็นผู้รับผิดชอบในการดูแลและบริหารจัดการท่าอากาศยานอุดรธานี บุรีรัมย์ และกระบี่ แทน ทย. พร้อมทั้งแนวทางการดำเนินการฯ ด้านอื่นๆ ได้แก่ ด้านอสังหาริมทรัพย์ (ที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง) ด้านสังหาริมทรัพย์ (ครุภัณฑ์) ด้านบุคลากร ด้านการขอใบรับรองการดำเนินงานสนามบินสาธารณะ และด้านงบประมาณ ก่อนหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องจะดำเนินการตามแนวทางฯ ให้เป็นไปตามกฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้องกับเรื่องดังกล่าวต่อไป 3. กำหนดแผนการดำเนินงาน (Action Plan) การดำเนินการให้ ทอท. เข้าไปบริหารจัดการ ท่าอากาศยานในความรับผิดชอบของ ทย. ซึ่งคาดว่ากระทรวงคมนาคมจะสามารถนำเสนอคณะรัฐมนตรีพิจารณาให้ความเห็นชอบแนวทางการให้ ทอท. เป็นผู้รับผิดชอบในการดูแลและบริหารจัดการท่าอากาศยานทั้ง 3 แห่ง แทน ทย. ได้ในเดือนเมษายน 2565 และ ทอท. จะสามารถเริ่มให้บริการท่าอากาศยานกระบี่ และท่าอากาศยานอุดรธานีอย่างเป็นทางการในเดือนสิงหาคม 2565 และท่าอากาศยานบุรีรัมย์ใน เดือนกันยายน 2565 โดยมีรายละเอียดของ Action Plan ตามรูปที่แนบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมได้มีข้อสั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการตามที่เสนอ โดยให้ตรวจสอบและดำเนินการตามกฎหมาย ระเบียบ มติคณะรัฐมนตรี และหลักธรรมาภิบาลอย่างเคร่งครัด