รมว.พิพัฒน์ กล่าวว่า ในห้วงระยะเวลากว่า 2 ปีผ่านมา ที่ “เรา” ภาคการท่องเที่ยวต้องเผชิญกับความยากลำบาก อันเนื่องมาจากสถาการณ์โควิด-19 และการปิดประเทศ ซึ่งผมเข้าใจและรับรู้ความยากลำบากและไม่เคยนิ่งนอนใจ กระทรวงฯและ ATTA ได้ทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิดกว่าที่เคยเพื่อหาวิธีการและข้อเสนอแนะในการที่จะทำให้การท่องเที่ยวเดินหน้าต่อไปได้ และเจ็บช้ำน้อยที่สุด เราพยายามผลักดันให้มีการช่วยเหลือเยียวยาผู้ประกอบการ เช่น มาตรการเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำ การเจรจาปล่อยกู้สำหรับธุรกิจที่ขาดสภาพคล่อง ในขณะเดียวกัน เราก็พยายามผลักดันการเปิดประเทศทั้งทางบก น้ำ อากาศ รวมถึงการผ่อนคลายมาตรการสำหรับสถานประกอบการในพื้นที่ต่าง ๆ เท่าที่เราจะทำได้ แม้จะต้องอยู่ภายใต้เงื่อนใขด้านความปลอดภัยทางสาธารณสุขมาเป็นอันดับหนึ่งก็ตาม แน่นอนว่า เรื่องเหล่านี้ เป็นเรื่องใหม่ และมีความไม่ราบรื่นอยู่มาก แต่กระผมรู้สึกขอบคุณทุกท่านเป็นอย่างมาก เพราะความสำเร็จในการเปิดประเทศของไทยที่เป็นตัวอย่างและเป็นที่ชื่นชมของต่างชาติ มาจากความพยายามของเราทุกคน
มาจนถึงวันนี้ เราทุกคนเริ่มเห็นสัญญาณของการฟื้นตัวไปในทิศทางที่ดีขึ้น ทั้งการลดพื้นที่ควบคุมสีเหลืองเพิ่มพื้นที่สีฟ้าให้ผู้ประกอบการสามารถทำกิจกรรมทางเศรษฐกิจได้มากขึ้น อีกทั้งยังเตรียมยกเลิก RT-PCR ก่อนเข้าประเทศในเดือนหน้า (เมษายน 2565) และแน่นอนว่าจะมีมาตรการผ่อนคลายต่าง ๆ ตามมาอีก ซึ่งจะช่วยอำนวยความสะดวกให้ผู้ประกอบการทุกท่านได้ทำมาหากินอย่างสบายใจ เรียกเม็ดเงิน และความเชื่อมั่น กลับมาสู่ภาคการท่องเที่ยวเรา
อีกหนึ่งสัญญาณสำคัญ ที่ผมมองว่าเป็นวัคซีนเข็ม Booster สำหรับการท่องเที่ยวไทย คือ ความสำเร็จในการฟื้นฟู ความสัมพันธ์กับซาอุดิอาระเบีย ปี 2562 มีนักท่องเที่ยวชาวซาอุฯ จำนวน 36,783 คน สร้างรายได้ 3.2 พันล้านบาท (87,000 บาทต่อหัว) จากเป้าหมายนักท่องเที่ยวต่างประเทศ ปี 2565 ตัวเลขตลาด ตะวันออกกลางที่คาดไว้ (Best Case) จำนวน 245,400 คน กรณีสามารถเปิดตลาดซาอุได้ ตัวเลขรวมของตลาดตะวันออกกลาง จะเป็น 271,100 คน
อย่างไรก็ตาม เราห่างหายจากการต้อนรับนักท่องเที่ยวกลุ่มซาอุฯมานาน จึงขอให้กำลังใจผู้ประกอบการท่องเที่ยวทุกท่าน ในการศึกษาและเตรียมความพร้อมในการต้อนรับนักท่องเที่ยวกลุ่มนี้อย่างทั่วถึง สำหรับกระทรวงฯ เองก็จะพยายามสนับสนุนอย่างเต็มที่เช่นกันโดยจะพัฒนาเรื่องมาตรฐานฮาลาล ทั้งร้านอาหาร โรงแรม ตลอดจนการจัดอบรมให้ความรู้เชิงลึกแก่ผู้ประกอบการในเรื่องที่เกี่ยวข้อง เป็นต้น
ในด้านนโยบายการเปิดประเทศ กระทรวงฯ ได้เตรียมความพร้อมต้อนรับนักท่องเที่ยวต่างชาติมาอย่างต่อเนื่อง ทั้งฝั่ง Supply และ การตลาดผมมีนโยบายที่จะ“พลิกฟื้นการท่องเที่ยวไทย สู่มิติใหม่เพื่อประเทศไทยที่ดีกว่าเดิม” สร้างการเติบโตที่ตอบโจทย์ 3 ข้อ คือ ทั่วถึง สมดุล และ ยั่งยืน โดยที่ผ่านมาเราพยายามประชาสัมพันธ์ถึงความพร้อมและสร้างความเชื่อมั่นต่อมาตรการด้านสาธารณสุขให้กับนักท่องเที่ยว โดยปี2565 นี้ เราได้กำหนดให้เป็นแห่งการท่องเที่ยวไทย “Visit Thailand Year 2022”โดยใช้แนวคิด “Amazing New Chapters” ซึ่งจะดึงดูดทั้งนักท่องเที่ยวต่างประเทศ และ ชาวไทยให้ออกเดินทางท่องเที่ยวมากขึ้นอย่างเต็มที่เช่นกันโดยจะพัฒนาเรื่องมาตรฐานฮาลาล ทั้งร้านอาหาร โรงแรม ตลอดจนการจัดอบรมให้ความรู้เชิงลึกแก่ผู้ประกอบการในเรื่องที่เกี่ยวข้อง เป็นต้น
แคมเปญการท่องเที่ยวในครั้งนี้ เราวางกลยุทธ์ดึงดูดนักท่องเที่ยวด้วยการสร้างคุณค่าและประสบการณ์จากสินค้าและบริการที่ควบคู่กับการส่งเสริมการท่องเที่ยวอย่างรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมและสังคม (Responsible Tourism) ซึ่งผมหวังเป็นอย่างยิ่งว่า ทุกท่าน ณ ที่นี้ จะมองเห็นความตั้งใจและร่วมกันพัฒนาการท่องเที่ยวตามแนวทางที่กล่าวไป เพราะทุกท่านคือส่วนสำคัญในการพลิกฟื้นครั้งนี้ตัวอย่างแนวทางการปรับตัวของผู้ประกอบการ เพื่อการพลิกฟื้นการท่องเที่ยวไทย เช่น
1. การปรับเปลี่ยนกลุ่มนักท่องเที่ยวเป้าหมาย เช่น การสร้างแพ็กเกจ Work from Home การจองที่พักล่วงหน้าที่มีความยืดหยุ่น ดึงดูดนักท่องเที่ยวคุณภาพโดยใช้หลักการ สะดวกสบาย สะอาด ปลอดโรค ปลอดภัย สวยงามและสร้างความประทับใจ
2. การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีเช่น การจ่ายเงินออนไลน์ การใช้สกุลเงินดิจิทัลเพิ่มการเข้าถึงนักท่องเที่ยวโดยสื่อสังคมออนไลน์แพลตฟอร์มการท่องเที่ยว ประยุกต์ใช้ข้อมูลเทคโนโลยีและนวัตกรรมใหม่ ๆ เพื่อเพิ่มความน่าสนใจและประสบการณ์การท่องเที่ยวแก่นักท่องเที่ยว
3. ปรับการดำเนินธุรกิจให้ความสำคัญกับการบริหารธุรกิจให้มีสภาพคล่องและมุ่งเน้นการกระจายความเสี่ยง การกระจายช่องทางรายได้ ปรับใช้โมเดลเศรษฐกิจ BCG เพื่อพัฒนาภาคธุรกิจท่องเที่ยวให้เป็นธุรกิจที่ยั่งยืนและลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมวางแผนกลยุทธ์ธุรกิจที่พิจารณาความสอดคล้องกับแนวโน้มการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญของโลก (Megatrends) อาทิ แนวโน้มสังคมสูงวัยที่ทำให้ในหนึ่งช่วงเวลามีนักท่องเที่ยวหลายหลากช่วงอายุ แนวโน้มการใช้เทคโนโลยี และแนวโน้มการเติบโตของกลุ่มชนชั้นกลาง
4. การเพิ่มทักษะของบุคลากร สนับสนุนการฝึกอบรมและพัฒนาทักษะของบุคลากรในภาคธุรกิจทั้งด้านการบริการ การบริหาร และเพิ่มความสามารถของผู้ประกอบการ

